15 ที่เที่ยวตามรอยเท้าพ่อ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เสด็จไปยังทุกหนทุกแห่งในประเทศไทย ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน HotelSThailand.com เชื่อว่า ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงครองราชย์นั้น ไม่มีที่ไหนที่พระองค์ไปไม่ถึง ดังนั้น เราจะพาทุกๆคนไปชม 15 ที่เที่ยวที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราเคยเสด็จไปเยือน เรามาระลึกถึงในหลวงของพวกเราด้วยกันเลยค่ะ
เขื่อนภูมิพล จ.ตาด
เขื่อนคอนกรีตโค้ง และเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของประเทศไทย เดิมมีชื่อว่า เขื่อนยันฮี ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อ เขื่อนภูมิพล และเสด็จพระราชดำเนินมาเปิดเขื่อนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2507 ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดตาก ที่มีความสวยงาม และกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจมากมาย และเขื่อนแห่งนี้ยังช่วยบรรเทาทุกข์ยามหน้าแล้ง บรรเทาอุทกภัยในหน้าฝนให้กับชาวบ้าน อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดที่สำคัญของไทย


เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
เขื่อนดินกั้นแม่น้ำเพชรบุรี ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่มีบรรยากาศสวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อน ที่นี่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เคยเสด็จประพาสต้น และเยี่ยมเยียนราษฎรหลายต่อหลายครั้ง โดยเมื่อปี 2516 พระองค์ยังได้ทรงพายเรือคายัคที่เขื่อนแห่งนี้อีกด้วย และในวันที่ 17 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเจิมป้ายเขื่อนในโอกาสครบรอบ 48 ปี พร้อมเสด็จไปเยี่ยมราษฎรบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งยังพระราชทานแนวพระราชดำริอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเขื่อนแก่งกระจาน ทำให้ชาวเพชรบุรีมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในปัจจุบัน


เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ
เมืองโบราณ แหล่งท่องเที่ยวที่แสดงถึงมรดกภูมิปัญญาไทย ด้วยการจำลองหลากหลายสถานที่ในประเทศไทยจากหลายยุคหลายสมัยให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน ที่เมืองโบราณนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนินมา 2 ครั้งด้วยกัน คือในปี 2514 ที่เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมสมเด็จพระเจ้าลูกเธอและสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์ และต่อมา ในปี 2515 เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ทอดพระเนตรโบราณวัตถุ และสถานที่สำคัญภายในเมืองโบราณจนทั่วบริเวณ


อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย
เมืองเก่าที่มีโบราณสถาน และสถาปัตยกรรมสวยงาม เป็นแหล่งมรดกโลกที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวไม่ขาดสาย และปั่นจักรยานชมความงามรอบบริเวณ พร้อมชมการแสดงแสงสีเสียงยามค่ำคืนในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนินมาถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช จากนั้นจึงทรงประกอบพิธีเบิกเนตรพระพุทธรูปสุโขทัย ที่วัดชนะสงคราม เมื่อปี 2535 อีกด้วย


สถานีรถไฟหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
สถานีรถไฟที่โดดเด่นและสวยที่สุดในประเทศไทย ด้วยอาคารที่ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและมีรายละเอียดที่สวยงาม จุดเด่นของที่นี่อีกแห่งก็คือ พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ทำให้สถานีรถไฟหัวหินกลายเป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวหัวหิน และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังได้เสด็จพระราชดำเนินทางรถไฟมายังสถานีรถไฟหัวหินหลายต่อหลายครั้งเมื่อเสด็จแปรพระราชฐาน ณ พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงใช้รถไฟเป็นพระราชพาหนะเสด็จเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศไทยอีกหลายต่อหลายครั้ง


เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
เกาะสวรรค์ที่มีน้ำทะเลสีฟ้าคราม หาดทรายขาว ต้นมะพร้าว ที่ดึงดูดใจผู้คนทั่วโลกให้มาเยือน ที่นี่คือหนึ่งในที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยเสด็จประพาสและเยี่ยมเยียนพสกนิกร เมื่อปี 2505 ในครั้งนั้น พระองค์ทรงมีพระปฎิสันถารกับพสกนิกรอย่างไม่ถือพระองค์ และทรงเป็นกังวลว่าในอนาคตเกาะสมุยจะขาดแคลนน้ำ พร้อมขอให้ชาวบ้านช่วยกันรักษาป่า และไม่ตัดไม้ทำลายป่าที่เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ หลังจากนั้น อีก 10 ปี ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จึงได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยือนเกาะสมุยเป็นครั้งที่ 2 เมื่อปี 2515


อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย ที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่า ต้นน้ำสำคัญๆ และสัตว์ป่านานาชนิด พร้อมอากาศเย็นสบายที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่เป็นช่วงเวลายอดนิยมสำหรับการมาเที่ยวที่เขาใหญ่ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยเสด็จพระราชดำเนินเมื่อปี 2504 ในตอนนั้น เขาใหญ่ยังไม่ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ พระองค์ทรงเสด็จค่ายพักแรมลำตะคอง และศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ นอกจากนั้น ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยังเป็นพื้นที่ทดลองโครงการพระราชดำริฝนหลวงเป็นพื้นที่แรกอีกด้วย


เกาะปันหยี จ.พังงา
ชุมชนเล็กๆกลางทะเลในพื้นที่อ่าวพังงา ที่มีวิถีชุมชนเก่าแก่ อาศัยอยู่บนพื้นน้ำท่ามกลางเขาหินปูนสูงชะลูด ชาวบ้านบนเกาะปันหยีเคยได้มีโอกาสรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อปี 2516 ในตอนนั้น พระองค์ได้ทรงใช้เวลาเยี่ยมเยียนราษฎรประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมพระราชทานเสื้อผ้าแก่คนชรา คนยากจน และพระราชทานอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กนักเรียน หลังจากที่พระองค์เสด็จมาที่เกาะปันหยีในครั้งนั้น ทางการจึงได้เข้ามาพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้านบนเกาะ ส่งผลให้ผู้คนรู้จักและมาเที่ยวเกาะปันหยีมากขึ้น จนปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนหลายล้านคนต่อปี


น้ําตกพรหมโลก จ.นครศรีธรรมราช
น้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช ที่มีลานหินกว้างและแอ่งน้ำคล้ายสระน้ำธรรมชาติ และเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ เมื่อปี 2502 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนิน ทรงพักผ่อนพระอิริยาบท และทอดพระเนตรความงามของน้ำตก โดยก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทั้งสองพระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธยย่อ "ภ.ป.ร." และ "ส.ก." ที่หน้าผาข้างน้ำตกด้วย ซึ่งยังคงมีให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้


กว๊านพะเยา จ.พะเยา
ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ มีบรรยากาศสวยงาม เป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่และแหล่งเพาะพันธุ์ปลากว่า 50 ชนิด ที่รอบๆบริเวณมีทิวทัศน์ร่มรื่นและทิวเขาสลับซับซ้อน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยเสด็จพระราชดำเนิน จ.พะเยา ถึง 16 ครั้งด้วยกัน โดยในครั้งแรกที่พระองค์เสด็จเมื่อปี 2501 นั้น ได้เสด็จมายังโรงเรียนพะเยาพิทยาคม จากนั้นจึงเสด็จมาเยี่ยมสถานีประมงกว๊านพะเยา เพื่อทรงปล่อยพันธุ์ปลา จากนั้นจึงเสด็จไปทอดพระเนตรทัศนียภาพของกว๊านพะเยา


เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี
เขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่ 2 ของภาคใต้ ที่มีประโยชน์ทั้งในด้านชลประทาน การผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นแหล่งประมงสำคัญที่สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามจนได้รับการขนานนามว่า "กุ้ยหลินเมืองไทย" ที่นี่เดิมมีชื่อว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน ภายหลัง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า เขื่อนรัชชประภา ที่หมายถึง แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร พร้อมเสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนรัชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2530 หรือเมื่อ 30 ปีก่อนนั่นเอง


เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี
เกาะเล็กๆ กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นแหล่งชุมชนชาวมอญ มีชื่อเสียงในเรื่องเครื่องปั้นดินเผาและประเพณี วัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ ชาวบ้านที่ชุมชนเล็กๆแห่งนี้เคยได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทางชลมาคร ในปี 2555 ที่ผ่านมา เพื่อทรงทอดพระเนตรริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจากที่เกาะเกร็ดแห่งนี้ ในครั้งนั้นมีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง พระองค์ยังทรงโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จตลอดเส้นทาง จากนั้นจึงเสด็จไปยังกรมชลประทาน และทรงเปิด 5 โครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สกู๊ปท่องเที่ยว: Enjoy Eating in Koh Kret ทริปกินอิ่ม ฟินตัวแตก ที่เกาะเกร็ด ในนนทบุรี


ปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน
ภาพความสวยงามของอ่างเก็บน้ำและทิวต้นสนที่เรียงรายของปางอุ๋ง หมู่บ้านรวมไทย จ.แม่ฮ่องสอน นั้นสวยงามจนดึงดูดให้ใครต่อใครพากันมาเที่ยวที่นี่มากมาย แต่ก่อนหน้าที่จะมาเป็นปางอุ๋งในวันนี้ ที่นี่เคยเป็นผืนป่าเสื่อมโทรม ติดชายแดน ที่มีการขนส่งและปลูกพืชเสพติดจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ขึ้นเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ และส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎร จนปางอุ๋ง กลายเป็นหมู่บ้านตัวอย่างด้านการเกษตร และยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามจนได้ชื่อว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทยเลยทีเดียว


พัทยา จ.ชลบุรี
พัทยา เมืองแห่งความคึกคักและความบันเทิง ที่มีนักท่องเที่ยวแวะมาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก ที่นี่เคยเกิดเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงชนะเลิศการแข่งขันเรือใบในกีฬาแหลมทอง (ปัจจุบัน คือ ซีเกมส์) ครั้งที่ 4 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9 -16 ธันวาคม 2510 ทั่วโลกจึงได้ประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถในการทรงเรือใบของพระองค์ ปัจจุบัน สถานที่แข่งขันเรือใบดังกล่าว ทางเมืองพัทยาได้สร้างเป็นอนุสรณ์สถานเรือใบ ที่ริมอ่าวพัทยาใต้ เพื่อแสดงความรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นั้น


ภูกระดึง จ.เลย
หนึ่งในจุดมุ่งหมายสำหรับผู้รักความท้าทายในการมาพิชิตยอดเขาที่มีธรรมชาติสวยงาม และอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ที่ภูกระดึงแห่งนี้ ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้เคยเสด็จประพาส และทอดพระเนตรความสวยงามของภูกระดึง เมื่อปี 2498 ครั้งนั้น ทั้ง 2 พระองค์ประทับบนหลังช้างและใช้เวลาเสด็จประพาสประมาณ 2 ชั่วโมง จึงประทับรถยนต์พระที่นั่งมาจังหวัดเลย และทรงรับสั่งให้งดนำน้ำมารดถนนไม่ให้เกิดฝุ่นเมื่อพระองค์เสด็จผ่าน โดยให้นำน้ำไปใช้ทางอื่นให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน



เขียนโดย: Jitsupak Praneesuttikul   เขียนวันที่ : 27 พฤศจิกายน 2561


บทความท่องเที่ยว อื่นๆ