หลายๆคนเวลาอยากจะไปเที่ยวภาคเหนือก็มักจะคิดถึงเชียงใหม่กันเป็นจังหวัดแรกๆใช่ไหม แต่ปัญหาคือเชียงใหม่มีที่เที่ยวเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยวแบบธรรมชาติ วัด หรือแหล่งช็อปปิ้ง บางทีก็เลยสับสนหน่อยๆเพราะวางแผนไม่ถูกว่าควรจะไปไหนดีนะ บางทีก็อยากจะไปซะทุกที่แต่เวลาก็มีจำกัด...ไม่เป็นไร! HotelSThailand.com มีตัวอย่างทริปเที่ยวในเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืนมาให้เพื่อนๆชมกัน ใครที่อยากเอาแผนนี้ไปปรับใช้ก็ตามสบาย นอกจากนั้น เราจะชี้เป้าที่พักสุดประหยัดในราคาแบงค์พันมีทอนให้กับเพื่อนๆด้วยนะ ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาเลย!
3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
Day 1
Sleep Box Hotel - วัดอุโมงค์ - บ้านข้างวัด - อุทยานหลวงราชพฤกษ์ - ไนท์บาร์ซ่า เชียงใหม่
เริ่มต้นทริปด้วยการมาถึงเชียงใหม่ในช่วงสายๆ ก่อนอื่นต้องเข้าไปเช็คอินที่ที่พักก่อน โดยเราเข้าพักที่ สลีป บอกซ์ (Sleep Box Hotel), เชียงใหม่ ตั้งอยู่บนถนนรัตนโกสินทร์ ติดกับสนามฟุตบอลเชียงใหม่ ยูไนเต็ดเลย เป็นโรงแรมที่ใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาทำเป็นห้องพักได้เก๋ไก๋ ดูดีมีสไตล์มาก บรรยากาศก็ดี ค่อนข้างจะเรียกว่าดีมากเลยล่ะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบสีเขียวๆนะ เพราะเขามีต้นไม้ต่างๆปลูกไว้รอบๆเลย เชื่อมั้ยว่าราคาห้องพักที่นี่เริ่มต้นแค่หลักร้อยเท่านั้นเอง!
สลีป บอกซ์ (Sleep Box Hotel)สลีป บอกซ์ (Sleep Box Hotel)สลีป บอกซ์ (Sleep Box Hotel)
มาดูห้องพักกันบ้าง เราเลือกห้องพักแบบ Saving Box เป็นห้องขนาดเล็กที่สุดของที่นี่ ข้างในจะมีเตียงสองชั้น ตกแต่งได้สะอาดตาและมีความกระทัดรัดมากๆ ข้างในก็มีเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์จอแบน แล้วก็ Wi-Fi ให้อัพรูปลงโซเชียลมีเดียได้สบายๆเลยล่ะ Saving Box นี้เราจองผ่าน HotelSThailand.com ค่าห้องพักแค่ 826 บาทเอง ถ้ามากันสองคนก็ตกคนละ 400 นิดๆเอง สบายกระเป๋าไปอีก
สลีป บอกซ์ (Sleep Box Hotel)สลีป บอกซ์ (Sleep Box Hotel)สลีป บอกซ์ (Sleep Box Hotel)
เก็บของเสร็จแล้วได้เวลาออกเที่ยวกันแล้ว จุดมุ่งหมายหลักของเราในวันนี้คือไปเที่ยวที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ แต่ระหว่างทางก็ขอแวะไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อนที่ วัดอุโมงค์ โดยจากที่พักของเราใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีเท่านั้น วัดอุโมงค์นี้เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ของเชียงใหม่ ความพิเศษของที่นี่คืออุโมงค์ในวัดที่มีหลายช่อง สามารถเข้าช่องไหนก็ได้ ซึ่งจะเชื่อมไปที่เจดีย์เก่าแก่บนยอดเนิน
วัดอุโมงค์ - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ก็แวะเติมพลังกันอีกหน่อยที่ บ้านข้างวัด เชียงใหม่ ที่นี่เป็นแหล่งช็อปปิ้งสไตล์พื้นเมือง ที่มีทั้งร้านอาหาร กาแฟ ของที่ระลึก และของแฮนด์เมดต่างๆ รอบๆ เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้แบบนี้เลย สดชื่นมากๆ ที่นี่จะเปิดทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ มีทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติแวะมาเที่ยว พักผ่อน ซื้อของ และทำกิจกรรมต่างๆกันตลอด แล้วในวันอาทิตย์ที่นี่จะมี Morning Market จำหน่ายอาหารและของมือสองอีกด้วย แวะเที่ยวที่นี่ก็ชิลล์ไปอีกแบบนึงนะ
บ้านข้างวัด - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
บ้านข้างวัด - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
เติมพลังเสร็จแล้วก็พร้อมลุยกันต่อ! คราวนี้มาถึงจุดมุ่งหมายหลักเราจริงๆสักที ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ หนึ่งในสถานที่ที่ใครๆก็ต้องมาเมื่อมาเที่ยวเชียงใหม่ ที่นี่มีค่าเข้าชมสำหรับคนไทยคนละ 100 บาท และเด็กความสูง 100-140 ซม. คนละ 70 บาท ที่นี่มีพื้นที่กว้างมากๆ เต็มไปด้วยสวนหลายประเภทและพรรณไม้เยอะมาก แค่ได้เห็นก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาแล้ว แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเดินเที่ยวไม่ไหว เพราะที่นี่มีบริการรถกอล์ฟและจักรยานให้ได้ใช้เที่ยวภายในอุทยาน แต่ถ้าใครไม่อยากเสียค่าเช่า ก็ยังมีรถ Shuttle Bus ให้นั่งชมรอบๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แถมยังมีวิทยากรบรรยายให้ความรู้ตลอดเส้นทางด้วย

ชมบรรยากาศไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเราก็มาถึงไฮไลท์ของอุทยานราชพฤกษ์แห่งนี้ นั่นก็คือ หอคำหลวง เชียงใหม่ พื้นที่ที่ใช้จัดแสดงพระอัจฉริยภาพทางด้านการเกษตรของในหลวง รัชกาลที่ 9 บริเวณรอบๆและส่วนอาคารหอคำหลวงมีการตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายสีสัน ทำให้หอคำหลวงดูโดดเด่นเป็นสง่าและสวยงามมากๆทีเดียว มาเที่ยวที่นี่ใครที่ชอบถ่ายรูปเชื่อว่าจะต้องลั่นชัตเตอร์จนเมื่อยมือกันแน่ๆ
อุทยานหลวงราชพฤกษ์ - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
จากนั้นก็ถึงเวลากลับเข้าเมืองกันบ้าง จุดหมายสุดท้ายในวันนี้ของเราคือ ไนท์บาร์ซ่าร์ เชียงใหม่ ช็อปปิ้ง หาอะไรกินและลองซ้อมเดินเล่นกันสักรอบ ก่อนจะไปเดินถนนคนเดินท่าแพในวันพรุ่งนี้ ที่นี่มีคนมาเดินเยอะมากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติทำให้รู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที อาหารที่นี่ก็มีเพียบแถมยังน่ากินไปหมดทุกอย่างเลย เดินเพลินๆแวะเข้าร้านโน้นร้านนี้ทีจนแทบลืมเวลาเลยล่ะ
ไนท์บาร์ซ่าร์ เชียงใหม่ - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
เมื่ออิ่มท้องและเหน็ดหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว ก็ได้เวลากลับไปนอนพักเอาแรง ชาร์จพลังก่อนลุยต่อในวันพรุ่งนี้
Day 2
ม่อนแจ่ม - สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ - ร้านโป่งแยงแอ่งดอย - ถนนคนเดินท่าแพ
เริ่มต้นเช้านี้ด้วยการขึ้นดอยไปสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่ ม่อนแจ่ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวงหนองหอย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เช้าวันนี้อากาศเย็นสบาย สดชื่นสุดๆ และมีหมอกมาทักทายด้วยนะ บรรยากาศดีงามมาก มองไปเห็นวิวรอบๆสุดสายตา ที่นี่มีร้านอาหารด้วยนะ ได้มาทานอาหารที่นี่พร้อมนั่งชมวิวไปนี่คือความฟินเกินบรรยายเลยทีเดียว
ม่อนแจ่ม - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
หลังจากชมวิวสวยๆและกินอาหารอร่อยๆจนอิ่มท้องแล้ว ก็ขอเดินชมวิวถ่ายรูปกันต่ออีกสักหน่อย ที่นี่มีบริการชุดชาวเขาให้ใส่ถ่ายรูปเก๋ๆด้วยล่ะ มาถึงที่แล้วก็ต้องจัดซะหน่อยเพื่อความกลมกลืน ค่าใส่ชุดชาวเขาคิดราคาชั่วโมงละ 50 บาทเท่านั้น ใส่ถ่ายรูปได้ตามใจชอบเลย แล้วรอบๆก็ยังมีน้องๆชาวเขามาอ้อนขอถ่ายรูปเป็นระยะๆด้วย ถ่ายเสร็จแล้วก็ให้ค่าขนมน้องๆไปนิดหน่อยแล้วแต่เรานะ ก่อนกลับ เราก็มาลองเล่นเครื่องเล่นพื้นบ้านของที่นี่ คือ "ฟอร์มูล่าม้ง" เป็นรถล้อเลื่อนไม้ที่จะปล่อยเราลงมาจากเนินเขาด้วยความเร็ว โดยที่ใช้เท้าบังคับทิศทาง ทั้งสนุกตื่นเต้น และหวาดเสียวหน่อยๆตรงที่ไม่มีอุปกรณ์ Safety อะไรเลย ส่วนค่าบริการรถฟอร์มูล่าม้งนี้จะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับรถที่นั่งคนเดียว และ 80 บาทสำหรับรถนั่ง 2 คน ใครอยากหาความตื่นเต้นในชีวิตแนะนำให้มาลองกันสักครั้งนึง

จากนั้น เราแวะไปต่อกันที่ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เชียงใหม่ ที่นี่เป็นสวนที่มีพื้นที่กว้างมากที่สุดในประเทศไทยเลยนะ มีต้นไม้ ดอกไม้ แล้วก็พรรณไม้หายาก แบ่งออกเป็นโซนต่างๆอย่าง โซนกล้วยไม้ พืชน้ำ พืชทนแล้ง ให้เราเดินชมและถ่ายรูปเพียบเลย เดินกันเพลินมากๆ แล้วก็ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เดินถึง 4 เส้นทางเลยนะ ใครชอบแบบไหนก็ไปจัดกันได้เลย เพราะเส้นทางแต่ละเส้นไม่ยาวเท่าไหร่ มากสุดแค่ 2 กิโลเมตรเอง เดินได้สบายๆ แต่วันนี้เราขอผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติไปก่อน เพราะเราจะไปเดินเหนือยอดไม้กัน
Canopy Walkway - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
อย่างที่บอกไป ไฮไลท์ของการมาที่นี่ก็คือ การเดินชมธรรมชาติบน Canopy Walkway ทางเดินลอยฟ้าที่สูงประมาณ 20 เมตร และยาวถึง 400 เมตร คือยาวที่สุดในประเทศไทยเลยล่ะ ความโชคดีของเราคือ ได้มาก่อนที่ Canopy Walkway จะปิดปรับปรุงยาวในช่วงหน้าฝนพอดีเลย การเดินบนนี้เจ้าหน้าที่จะปล่อยให้เราเข้าทีละกลุ่มๆ เพื่อความปลอดภัยและความเงียบสงบ แล้วบนทางเดินบางจุดก็จะมีพื้นที่ยื่นออกไปเป็นกระจกใส มองลงไปเห็นด้านล่างด้วยนะ เดินไปเดินมาบางทีก็ขาสั่นขึ้นมาเฉยๆซะงั้น!
Canopy Walkway - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
เนื่องจากเราใช้เวลาที่ Canopy Walkway เชียงใหม่ นานพอดู ไหนจะทั้งเดิน ทั้งถ่ายรูป พลังงานก็ชักจะเริ่มหมด เลยต้องหาอะไรเติมพลังกันหน่อย ที่นี่มีร้านอาหารและร้านกาแฟคอยให้บริการกันด้วยนะ แถมยังมีร้านขายต้นไม้ด้วย น่าจะถูกใจคนรักต้นไม้น่าดู ส่วนเราเน้นเติมพลัง จึงทานอาหารที่นี่รองท้องแค่นิดหน่อย แล้วไปร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆกันต่อ

ร้านที่เราแวะมาก็คือ ร้านโป่งแยงแอ่งดอย เชียงใหม่ เป็นร้านอาหารที่อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยต้นไม้สีเขียวที่อยู่รอบทิศ ให้ความรู้สึกสดชื่นสบายตามากเลย แถมยังมองเห็นวิวน้ำตกแม่สาจากในร้านด้วยนะ คือดีงามมาก นอกจากบรรยากาศจะดีแล้ว อาหารก็เด็ดไม่แพ้กัน โดยเราสั่งอาหารมาก็คือ ผัดยอดซาโยเต้กับเบคอนรมควัน รสชาติหวานๆ เค็มๆ ซาโยเต้ก็กรอบอร่อยมากๆ แกงส้มผักรวมซาโยเต้ ที่มาคู่กับปลาสลิดทอด รสชาติกลมกล่อม ดีงาม สิบ สิบ สิบ ไปเลยจ้า!
ร้านโป่งแยงแอ่งดอยร้านโป่งแยงแอ่งดอยร้านโป่งแยงแอ่งดอย
หลังจากเที่ยวลั้ลลามาทั้งวัน ก็ได้เวลากลับเข้าตัวเมืองอีกครั้ง มาเดินถนนคนเดินท่าแพ เราสนุกกับการตามล่าหาของกินอร่อยๆและละลายเงินในกระเป๋ากันมากๆ เดินไป กินไป มันช่างสุขใจอะไรขนาดนี้
ถนนคนเดินท่าแพ - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
Day 3
ดอยปุย - วัดพระธาตุดอยสุเทพ - วัดพระสิงห์ - วัดเจดีย์หลวง - ร้าน The Salad Concept - ตลาดวโรรส
วันสุดท้ายแล้ว มาเที่ยวใกล้ๆดีกว่า เริ่มต้นจาก ดอยปุย ด้านบนนี้สามารถมองเห็นวิวได้ทั่วบริเวณ อากาศเย็นสบาย แต่บางช่วงก็แดดแรงนิดหน่อย มีน้องๆชาวเขามาขอถ่ายรูปเป็นระยะๆ
ดอยปุย - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
จากนั้นเราก็ลงมาข้างล่างเพื่อไปวัดพระธาตุดอยสุเทพ แลนด์มาร์คสำคัญที่ใครไม่ได้มาก็เหมือนมาไม่ถึงเชียงใหม่ ที่นี่เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีมะแมด้วยนะ
วัดพระธาตุดอยสุเทพ - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
ไปต่อกันอีกหนึ่งวัด คือ วัดพระสิงห์ อีกหนึ่งวัดสำคัญที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่นั่นเอง วัดนี้ทั้งโบสถ์ หอไตร และวิหาร ออกแบบตกแต่งได้สวยงามและปราณีตมากๆ
วัดพระสิงห์ - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
วัดเจดีย์หลวง - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
วัดเจดีย์หลวง - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
แล้วก็มาถึงวัดสุดท้ายสำหรับทริปนี้ คือ วัดเจดีย์หลวง ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่นัก วัดนี้มีเจดีย์ที่เก่าแก่แต่ความสวยงามก็ยังหลงเหลืออยู่ให้เห็น และยังมีพระเจ้าทันใจ ที่เชื่อว่าขอพรอะไรจะได้สำเร็จรวดเร็วทันใจตั้งอยู่ที่นี่อีกด้วย แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะนิยมไปขอพรพระเจ้าทันใจที่วัดพระธาตุดอยคำมากกว่า แต่รู้ไหมว่า แทบทุกวัดในเชียงใหม่ก็มีพระเจ้าทันใจตั้งอยู่เช่นเดียวกันนะ
วัดเจดีย์หลวง - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
ไหว้พระกันแล้ว ไปหาอะไรมาใส่ท้องกันต่อดีกว่า คราวนี้เรามากันที่ร้าน The Salad Concept ร้านอาหารแนวเฮลท์ตี้ย่านนิมมานเหมินทร์ บรรยากาศในร้านก็สบายๆ มีทั้งโซนห้องแอร์ และโซนด้านนอก ส่วนใหญ่เมนูที่ร้านนี้จะเน้นไปที่สลัดแบบต่างๆที่เราสามารถเลือกท็อปปิ้งและน้ำสลัดได้เอง ซึ่งมีหลายแบบซะจนเลือกแทบไม่ถูกเลย นอกจากสลัดแล้วก็ยังมีอาหารอย่างอื่นอีกนะ ส่วนเครื่องดื่มก็เน้นไปทางน้ำผัก น้ำผลไม้ที่คั้นแยกกากสดๆ หรือน้ำผลไม้ปั่นไว้ให้เลือกดับกระหาย อยากบอกว่าอาหารที่นี่จานใหญ่อยู่นะ ส่วนผักก็สดกรอบอร่อย สายรักสุขภาพควรมาลอง
The Salad Concept - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
จากนั้น ก็ถึงเวลาของการซื้อของฝากก่อนกลับ เรามุ่งหน้าไปยังตลาดวโรรส หรือที่คนเชียงใหม่เรียกว่ากาดหลวง แหล่งช้อปของฝากขึ้นชื่อของเชียงใหม่ที่ใครๆก็นิยมมาหาซื้อของฝากกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารอย่างน้ำพริกหนุ่ม แคปหมู ไส้อั่ว หรือเสื้อผ้าพื้นเมือง คือมันละลานตาไปหมด เห็นอะไรก็อยากจะซื้อกลับไปทุกอย่างเลย
ตลาดวโรรส - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ
ชื้อของฝากเสร็จแล้ว ถึงเวลาเดินทางกลับกันจริงๆแล้วสิ ตั้งแต่วันแรกที่มาเที่ยวจนถึงตอนนี้ รู้สึกได้เลยว่าเราเที่ยวกันแบบหลากหลายแนวมาก ทั้งเข้าวัดทำบุญ ขึ้นดอย ช็อปปิ้งในเมือง เที่ยวเหนื่อย เดินจนเมื่อยแต่ก็คุ้มค่าที่ได้มา แล้วที่นี่ก็ยังมีอีกหลายที่ที่คิดไว้ว่าต้องมาให้ได้อีกแน่นอน เพราะเชียงใหม่ เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อจริงๆ
ค่าใช้จ่าย - 3 Days in Chiang Mai เที่ยวเท่าไหร่...ก็ไม่เบื่อ

สรุปความประทับใจโดยรวม

ที่พัก [10/10]
Sleep Box Hotel เป็นที่พักที่สวยและแปลกใหม่ดี ตกแต่งร่มรื่นและน่าเข้าพัก ในส่วนของบริเวณที่พักก็สะอาดเรียบร้อย ราคาประหยัด และที่สำคัญคือ เดินทางสะดวกใกล้ใจกลางเมืองเชียงใหม่

ที่เที่ยว [8/10]
ในทริปนี้เราได้ไปเที่ยวกันหลายที่และหลากหลายแนวพอสมควร แต่สิ่งหนึ่งที่ประทับใจ คือ ที่เที่ยวแต่ละที่สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย และมีเสน่ห์ที่ต่างกันไป อย่างที่เที่ยวทางธรรมชาติแบบม่อนแจ่ม หรือดอยปุย ก็ได้สัมผัสถึงความร่มรื่น สวยงาม และอากาศดีๆ ส่วนแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมอย่างไนท์บาร์ซ่าหรือถนนคนเดิน ก็ทำให้รู้สึกคึกคักและสนุกสนานกับการช็อปปิ้ง แต่ก็มีแอบรู้สึกอึดอัดกับจำนวนคนที่มาเดินเที่ยวเหมือนกัน เพราะคนแน่นมาก ส่วนวัดต่างๆก็มีเสน่ห์และความสวยงามตามจุดเด่นของแต่ละวัด ซึ่งก็ดูเรียบง่ายไม่ได้น่าตื่นเต้นมากนัก

ที่กิน [9/10]
สำหรับร้านอาหารทั้ง 2 ร้าน คือ โป่งแยงแอ่งดอย และ The Salad Concept ก็เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกต่างกัน ร้านโป่งแยงแอ่งดอยจะให้ฟีลใกล้ชิดธรรมชาติ นั่งทานข้าวกลางป่าเขา พร้อมฟังเสียงน้ำตก ในขณะที่ร้าน The Salad Concept นั้นให้ความรู้สึกแบบนั่งทานข้าวสบายๆใจกลางเมือง แต่รสชาติอาหารของทั้ง 2 ร้านก็ถูกปาก และเดินทางไปที่ร้านได้สะดวกทั้ง 2 ร้านเช่นกัน
ที่พักแนะนำ:
สลีป บอกซ์ (Sleep Box Hotel)
ระดับ:
ที่อยู่: 133/20/2 ถ.รัตนโกสินทร์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300
เดอะ สมอล เชียงใหม่ (The Small Chiang Mai)
ระดับ:
ที่อยู่: 148-150 ถ.ท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
อีโค รีสอร์ท เชียงใหม่ (Eco Resort Chiang Mai)
ระดับ:
ที่อยู่: 109 ถ.บำรุงราษฎร์ ต.วันเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
บ้าน ดิน กี่ (Baan Din Ki)
ระดับ:
ที่อยู่: ชั้น 4 ศูนย์การค้ากาดสวนแก้ว 21 ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
วี บริซา เชียงใหม่ (We Briza Chaing Mai Hotel)
ระดับ:
ที่อยู่: 3/3 ถ.วังสิงห์คำ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300

เขียนโดย: Thaya Aungtananukul   เขียนวันที่ : 11 สิงหาคม 2560


บทความท่องเที่ยว อื่นๆ