บริการจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ทัวร์ รถเช่า ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และข้อมูลการท่องเที่ยว
English Version French Version German Version Spanish Version Chinese Version Japanese Version
Hotelsthailand.com
ภูมิศาสตร์
สถานที่ท่องเที่ยว
อุทยาน
วัด
ของฝาก
ร้านอาหาร
เทศกาล
ข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลท่องเที่ยว 76 จังหวัด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคใต้
ตารางการเดินรถไฟ
ตารางสายการบิน
ตำรวจท่องเที่ยว
ตำรวจทางหลวง
ตำรวจรถไฟ
ตรวจสอบสภาพอากาศ
ท.ท.ท.
กรมป่าไม้
สายรถประจำทางกทม.
การบินไทย
แบงค์คอกแอร์เวย์
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดตาก
วัด
:: วัดดอนแก้ว ::
ตั้งอยู่หลังที่ว่าการอำเภอแม่ระมาด เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันเป็นปฏิมากรรมของชาวพม่าที่มีอยู่ 3 องค์ ในโลก แกะสลักจากหินอ่อนทั้งแท่ง โดยองค์แรกประดิษฐานที่ประเทศอินดีย องค์ที่สองประดิษฐานที่ประเทศ ปากีสถาน และองค์ที่สามประดิษฐานที่วัดดอนแก้ว หมู่ที่ 6 อำเภอแม่ระมาด โดยเมื่อเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2465 ขุนระมาดไมตรี และชาวแม่ระมาดได้ไปติดต่อขอเช่าบูชามาจากพม่าในราคา 800 รูปี มีขนาดหน้าตักกว้าง 50 นิ้ว สูงจากฐานถึงเศียร 63 นิ้ว โดยนำมาทางเรือผ่านเมืองมะละแหม่ง แล้วเดินทางต่อจนถึงท่าเรือจองโต ท่านครูบาขาวปี ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวบ้านและชางเมืองเหนอได้ไปรับพระพุทธรูปหินอ่อนแล้วอัญเชิญขึ้นบนเกวียนผ่านเมืองกรุกกริก บ้านจ่อแฮ (บ้านกะเหรี่ยง) การเดินทางยากลำบาก และล่าช้าเพราะเป็นภูเขาสูงชันต้องนอนพักแรมระหว่างทาง ถึงหมู่บ้านป๋างกาง การเดินทางจึงรวดเร็วขึ้นเพระาเป็ฯพื้นราบกระทั่งถึงหมู่บ้านเมียวดี ริมฝั่งแม่น้ำเมย เขตประเทศ สหภาพเมียนมาร์ และข้ามแม่น้ำเมยเข้าสูประเทศไทยที่บ้านท่าสายลวด เขตแม่สอด และเดินทางไปยังอำเภอ แม่ระมาดจึงอัญเชิญพระพุทธรูปหินอ่อนประดิษฐาน ณ วิหารวัดดอนแก้ว ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2465 รวมเวลาที่ไป อัญเชิญพระพุทธรูปหินอ่อนในครั้งนี้เป็นเวลา 12 วัน
 
:: วัดมงคลคีรีเขตร์ (ครูบาสร้อย) ::
ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายแม่สอด - ท่าสองยาง - แม่สะเรียง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 136 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสองยาง อยู่ติดกับ ลำห้วยแม่จวง สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.2462 สิ่งที่น่านใจภายในวัดนี้คือ กุฏิครูบาสร้อย ขันติสาโร อดีตเจ้าอาวาสวัดมงคลคีรีเขตร์ มรณภาพเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2541 เป็นที่เคารพของประชาชนทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวพม่าเชื้อสายกะเหรี่ยงที่อยู่ตรงข้ามอำเภอชายแดนฝั่งตะวันตก เชื่อกันว่าเป็นผู้ที่มีอาคมกล้าแข็ง สามารถป้องกันอันตรายต่างๆให้กับผู้ที่เคารพนับถือ ซึ่งวัดนี้อยู่ตรงข้ามกับค่ายทหารกระเหรี่ยง มีชื่อค่ายว่า แม่ตะวอ เมื่อมีการสู้รบรุนแรง ดังนั้นชาวบ้านและกระเหรี่ยงทั้งไทย แะพม่าจึงเจ้ามาหลบภัยอยู่ที่วัดนี้นี่เอง ครูบาสร้อยได้ มรณภาพเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2541 ปัจจุบันอยู่ในโลงแก้วในกุฏฺ ที่ท่านเคยอยู่โดยไม่เน่าเปื่อย
 
:: วัดดอยข่อยเขาแก้ว และวัดกลางสวนดอกไม้ ::
หรือวัดพระเจ้าตาก หรือวัดเสี่ยงทายบารมีพระเจ้าตาก ตั้งอยู่ริมถนนเลี่ยงเมือง ตำบลแม่ท้ ห่างจากลำน้ำปิงฝั่ง ตะวันตกประมาณ 250 เมตร ในสมัยเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดำรงตำแหน่งพระยาตาก พระองค์ได้ เสี่ยงทายที่วัดนี้ โดยกล่าวว่า "ถ้าข้าพเจ้ามีบุญญาบารมีมากพอที่จะเป็นที่พึ่งของอาณาประชาราษฎร์ได้อย่าง เที่ยงแท้แน่นอน ขอให้ไม้เคาะระฆังที่จะขว้างไปยังถ้วยแก้ว แล้วแตกหักออกไป ขออย่าให้ส่วนอื่นของถ้วย แก้วแตกเสียหาย ฯลฯ" ปรากฏว่าเมื่อพระองค์ขว้างไม้เคาะระฆังออกไปก็เป็นอย่างที่พระองค์ได้เสี่ยงอธิษฐาน เป็นที่ประจักษ์แก่สายตา ของบรรดาพุทธบบริษัทที่มาร่วมบำเพ็ญกุศลที่วัดดอยข่อยเขาแก้วจนเล่าลือกันว่า "พระยาตากเป็นผู้มีบุญญาธิการและบารมีที่มหัศจรรย์ยิ่ง" ภายหลังจากการเสี่ยงทายแล้ว พระองค์ได้ให้ช่างนำ ลูกแก้วไปติดไว้ที่ยอดเจดีย์วัดดอยข่อยเขาแก้วลูกหนึ่ง อีกลูกหนึ่งข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ได้ขออนุญาตนำ ไปติดไว้ที่ยอดเจดีย์วัดกลางสวนดอกไม้ หลายปีเวลาผ่านไปลูกแก้วที่ติดยอดเจดีย์ทั่งสองแห่งจั้นได้หลุดหาย ไปเนื่องจากยอดพระเจดีย์ได้หักพัง ลงมาและในพงศาวดาร กล่าวว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จไปยังเมือง เชียงใหม่ครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2317 เสด็จไปหาสมภารวัดดอยข่อยเขาแก้วละตรัสถามถึงเรื่องลูกแก้วที่พระองค์ทรง เสี่ยงทายเมื่อครั้งยังเป็นพระยาตากอยู่วัดนี้ สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา มีโบาณสถานที่สำคัญ ประกอบด้วยโบสถ์มีใบเสมาคู่ที่แสดงว่าพระมหากษัตริย์ทรงอุปถัมภ์เจดีย์ และพระพุทธบาทจำลองอยู่ในโบสถ์ ด้านหน้ามีเจดีย์ 2 องค์ บรรจุอังคารบิดา มารดาของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
 
:: วัดชุมพลคีรี ::
ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลแม่สอด เป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 200 ปี มีเจดีย์สร้างใหม่จำลองแบบมาจากเจดีย์ ชเวดากองของสหภาพพม่า ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระพุทธรูปประธานปางมารวิชัย ส่วนในวิหารเป็นที่เก็บ กลองโบราณมีอายุกว่า 200 ปี
 
:: วัดไทยวัฒนาราม ::
เดิมชื่อ วัดแม่ตาวเงี้ยว หรือ วัดไทยใหญ่ ตั้งอยู่หมู่ 1 ตำบลท่าสายลวด ห่างจากตัวอำเภอแม่สอดไปประมาณ 5 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 84 ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 105 สายตาก - แม่สอด เส้นที่จะไปตลาดริมเมย ก่อนถึงสะพานมิตรภาพไทย - พม่า เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายมหายานของชาวไทยใหญ่ ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม พิธีกรรมต่างๆ ได้รับอิทธิพลมาจากสหภาพพม่า สร้างเมื่อ พ.ศ. 2400 โดยนายมุ้ง เป็นชาวพม่ารัฐฉาน ที่อพยพครอบครัวมาอาศัยอยู่ที่อำเภอแม่สอด และได้เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้านแม่ตาว ต่อมาได้รับพระราชทานนามว่า หมื่นอาจคำแหงหาญ ในปี พ.ศ. 2500 ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้เป็นวัดพระพุทธศาสนาในสังกัดกรมศาสนา ในวัดมีพระพุทธมหามุณี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่จำลองมาจากพระพุทธมหามุณีอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองมัณฑเลย์ สหภาพพม่า เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดตากศรัทธาเลื่อมใสกันมาก
 
:: วัดโพธิคุณ หรือ วัดห้วยเตย ::
ตั้งอยู่ตำบลแม่ปะ อ.แม่สอด เป็นวัดป่าสายปฏิบัติที่ร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ภายในวัดออกแบบและจัดวางผัง สภาพภูมิทัศน์ตลอดจนสิ่งก่อสร้างที่งดงาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้าง ตกแต่งตลอดจนการปั้นพระพุทธรูป โดยคุณสมประสงค์ชาวนาไร่ ศิลปบัณฑิตจากวิทยาลัยครูอุบลราชธานีและ มหาบัณฑิตทางด้านโบราณคดีมหาวิทยลัยศิลปากร ท่านได้อุทิศชีวิตและจิตใจในการก่อสร้างนานกว่า 17 ปี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาโดยไม่ขอรับค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น สิ่งก่อสร้างและจุดที่น่าสนใจศึกษาภายในวัดประกอบ ด้วยโดยเป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างตกแต่ง ตลอดจนการปั้นพระพุทธรูป โดยคุณสมประสงค์ชาวนาไร่ ศิลปบัณฑิตจากวิทยาลัยครูอุบลราชธานีและมหาบัณฑิตทางด้านโบราณคดีมหาวิทยลัยศิลปากร ท่านได้อุทิศชีวิตและจิตใจในการก่อสร้างนานกว่า 17 ปี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาโดยไม่ขอรับค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งก่อสร้างและจุดที่น่าสนใจศึกษาภายในวัดประกอบด้วย
 
:: วัดมณีไพรสณฑ์ ::
ตั้งอยู่ถนนอินทรคีรี เขตเทศบาลเมืองแม่สอด พื้นที่ตั้งหน้าวัดติดถนนใหญ่ด้านหลังติดลำห้วยแม่สอด สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2328 ภายในวัดมีปูชนียวัตถุโบราณสถาน ได้แก่ พระพุทธโคดมบรมศรีเมืองฉอด (หลวงพ่อโต) เจดีย์วิหารสัมพุทเธ มีลักษณะแปลกคือ บนองค์เจดีย์มีเจดีย์ เล็กๆ ล้อมรอบถึง 233 องค์ และพระพุทธรูปบรรจุอยู่ถึง 512,028 องค์ มีโบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ที่บริเวณหน้าบัน และหลังคาโบสถ์มีลายไม้ฉลุสวยงาม บริเวณโดยรอบวัดมีซุ้ม และศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ ได้แก่ หลวงพ่อสังกัจจาย พระพุทธรูปปูนปั้นปางพุทธไสยาสน์ เป็นต้น
 
:: วัดชลประทานรังสรรรค์ ::
อยู่ที่หมู่ที่ 3 บ้านจัดสรร ตำบลสามเงาเป็นวัดที่กรมชลประทานเป็นผู้สร้าง ห่างจากเขื่อนภูมิพลประมาณ 5 กิโลเมตร สาเหตุที่สร้างเพราะได้มีการสร้างเขื่อนภูมิพล เมื่อเริ่มกักเก็บน้ำ น้ำได้ท่วมพื้นที่ที่อยู่อาศัย วัดและโรงเรียน จึงอพยพประชาชนตำบลบ้านนาที่ถูกน้ำท่วมมาอยู่ในพื้นที่ที่ทางกรมชลประทานจัดสรรให้ซึงวัดชลประทานฯ ได้ก่อสร้างทอแทนวัดจำนวน 8 วัด ที่ถูกน้ำท่วม เมื่อ พ.ศ.2502 ได้แก่ วัดบ้านห้วย วัดศรีแท่น วัดดอนแก้ว วัดหลวง วัดท่าเดื่อ วัดท่าโป่ง วัดอุมวาบ และวัดพระธาตุลอย โดยได้นำพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จ พระสัมนาสัมพุทธเจ้าองค์พระธาตุลอยอันศักดิ์สิทธิ์ ยอดฉัตรเจดีย์ พระพุทธรูปทองคำศักดิ์สิทธิ์ คือ หลวงพ่อทันใจจำนวน 3 องค์ และ ศาสนวัตถุต่างๆ เช่น พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ขนาดและปางต่างๆ หีบลวดลายทองที่บรรจุพระธรรม ตู้ไม้ สิ่งของเครื่องใช้ของวัดทั้ง 8 วัดมารวมกัน ณ วัดชลประทานรังสร
 
:: วัดพระพุทธบาทดอยโล้น ::
ตั้งอยู่ในตำบลท้องฟ้า หมู่ 3 เป็นวัดป่าสายปฏิบัติ ตั้งอยู่บนเนินเขาท่ามกลางป่าไม้ร่มรื่น ภายในบริเวณวัดมีสิ่ง ที่น่าสนใจคือ สมเด็จมหาสากยะมุณีศรีสรรเพชร เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีพุทธลักษณะงดงามหน้าตักกว้าง 20 เมตร สูง 38 เมตร รอยพระพุทธบาทตั้งอยู่บนยอดเขาสูงมีมณฑปสร้างครอบไว้ในบริเวณเดียวกันยังมีบ่อน้ำ ธรรมชาติที่ชาวบ้าน ถือว่าเป็นบ่อน้ำทิพย์ เมื่อถึงเดือนเมษายนของทุกปี ช่วงหลังประเพณีสงกรานต์ชาวบ้านจะจัด ประเพณีขึ้นเขาไหว้รอยพระพุทธบาท

การเดินทาง
ใช้ทางหลวงหมายเลข 1175 (บ้านตาก - แม่ระมาด) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 8 เลี้ยวขวาเข้าเหมู่บ้านท้องฟ้าอีกประมาณ 2.5 กิโลเมตร
 
:: วัดพระบรมธาตุ ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะคา ใจกลางเมืองตากเก่า เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของปีมะเมีย (แทนเจดีย์ชะเวดากอง) ซึ่งองค์เจดีย์เมมีลักษณะทรางสี่เหลี่ยม ต่อมาพระครูพิทักษ์บรมธาตุ (ทองอยู่) ได้บูรณะใหม่โดยสร้างครอบ องค์เดิมไว้ สูงประมาณ 20 เมตร มีลักษณะทรงแปดเหลี่ยม ศิลปะล้านนา ภายนอกบุด้วยทองดอกบวบ (ทองเหลืองผสมทองแดง) มีเจดีย์องค์เล็ก 16 อง๕ ซุ้มสำหรับบรรจุพระพุทธรูป 12 องค์ ซึ่งซุ้มสำหรับใส่ปั้น อ้อนช้อย สวยงามมาก วัดพระบรมธาตุ เป็นวัดเก่ ได้รับ การปฏิสังขรณ์มาหลายครั้ง ตัวอุโบสถมีประตูเป็นไม้ แกะสลักที่วสยงาม หน้าบันและจั่วเป็นไม้ หน้าต่างแกะสลักเป็นพุทธประวัติปิดทอง หัวบันได เป็นนาค วิหารของวัดเป็นวิหารเก่ามีเพดานสูง 2 ชั้นมีช่องลมอยู่โดยรอบ ทำให้อากาศภายในวิหารเย็นสบาย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองและมีวิหารอีกหลังหนึ่งซึ่งมพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ชื่อหลวงพ่อทันใจ ซึ่งเป็นที่เคารพสักกาะของประชาชน ทั้งในจังหวัดตากและจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ภายในบริเวณ วัดยังมีวิหารไม้เก่าแก่ ที่มีลายแกะสลักไว้ให้ชม นับเป็นวัดที่มีคุณค่าในทางโบราณคดีมาก

การเดินทาง
จากตัวเมืองตากไปตามทางหลวงหมายเลข 1107 ประมาณ 35 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสูทางหลวงหมายเลข 1175 อีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นวัดพระบรมธาตุอยู่ทางซ้ายมือ หรือหากใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ตรงกิโลเมตรที่ 442 เข้าอำเภอบ้านตากผ่านสะพานข้ามแม่น้ำปิ แล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดท่านา จนถึงสามแยกแล้วเลี้ยวซ้าย 200 เมตร ถึงวัดพระบรมธาตุอยู่ทางซ้ายมือ
 
:: วัดพระนารายณ์มหาราช ::
วัดนี้อยู่บนเนินเขาแก้ว ตำบลแม่ท้อใต้วัดดอยข่อยเขาแก้วลงไปประมาณ 12 กิโลเมตร มีซากพระอุโบสถซึ่ง ผูกพัทธสีมา 2 ชั้น จึงทำให้เข้าใจว่าน่าจะเป็นวัดหลวงมาก่อน แต่เดิมมีกำแพงแก้วรอบพระอุโบสถ ทางกำแพงด้านในทำเป็นช่องเล็กๆ เต็มไปหมดทั้ง 4 ด้าน ช่องเหล่านี้คล้ายกับช่องสำหรับตามประทีปที่ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรีในบริเวณวัดพระนารายณ์มหาราชนั้นมีวิหารน้อยอยู่อีกแห่งหนึ่งเป็น สิ่งปลูกสร้าง ในสมัย อยุธยาเหมือนกันและ ต่อจากวิหาร น้อยออกไปมีเจดีย์ฝีมือช่างอยุธยาสร้างหรือปฏิสังขรณ์ แต่ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะช่องตามประทีปซึ่งทำไว้ตามกำแพงและฐานเจดีย์นั้นเป็นของ ที่นิยมสร้างในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ เพราะก่อนและหลังรัชกาลนี้ไม่ค่อยนิยมสร้างกัน ต่อจากเจดีย์คู่นี้ ไปก็มีเจดีย์ใหญ่ฐานสี่เหลี่ยมอีกองค์หนึ่งซึ่งองค์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเข้าพระทัยว่าน่าจะเป็นของ สมเด็จพระชัยราชาธิราชทรงสร้างไว้แต่ครั้งตีเมืองเชียงใหม่ได้ ใน พ.ศ. 2088
 
:: วัดสีตลาราม หรือ วัดน้ำหัก ::
ตั้งอยู่ที่บ้านจีน ถนนตากสิน ตำบลระแหง เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัด เหตุที่ชาวบ้านเรียกวัดน้ำหัก เพราะในสมัยก่อนบริเวณด้านตะวันตกของวัดเป็นแม่น้ำปิง กระแสน้ำไหลหักวน เนื่องจากเมื่อถึงหน้าน้ำหลาก น้ำจากห้วยแม่ท้อซึ่งไหลแรงมากได้ไหลตัดกระแสน้ำของแม่น้ำปิงให้เบนหักมายังท่าน้ำหน้าวัดนี้ ต่อมาได้มีการถมดินสองฝั่งแม่น้ำ ร่องน้ำเปลี่ยนไป จึงไม่มีคุ้งน้ำที่มีกระแสน้ำไหลวนให้เห็นอีก ภายในวัดมีบรรยากาศร่มรื่น โบสถ์ และอาคารเรือนไม้สร้างตามศิลปะยุโรป พระอุโบสถของวัดเคยถูกไฟไหม้แต่ได้มีการสร้างขึ้นใหม่ หน้าอุโบสถมีวิหารคต สร้างด้วยไม้แกะสลักลวดลาย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยอยุธยา
 
:: วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง ::
ตั้งอยู่ที่บ้านรมณีย์ ถนนตากสิน ตำบลหนองหลวง วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2401 บูรณะปฏิสังขรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2533 ภายในวัดมีเจดีย์ทรงมอญบรรจุพระธาตุไว้ ได้บูรณะฉัตร และบรรจุพระธาตุไว้ที่ส่วนบนของยอดฉัตร ส่วนในวิหารประดิษฐานพระประธานที่ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อพุทธมนต์ สร้างสมัยสุโขทัย ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 19 มีพุทธลักษณะที่งดงามมาก
 
:: วัดมณีบรรพตวรวิหาร ::
อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ใกล้โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและหนองน้ำมณีบรรพต อยู่ก่อนเข้าตัวเมืองเล็กน้อย ตั้งอยู่บนเนินเขา เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี เป็นวัดหลวงประจำจังหวัด และวัดพัฒนาตัวอย่าง
มีอีกชื่อว่า "วัดเขาแก้ว" เนื่องจากในอดีดพื้นที่วัดเป็นภูเขาเตี้ยๆ มีหินแก้วน้ำค้าง หรือเขี้ยวหนุมานในบริเวณวัด จึงเป็นที่มาของชื่อวัด สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2390 ภายในบริเวณวัดมีเจดีย์ทรงมอญย่อเหลี่ยมไม้ 16 ภายในอุโบสถมีพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่วัดนี้ และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแสงทอง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน หน้าตักกว้าง 30 นิ้ว ชาวบ้านอัญเชิญมาจากวัดร้างแห่งหนึ่งในเขตตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด เมื่อปี พ.ศ. 2473 ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองตาก และด้านหลังมีหอไตรกลางน้ำ กุฏิเรือนไทยหมู่
 
:: วัดเขาถ้ำ ::
ตั้งอยู่ที่บ้านแพะ ถนนพหลโยธิน ตำบลไม้งาม แยกขวาจากทางหลวงหมายเลข 1 ตรงกิโลเมตรที่ 423 เข้าไปตามถนนประมาณ 900 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2437 วัดเขาถ้ำนี้มีหินที่เป็นธรรมชาติวางเรียงรายเป็นชั้นสลับซับซ้อนกัน ทางเข้าถ้ำเป็นเขาสูงประมาณ 70 เมตร ภายในวัดเขาถ้ำมีรอยพระพุทธบาทจำลอง พระสังกัจจายน์ เจ้าแม่กวนอิม และหลวงพ่อทันใจประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปที่ปั้นด้วยปูนเสร็จภายในหนึ่งวัน บนยอดเขามีเจดีย์ตั้งอยู่ และสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองตากได้ และทุกๆ ปี หลังวันสงกรานต์จะมีการจัดงานประเพณี ขึ้นวัดเขาถ้ำ โดยมีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของไทย และสรงน้ำพระพุทธบาทจำลอง