สถานที่ท่องเที่ยว
:: ชมทะเลหมอก 360 องศา ที่ดอยกาดผี ::
ทะเลหมอกที่ไหนๆ ก็ดูได้แค่มุม 180 องศา เข้าหาทิศตะวันออกดอยกาดผี มีดีไม่เหมือนใครทะเลหมอกสวยแต่ดูได้รอบตัว 360 อาศา

ตัวอาดอยกาดผีแหล่งชมทะเลหมอกใหม่ล่าสุด สวยสุดและมหัศจรรย์ที่สุดของ จ.เชียงราย ซ่อนความงามอยู่ในเทือกดอยวาวี อ.แม่สรวย เดินทางจากเชียงรายใช้เวลาราว 3 ชม.รถยนต์สามารถขึ้นถึงได้ มุมมองสวยสุดอยู่ด้านตะวันออกเป็นพานอรามา เห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนแต่มุมอื่นก็สามารถดูได้ รอบตัว ใกล้ดอยนี้มีที่เที่ยวคือดอยวาวี แหล่งปลูกชาและถ้าถามหาถิ่นกาแฟ ก็คือดอยช้างที่สามารถดูดอกนางพญาเสือโคร่งบานได้ด้วย

ชมทะเลหมอก 360 องศา ที่ดอยกาดผี จ.เชียงราย

ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: 05.30 - 06.30 น.
ฤดูกาลที่ดีที่สุด: เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม
จุดชมวิวที่ดีที่สุด: จุดชมวิวด้านล่างและบริเวณสันเนินขึ้นดอยด้านบน
 
:: หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ::
หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่ในพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 10 กิโลเมตร
ตัวอาคารล้อมรอบด้วยสวนอันสวยงาม เป็นศูนย์นิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่นเมื่อสมัยที่มีการใช้กันอย่าง
ถูกกฏหมายและผลกระทบของการเสพติดฝิ่น อีกทั้งยังทำหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง
ในหัวข้อฝิ่น สารสกัดจากฝิ่นในรูปแบบต่างๆและยาเสพติดอื่นๆ

หอฝิ่นจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ระหว่างเวลา 08.30 - 16.00 น. ค่าเข้าชมบุคคลทั่วไป
ต่างชาติ 300 บาท คนไทย 200 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 50 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 50 บาท (เฉพาะคนไทย)
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ฟรี รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ
โทร. 0 5378 4444 เว็บไซต์ www.goldentrianglepark.com
 
:: ทะเลสาบเชียงแสน หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย ::
มีเนื้อที่ทั้งหมด 2,711 ไร่ ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2528 เดิมเป็นเพียงหนองน้ำขนาดเล็ก จนมีการสร้าง ฝายกั้นทางน้ำ ทำให้น้ำเอ่อล้น จนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ในฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นสบายและหมอกลอยปกคลุมทั่วไป ทะเลสาบเขียงแสนยังเป็น แหล่ง ดูนกที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะนกเป็ดน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว หลายชนิดเป็นนกหายาก เช่นเป็นแมนดาริน เป็ดเทาก้านดำ เป็ดเบี้ยหน้าเขียว เป็ดหัวเขียว เป็นต้น บริเวณทะเลสาบมีรีสอร์ทเอกชนให้พักหลายแห่ง

การเดิทาง จากตังเมืองเชียงแสน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1016 ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายที่กิโลเมตรที่ 27 เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร
หรือนั่งรถโดยสารจากเชียงราย ไปอำเภอเชียงแสนแล้วต่อรถสามล้อเครื่อง
 
:: สบรวก (สามเหลี่ยมทองคำ) ::
อยู่ห่างจากอำเภอแม่สาย 28 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1290 เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า บริเวณนี้เคยมีการค้าฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ ทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงาม โดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ 300 - 400 บาท นั่งได้ 6 คน ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของ ก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยว ในจังหวัดเชียงรายได้ หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำ บริเวณสบรวกและเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยู่ริมแม่น้ำโขง
 
:: ดอยผาตั้ง ::
เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น ซึ่งเป็นเทือกเขาแนวพรมแดนไทย - ลาว สูง 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ดอยผาตั้ง ถือเป็นเป็นจุดชมวิวไทย - ลาว และทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้ภูชี้ฟ้า รถยนต์สามารถขึ้นเกือบถึงจุดชมวิวบริเวณเนินร้อยสามได้ บนจุดชมวิวจะเป็นแนวเขาซึ่งชมวิวได้ตลอดแนว นอกจากนั้นบนดอยยังมีจุดที่น่าสนใจ คือ ผาบ่อง ประตูสยามสู่ลาว เป็นช่องหิน ขนาดใหญ่คนเดินลอดได้อยู่ในแนวหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์ประเทศลาวได้ ช่องเขาขาด เป็นช่องเขาที่หินขาดจากกันมองเห็นแม่น้ำโขง พาดผ่านตรงช่องเขาขาดพอดี โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม ดอกนางพญาเสือโคร่งและดอกเสี้ยวจะบานสะพรั่งงดงาม เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ ดอยผาตั้งนี้ และด้วยอากาศที่หนาวเย็นเหมาะแก่การทำการปลูกพืชเมืองหนาว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนดอยผาตั้งจึงทำอาชีพเกษตร ปลูกบ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา ซึ่งจะให้ผลผลิตมากในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการกระจายรายได้ แก่ท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี บนดอยผาตั้ง มีที่พัก สถานที่กางเต็นท์และร้านอาหาร สามารถไปเที่ยวได้ตลอดปี

การเดินทาง
จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย - เวียงชัย - พญาเม็งราย - บ้านต้า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 1173 และ 1152) 50 กิโลเมตร
บ้านต้า - บ้านท่าเจริญ (ทางหลวง 1020) 45 กิโลเมตร
บ้านท่าเจริญ - เวียงแก่น - ปางหัด (ทางหลวงหมายเลข 1155) 17 กิโลเมตร และ
ปางหัด - ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร สภาพเส้นทางบางช่วงสูงชัน
 
:: ดอยแม่สลอง ::
เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านสันติคิรี เดิมชื่อบ้านแม่สลองนอก เป็นชุมชนผู้อพยพจากกองพล 93 ซึ่งอพยพจากประเทศพม่าเข้ามาในเขตไทย จำนวนสองกองพันคือ กองพันที่ 3 เข้ามาอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และกองพันที่ 5 อยู่ที่บ้านแม่สลองนอก ตั้งแต่ปี 2504 ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่เล็กที่สุด สีชมพูอมขาว จะบานสะพรั่งตลอดแนว ทางขึ้นดอยแม่สลอง เป็นพันธุ์ไม้ที่หาชมได้ยากในเมืองไทย เพราะจะเจริญเติบโตอยู่แต่เฉพาะในภูมิอากาศหนาวจัดเท่านั้น ละที่ดอยแม่สลองนี้ยังเป็นแหล่งปลูกชาจีนที่มีคุณภาพของภาคเหนืออีกด้วย

การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงราย - แม่จัน เลยจากอำเภอแม่จันไป 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายไป 12 กิโลเมตร ถึงศูนย์พัฒนาและ สงเคราะห์ชาวเขาเลยจากศูนย์ฯ ไป 11 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านผาเดื่อ ซึ่งเป็นจุดแวะชมและซื้อหัตถกรรมชาวเขา จากนั้นเดินทาง จากบ้านเย้าถึงบ้านอีก้อสามแยก ทางขวาไปหมู่บ้านเทอดไทย ส่วนแยกซ้ายไปดอยแม่สลอง ระยะทาง 18 กิโลเมตร รวมระยะทาง จากเชียงราย 42 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย และจากดอยแม่สลองมีถนนเชื่อมต่อไปถึงบ้านท่าตอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 45 กิโลเมตร ในกรณีไม่ได้ขับรถมาเองให้ขึ้นรถประจำทางจากตัวเมืองเชียงรายไปต่อรถสองแถวที่
ปากทางขึ้นดอยแม่สลอง
 
:: ดอยหัวแม่คำ ::
จากเชียงรายใช้เส้นทางเดียวกับทางขึ้นดอยแม่สลอง แต่เมื่อเดินทางถึงบ้านอีก้อสามแยกแล้ว แยกเข้าเส้นทางที่ไปบ้านเทอดไทย จากนั้นจะพบทางแยกอีกครั้ง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านห้วยอิ้น ระหว่างทางจะผ่านหมู่บ้านชาวเขาซึ่งตั้งอยู่เป็นระยะ บ้านหัวแม่คำ อยู่เกือบสุดชายแดนพม่า เส้นทางเป็นทางลูกรังคดโค้งไปตามทิวเขา ใช้เวลาเดินทางราว 3 - 4 ชั่วโมง ดอยหัวแม่คำเป็น ที่ตั้งหมู่บ้านชาวเขาขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเผ่าลีซอ เป็นกลุ่มชนส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอีก้อ ม้งและมูเซอ ในช่วงเวลาซึ่งตรง กับตรุษจีนของทุกปี ชาวลีซอจะจัดงานประเพณีกินวอ ซึ่งเปรียบเสมือนวันขึ้นปีใหม่ ในวันนั้นชาวลีซอจะแต่งกายสวยงาม มีการกินเลี้ยง เต้นระบำ เป็น 7 วัน 7 คืน และในเดือนพฤศจิกายนจะเป็นช่วงที่ดอยหัวแม่คำงดงามไปด้วยดอกบัวตองสีเหลือง สดใสสะพรั่งอยู่ทั่วไปตามแนวเขา นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักบนดอยหัวแม่คำ มีบ้านพักและเต็นท์ให้บริการ หรือจะนำเต็นท์มาเองก็ได้ สอบถามข้อมูลติดต่อ เกษตรที่สูงหัวแม่คำ โทร. 0 5491 8101, 0 1993 0325
 
:: พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง ::
เยี่ยมชมพระตำหนัก พักรีสอร์ท เยือนหมู่บ้านชาวเขา เดินเท้าในดงกุหลาบพันปี

เชียงราย อารยนครอายุกว่า 700 ปี มีมนต์เสน่ห์ล้ำลึกของวัฒนธรรมล้านนา กลมกลืนกันอยู่ในโอบล้อมของผืนป่า ที่เริ่มคืน ความเขียวชะอุ่มภายหลังเกิดโครงการพัฒนาดอยตุงฯ กว่า 30 ปีที่ผ่านมาด้วยพระบารมีของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ชาวเขาและชาวพื้นราบในบริรายรอบดอยตุง ยอดสูงสุดของดอยนางนอน พรมแดนไทย-เมียนมาร์ ได้เปลี่ยนวิถีจากการปลูก และเสพฝิ่น ถางป่าตัดไม้ และทำไร่เลื่อนลอย หันมาทำเกษตร ปลูกพืชผักเมืองหนาว ทำไร่กาแฟและแมคคาเดเมีย สร้งผลงานเย็บปักถักทอที่เชื่อมต่อ วัตถุดิบพื้นถิ่น และหัตถศิลป์พื้นเมืองสุ่การใช้งานในชีวิตประจำวันแบบสากล ในขณะที่กลุ่มชน 30 ชาติพันธุ์ ยังคงอาศัยอยู่อย่างสงบ ตามไหล่เขาและบนดอยสูง แบนแน่นอยู่กับประเพณีดั้งเดิมของตน โดยไม่ถูกวัฒนธรรมเมืองกลืนกิน

วันนี้...ดอยตุงพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนสู่วิถีชุมชนสัมมาชีพโอบล้อมของสวนป่าและ อุทยานที่แวล้วนด้วยไม้ดอกไม้ประดับอันงดงาม เกินบรรยาย

รำลึกถึง "แม่ฟ้าหลวง" ณ หอพระราชประวัติ เรียนรู้ปรัชญาในการดำรงพระชนม์ชีพ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงให้ชีวิตใหม่แก่ดอยตุง ราษำรพากันขานพระนามพระองค์ว่า "แม่ฟ้าหลวง"

นิทรรศการจัดแสดงด้วยเทคนิคทันสมัยน่าตื่นใจและสะเทือนอารมณ์นับแต่เสด็จสู่สวรรคาลัย ก่อนจะย้อนกลับไปยังช่วงต้นของพระชนม์ชีพ แรกพบสมเด็จพรบรมราชชนก พระราชพิธีอภิเษกสมรส ทรงร่วมใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษ เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ทรงอภิบาลพระประมุขของชาวไทย 2 พระองค์พร้อมสมเด็จพระเจ้าที่นางเธอฯทรงงานด้านการศึกษา ศาสนา สาธารณสุข สาธารณกุศล และทรงได้รับยกย่องจากยูเนสโกเป็นบุคคลดีเด่นแห่งศตวรรษที่ 20 เพลินชมพระตำหนักดอยตุง เรือนไม้ 2 ชั้นบนเนินต่างระดับ สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างบ้านปีกไม้ ศิลปะล้านนา กับชาเลต์แบบสวิส (swiss Chalet) สามารถมองเห็นทิวท้ศน์เทือกเขาสลับซับซ้อน กลางห้องเป็ฯที่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์เพื่อผู้มาเยือนได้สักการะ เพดานดาว เป็นภาพระบบสุริยะและกลุ่มดวงดาวอยู่ในตำแหน่ง เดียวกับที่เคยปรากฎ ณ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 วันพระราชสมภพ

รอบพระตำหนักประดับด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ สามารถชมห้องบรรทมและห้องทรงงานที่สะท้อนพระราชจริยวัตรอันงดงามเรียบง่าย

เดินชมดงกุหลาบพันปี ณ สวนรุกขชาติ ดอยช้างมูบ สงบสุขในเส้นทางธรรมชาติที่แวดล้อมด้วยกลิ่นไม้สน เข้าสู่ดงกุหลาบพันปีนานาพันธุ์
แล้วแวะชม ธารน้ำพระทัย ธารน้ำผุดที่รินไหลสู่เบื้องล่าง

รื่นรมย์ชมไม้เมืองหนาว ณ สวนแม่ฟ้าหลวง ละลานตาด้วยแปลงไม้ดอก และไม้พุ่มจากทุกมุมโลก หมุนเวียนกันเบ่งบานตลอดปี สวยสดราวผืนพรมธรรมชาติที่แปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ชมสวนหิน สวนน้ำพุ น้ำผุด ที่จะปรับเปลี่ยนไปทุกปีในช่วงงาน ห่มหนาว ราวเดือนตุลาคมถึงเมษายน

เยือนหมู่บ้านชาวเขา ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า (อีก้อ) ลาฮู่ (มูเซอ) ไทยใหญ่ (ฉาน) และจีนอพยพ ที่ยังคงรักษาพิธีกรรมเก่าแก่ไว้ได้ในพื้นที่รำรวยอารยธรรมชนเผ่าซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน

งานฝีมือจากดอยตุงสู่ตลาดโลก ณ ศูนย์งานฝีมือ ศูนย์ผลิตและจำหน่ายงานมือ มีสินค้าดีไซน์เฉพาะ เหมาะสำหรับผู้พิถีพิถันเลือกสินค้า นับแต่ผ้าทอมือ พรมทอมือ ผลิตภัณฑ์กระดาษสา งานปั้นและเครื่องเคลือบดินเผา ไปจนถึงกาแฟดอยตุง และแมคคาเดเมีย และผลิตภัณฑ์ที่ดอยตุงได้รับตราสินค้า UNODC (United Nations Office on Drugs and Crime) เป็นสินค้า สื่อความหมายยับยั้งยยาเสพติด และบรรเทาความยากจน ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์โครงการที่ดอยตุงได้รับ แสดงถึงความสำเร็จ ในการพัฒนาแบบยั่งยืน สามารถบรรเทาปัญหาควมยากจน และยุติกระบวนการผลิตยาเสพติด

ที่พัก ดอยตุง ลอด์จ ห่างจากพระตำหนักดอยตุงระยะเดิน 15 นาที สามารถมองเห็นหมู่บ้านชาวเขา ทุ่งนาป่าสน และดอยตุงในมุมกว้าง ท่ากลางเสียงใบไม้ และนกร้อง มีห้องพักปรับอากาศเตียงคู่ และเดี่ยว 47 ห้อง พร้อม ทีวี ตู้เย็น เครื่องเป่าผม บริการซักรีด ร้านขายของที่ระลึก
ห้องประชุม สัมมนา ร้านอาหารครัวตำหนัก บริการอาหารไทยพร้อมผักปลอดสารพิษเก็บสดจากไร่ในโครงการ

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. เก็บค่าเข้าชมพระตำหนัก คนละ 70 บาท สวนแม่ฟ้าหลวง 80 บาท และหอพระราชประวัติ 30 บาท หากซื้อตั๋วรวมทั้งสามแห่งจะได้ราคา 150 บาท การเข้าชมจะมีเจ้าหน้าที่นำชมอธิบายความเป็นมา ของพระตำหนัก ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ โครงการพัฒนาดอยตุง อาคารเอนกประสงค์ พระตำหนักดอยตุง โทร. 0 5376 7015 - 7 หรือ www.doitung.org E-mail: tourism@doitung.org

การเดินทาง พระตำหนักดอยตุงอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 ไป 45 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1149 ไปประมาณ 15 กิโลเมตร สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทางสามารถ ใช้บริการรถสองแถวสีม่วงบริเวณปากทาง รถออกตั้งแต่ 07.00 น. มีรถออกทุก 20 นาที
 
:: พระธาตุดอยตุง ::
ตั้งอยู่บริเวณ กม. ที่ 17.5 ของทางหลวงหมายเลข 1149 เป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า นำมาจากมัธยมประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ได้มาประดิษฐานที่ล้านนาไทย เมื่อก่อสร้างพระสถูปบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุนี้ ได้ทำธงตะขาบ (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ตุง) ใหญ่ยาวถึงพันวา ปักไว้บนยอดดอย ถ้าหากปลายธงปลิวไปไกล ถึงเมืองไหน ก็จะกำหนดเป็นฐานพระสถูป เหตุนี้ดอยซึ่งเป็นที่ประดิษฐานปฐมเจดีย์แห่งล้านนาไทย จึงปรากฏนามว่า ดอยตุง พระธาตุดอยตุงเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ เมื่อถึงเทศกาลนมัสการพระธาตุดอยตุงจะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเพื่อนบ้าน จากประเทศใกล้เคียง เช่น ชาวเชียงตุงในรัฐฉาน ประเทศสหภาพพม่า ชาวหลวงพระบาง เวียงจันทน์ เดินทางเข้ามานมัสการทุกปี
 
:: ไร่แม่ฟ้าหลวง ::
อุทยานแห่งความสงบงามอย่างล้านนา อุทยานศิลปะและวัฒนธรรม บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ กลางเมืองเชียงราย เป็นที่เก็บรักษาศิลปะวัตถุ อันล้ำค่าของวัฒนธรรมล้านนา เชิญนมัสการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ในหอคำ ชมงานนิทรรศการเรื่องไม้สัก พร้อมชมงานศิลปะพื้นบ้าน ในหอแก้ว ล้อมรอบตัวด้วยบึงน้ำอันสงบเงียบ มีสวนไม้หอมและพฤกษานานาพันธ์

ล้านนาในปัจจุบัน หมายถึง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย กล่าวคือ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน อาณาจักรล้านนานั้นร่ำรวยด้วยประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมมาแต่โบราณ

ศิลปวัฒนธรรมล้านนา นอกจากเกิดตามจารีตและความเชื่อของคนไนท้องถิ่นแล้ว ยังได้รับอิทธิพลบางส่วนมาจากรัฐฉานของพม่า สิบสองปันนาของจีน และจากล้านช้างของลาวอีกด้วย

ไร่แม่ฟ้าหลวง อยู่บริเวณพื้นราบทางตะวันตกของตัวเมืองเชียงราย คร้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่อบรมเยาวชนชาวเขาจากหมู่บ้านต่างๆ ในภาคเหนือ ปัจจะบันเป็นอุทยานศิลปะและวัฒนธรรมอันรื่นรมย์ด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ เหมาะสำหรับผู้แสวงหาความสงบเงียบ และแรงบันดาลใจอันเกิดจากธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น

บริเวณ 150 ไร่ของไร่ฯ เป็นที่จัดแสดงงานศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี ละคร ทั้งยังเหมาะสำหรับจัดงานเลี้ยงรับรอรูปแบบต่างๆ การประชุมสัมมนา หรือการประกอบพิธีกรรมพื้นเมืองเหนือในท่ามกลางบรรยากาศอันสงบและศักดิ์สิทธิ์

หอคำ เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาซึ่งมีหลังคามุงด้วยแผ่นไม้สัก ชาวเชียงรายร่วมกันสร้างเพื่อ "ไหว้สาแม่ฟ้าหลวง" ถวายเนื่องในวโรกาส ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเจริญพระชนมายุ 84 พรรษาเมื่อปี พ.ศ. 2527 อันเป็นฝีมือช่างไม้พื้นบ้านในจังหวัดเชียงรายและแพร่ ภายในหอคำเป็นที่เก็บรวบรวมศลปวัตถุและงานพุทธศิลป์ มีทั้งพระพุทธรูปแบบล้านนา พม่า และเครื่องไม้แกะสลักที่ในในการพระศาสนา เช่น สัตภัณฑ์ (เชิงเทียนไม้เก่าแก่) ตุงกระด้าง(ตุงหรือธงไม้) ขันดอก (ภาชนะใส่ดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระ) บรรยากาศภายในหอคำศักดิ์สิทธิ์ และขรึมขลัง ให้ความรุ้สึกที่อธิบายได้ยาก แสงเที่ยนที่วับแวมอยู่ในความสลัวชวนให้เกิดความปีติจับใจ พระพุทธรูปองค์สำคัญในหอคำ คือพระเจ้าพร้าโต้ ซึ่งมีจารีกว่าสร้างในปี พ.ศ. 2236 โดยชาวบ้านซึ่งพึ่งย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่และยังไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสม สนการสลักเสลาพระพุทธรูปไม้ให้ประณีตจึงใช้เพียงมีโต้เป็น เครื่องมือแกะสลักพระพุทธรูปมีลักษณะแข็งแรงและสง่างาม

หอคำน้อย การเดินเล่นในอุทยานแห่งนี้เป็นประสบการณ์พิเศษ ภายในอุทยานมีไม้ป่านานาพันธุ์ มีพระรูปปั้นของสมเด็จพระรูปของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อันเป็นผลงานของคุณมีเซียม ยิบอินซอย มีอาคารศิลาแลงหลังคาเป็นเกล็ดไม้สัก ซึ่งเรียกว่า "หอคำน้อย" เป็นที่เก็บภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่นบนกระดานไม้สัก สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยช่างเขียนชาวไทยลื้อ ภาพแสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ การแต่งกาย และวัฒนธรรมล้านนาเมื่อกว่าร้อยปีมาแล้ว

หอแก้ว จากหอคำนาน้อย เมื่อเดินผ่านป่าสมุนไพรไปทางทิศใต้ จะพบอาคารหลังใหญ่คือ "หอแก้ว" ซึ่งมีพื้นที่แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งใช้เป็นที่ทำกิจกรรม เช่น การประชุมสัมมนา จัดเลี้ยง ฯลฯ มีระเบียงยื่นลงไปในสระน้ำกว้างใหญ่ เหมาะแก่การสังสรรค์อันรื่นรมย์ และปลอดโปร่งใจอีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ ทั้งนิทรรศการหมุนเวียน และนิทรรศการถาวร นิทรรศการถาวรเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับไม้สัก ทั้งในด้านพฤกษศาสตร์ และในด้านเป็นวัสดุอันเลื่องชื่อสำหรับสร้างสรรค์งานศิลปะ

In the Candle Light เป็นแพ็คเกจที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามของไร่แม่ฟ้าหลวงในยามค่ำคืน (ระหว่างเวลา 18.30-22.0 น.) ด้วยการนำชมโดยผู้ชำนาญที่ให้ความรู้ ความสนุกสนานเรื่องวัฒนธรรม พร้อมการแสดงศิลปะพื้นเมืองที่วิจิตรงดงามตามรูปแบบไร่แม่ฟ้าหลวง และรับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมืองท่ามกลางบรรยากาศแบบล้านนา ราคาแพ็คเกจ 800 บาทต่อท่าน

ไร่แม่ฟ้าหลวงตั้งอยู่ที่ 313 หมู่ 7 บ้านป่างิ้ว ต.รอบเวียง โทร.0 5371 1968 โทรสาร 0 5371 2429 เว็บไซต์ www.maefahluang.org E-mail : rmfl@doitung.org เปิดทุกวันเวลา 10.00 - 18.00 น.(ยกเวันวันจันทร์) ค่าเข้าชมคนไทย 150 บาท ต่างชาติ 200 บาท สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 0 2252 7114 ต่อ 234, 217 โทรสาร 0 2254 1665 E-mail: tourism@doitung.org

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ภายใต้การบริหารงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ)

โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) ชมพระตำหนักดอยตุง หอพระราชประวัติ สวนแม่ฟ้าหลวง อุทยานไม้ดอกไม้พุ่มที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย เดินชมดงกุหลาบพันปี ณ สวนรุกขชาติ ดอบช้างมูบ เที่ยวชมศูนย์งามนมือ โครงการพัฒนาดอยตุงแล้วแวะเยี่ยมชาวเขาที่กำลังทำงานในไร่กาแฟและแมคคาเดเมีย

หอฝิ่น ณ อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เรียนรู้อย่างน่าตื่นใจในเรื่องเกี่ยวกับฝิ่น ที่ค้นคว้าและนำเสนอด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย

ที่พัก เกรทเธอร์ แม่โขง ลอด์จ ห้องหักและบ้านพักตามไหล่เขา บริเวณอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ โทร. 0 5378 4450 ดอยตุง ลอด์จ ที่พักใกล้พระตำหนักดอยตุงแวดล้อมด้วยทิวทัศน์ป่าเขาลำเนาไพร โทร. 0 5376 7015 - 7
 
:: อนุสรณ์ชาวไทยเชื้อสายจีน ::
ตั้งอยู่ที่บ้านสันติคีรี บนดอยแม่สลอง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงประวัติศาสตร์ว่า ที่บ้านสันติคีรีเป็นหมู่บ้านของ อดีตทหารจีนคณะชาติ (ทจช.ก๊กมินตั๋ง) กองพล 93 ได้ช่วยราชการไทยต่อสู้และปราบปรามคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ดอยหลวง ดอยขาว และดอยผาหม่น จ.เชียงราย พ.ศ.2514 - 2528 และพื้นที่เขาย่า จ.เพชรบูรณ์ ในปี 2524 จากการสู้รบดังกล่าวอดีตทหารจีนคณะชาติได้เสียชีวิต และบาดเจ็บทุพพลภาพเป็นจำนวนมากรัฐบาลไทย จึงกำหนดสถานะ ให้อดีตทหารจีนและคณะชาติเหล่านั้น เป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศไทย และให้แปลงสัญชาติเป็นไทยได้ ซึ่งทำให้อดีตทหารจีนคณะชาติเหล่านี้ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นอย่างมาก

อนุสรณ์สถานดังกล่าวออกแบก่อสร้างและตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมจีน ภายในได้มีการจัดแสดงภาพถ่าย ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ความเหนื่อยยาก การตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทย และมีห้องสมุดที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ เป็นหลักฐานอ้างอิง

เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 08.00 - 17.00 น. ค่าธรรมเนียมคนไทย 30 บาท คนต่างชาติ 50 บาท สอบถามรายละเอียดที่ อบต.แม่สลองนอก โทร. 0 5376 5129
 
:: สถูปดอยช้างมูบ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ::
อยู่บนดอยช้างมูบ ริมถนนสายพระธาตุดอยตุง บ้านผาหมี ห่างจากทางแยกวัดน้อยดอยตุงประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของดอยตุง มีพระสถูปช้างมูบ เป็นเจดีย์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ มีลักษณะเหมือนช้างหมอบอยู่ สภาพโดยรอบเป็นต้นโพธิ์ใหญ่ และต้นสนซึ่งใช้ปลูกเพื่ออนุรักษ์ดินและต้นน้ำ
 
:: ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงหัวแม่คำ ::
เป็นศูนย์ฯ ที่ส่งเสริมให้ชาวบ้านสร้างรายได้โดยการ ปลูกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกลิลลี่ ดอกแกลดิโอลัส เยอร์บีรา ทิวลิป ศูนย์ฯ มีบ้านพักและเต็นท์ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์สำหรับผู้ที่จะนำเต็นท์มาเอง สนใจสอบถามข้อมูล โทร. 0 5391 8101 และ 0 1993 0325

การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 สู่อำเภอแม่จัน เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1130 ไปจนถึงดอยหัวแม่คำ ควรใช้รถที่มีสมรรถนะดี เพราะถนนไม่ดี หรือเช่าเหมารถตู้จากตัวเมืองเชียงราย ไปดอยหัวแม่คำก็ได้
 
:: สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ::
อยู่บนดอยช้ามูบ มีเนื้อที่ 250 ไร่ ริมถนนสายพระธาตุดอยตุง บ้านผาหมี ห่างจากทางแยกวัดน้อยดอยตุงประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของเทือกเขานางนอน ดอยช้างมูบมีเส้นทางเดินลัดเลาะเข้าไปในดงกุหลาบพันปี ยิ่งสวยงามมากในช่วงที่ดอกซากูระบานในราวต้นเดือนมกราคม นางพญาเสือโคร่งและเสี้ยวดอกขาว จะออกดอกบานสะพรั่ง กล้วยไม้ป่าอย่างเอื้องตาหิน เอื้องเงิน ม่อนไข่ ก็เริ่มผลิดอกออกตามกิ่งไม้ กลิ่นสนภูเขาอบอวลอยู่รอบตัว ภายในบริเวณมีพระสถูปช้างมูป เป็นเจดีย์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนกองหินขนาดใหญ่ มีลักษณะเหมือนช้างหมอบอยู่และยังมีต้นสนซึ่งใช้ปลูกเพื่ออนุรักษ์ดินและต้นน้ำอีกด้วย ค่าเข้าชมสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวงคนละ 50 บาท แต่ถ้าจะเข้าชมพระตำหนัก (70 บาท) ด้วยรวม 2 แห่ง ก็จะเหลือเพียง 100 บาทเท่านั้น การเดินทาง สวนรุกขชาติตั้งอยู่ริมถนนสายพระธาตุดอยตุง บ้านผาหมี อำเภอแม่ฟ้าหลวง ห่างจากแยกวัดน้อยดอยตุงประมาณ 4 กิโลเมตร
 
:: ทุ่งบัวตองดอยหัวแม่คำ ::
ทุ่งดอกไม้สีทองเหลืองอร่ามบานสะพรั่งยามเมื่อลมหนาว พัดมา งดงามไปทั่วทั้งขุนเขาเหนือดอยสูง อันเป็นถิ่นอาศัย ไม่เพียงแต่ มวลดอกไม้ ใครจะเชื่อว่าที่ดอยหัวแม่คำนี้ ยังมีชีวิตที่งดงาม แบบง่ายๆ ที่มีความสงบเป็นสีสันที่เบ่งสี อวดสวยคู่ไปกับบัวตอง อย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง

วันเวลาที่แนะนำดอกบัวตองจะบานรับฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมของทุกปี

การเดินทางจากจังหวัดเชียงรายเดินทางสู่ อ. แม่จันระยะทางประมาณ 30 กม. ผ่าน อ.แม่จัน เจอทางแยกที่บ้านห้วยไคร้ ให้เลี้ยวซ้ายขึ้นไปตามถนนจนสุดทางจะเจอหมู่บ้านหัวแม่คำ ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต 2 โทร. 0 - 5371 - 7433, 0 - 5374 - 4674-5
 
:: บ้านเทอดไทย ::
เดิมเรียกว่า บ้านหินแตก อยู่ห่างจากเชียงราย 66 กิโลเมตร ในปี พ.ศ 2511 ขุนส่าเคยเข้ามาใช้เป็นฐานที่มั่นในฐานะผู้นำกองทัพกู้ชาติไต ขุน เป็นคำที่ประชาชนในรัฐฉานเรียกบุคคลที่ให้ความเคารพนับถือ แต่ชาวโลกรู้จักขุนส่าดีในชื่อ ราชาเฮโรอีน ระหว่างปี พ.ศ. 2519 - 2525 ขุนส่าได้ใช้บ้านหินแตกเป็นฐานที่มั่นอย่างถาวรและกระทำการผิดกฎหมายจนทางรัฐบาลไทยต้องใช้กำลังผลักดัน
ให้ออกไปจากประเทศไทยคงทิ้งไว้แต่อดีตที่เหลืออยู่ เช่น บ้านพักที่ขุนส่าใช้เป็นศูนย์บัญชาการ นอกจากนี้บ้านเทอดไทยยังเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวเขาหลายเผ่าซึ่งสามารถพบเห็นได้ในตลาดยามเช้า
 
:: ตำบลแม่สลองนอก ::
ตำบลแม่สลองนอก ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่ฟ้าหลวงประมาณ 65 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดเชียงรายประมาณ 67 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อทิศเหนือจดกับตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง ทิศใต้จดกับตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน ทิศตะวันออกจดกับ สหภาพเมียนมาร์ ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง มีเทือกเขาสลับซับซ้อน และมีที่ราบระหว่างเชิงเขา มีระดับความสูงของสันเขา 950-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ด้วยสภาพที่ตั้งและภูมิประเทศดังกล่าวเป็นปัจจัยเอื้ออำนวยให้มีทรัพยากรธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมชนเผ่าอยู่เป็นจำนวนมาก

แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศมีต้นซากุระ (พญาเสือโคร่ง) ตามถนนขึ้นตำบลแม่สลองซึ่งจะผลิดอกช่วงเดือนธันวาคม ถึงเดือนมกราคม ทุกปีมีแหล่งปลูกชาที่ขึ้นชื่อของอำเภอแม่ฟ้าหลวง เช่น ชาอุ่หลงก้านอ่อน ชาโสม ชาเขียว เป็นต้น

แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ของชนเผ่าต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์ของกลุ่มชนเผ่าของตนเอง เช่น จีน อาข่า เย้า (อิ่วเมี่ยน) ลาหู่ (มูเซอ) ลีซู (ลีซอ) ไทยใหญ่ (ไต) และลั๊ว อาศัยอยู่เป็ฯสีสันของการท่องเที่ยวและมีพระบรมธาตุศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี สุสานนายพลต้วน และ อนุสรณ์สถานวีรชน อดีตทหารจีนคณะชาติ ภาคเหนือเป็นที่สักการะ บูชาของชาวตำบลแม่สลองนอก และมีสถานที่ชมวิวที่สวยงาม ชนเผ่าต่างๆในเขตตำบลแม่สลองนอกมีหมู่บ้านจำนวน 13 หมู่บ้าน หมู่บ้านบริวาร จำนวน 1 หมู่บ้าน (บ้านจะบูสี) แยกเป็น
จีน บ้านสันติคีรี บ้านกลาง บ้านเจียงจาใน
เผ่าอาข่า บ้านอาแหละ ป่าคาสุขใจ บ้านจะบูสี บ้านอาแบ บ้านป่าสามัคคี บ้านแม่เต๋อ แม่จันหลวง
เผ่าเย้า บ้านเล่าสิบ
ลาหู่ บ้านพนาสวรรค์
ลีซู บ้านธาตุ
ไทยใหญ่ บ้านใหม่สันติ ลั๊วบ้านตงจาใส

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก โทร. 0 5376 5129
 
:: การท่องเที่ยวชายแดนไทย - ลาว - พม่า ::
จุดผ่านแดนจังหวัดเชียงรายมี 3 จุด คือ
1. ด่านอำเภอเชียงแสน ฝั่งตรงข้ามคือด่านเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าเรือหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน เป็นจุดเดินทางท่องเที่ยวตามลำน้ำโขงโดยทางเรือไปถึงเชียงรุ้ง สิบสองปันนาจีนตอนใต้
2. ด่านอำเภอเชียงของ ฝั่งตรงข้ามคือด่านเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย 114 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือบั๊ก เป็นจุดข้ามไปท่องเที่ยวเมืองห้วยทราย และเดินทางตามลำน้ำโขงโดยทางเรือไปถึงหลวงพระบางและเวียงจันทน์ สปป.ลาว แล้วกลับเข้าประเทศไทยที่จังหวัดหนองคาย (เรือเร็วออกเดินทางช่วงเช้า นั่งได้ 5 คน ๆ ละ 800 บาท ใช้เวลา 5 ชั่วโมง เรือสินค้าออกเดินทางช่วงบ่ายคนละ 300 บาท ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน)
3. ด่านอำเภอแม่สาย ฝั่งตรงข้ามคือด่านท่าขี้เหล็ก สหภาพพม่า ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ตั้งอยู่เชิงสะพานข้ามแดนไทย-พม่า เป็นตลาดชายแดนไทย-พม่า และเป็นจุดเดินทางท่องเที่ยวไปเชียงตุงได้ โดยทางรถยนต์

หนังสือเดินทางสำหรับการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในลาว - พม่า
1. หนังสือเดินทาง (Passport) สำหรับประชาชนทุกสัญชาติที่มีวีซ่า สปป.ลาว - สหภาพพม่า สามารถเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศทั้งสองได้เป็นเวลา 15 วัน
2. หนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) สำหรับประชาชนสัญชาติไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยใช้ผ่านแดนได้เพียงครั้งเดียว รวมทั้งให้บุตรที่อายุไม่เกิน 12 ปี มีชื่อร่วมอยู่ในหนังสือผ่านแดนนี้ได้ด้วย อนุญาตให้พำนักอยู่ในพื้นที่ชายแดน แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ได้ 3 วัน และเข้าเมืองท่าขึ้เหล็ก สหภาพพม่าได้ 7 วัน (เข้าจุดไหนต้องออกจุดนั้นและหากเดินทางออกนอกพื้นที่ชายแดนตามที่ได้ระบุไว้นี้ จะต้องได้รับโทษตามกฎหมายของ สปป.ลาวและสหภาพพม่า) 2.1 เอกสารที่ต้องใช้ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือบัตรอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ ถ้าเข้าสปป.ลาว ต้องใช้รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป และค่าแบบฟอร์ม 15 บาท สำหรับสหภาพพม่าไม่ต้องใช้รูป 2.2 สถานที่ขอหนังสือฯ ขอได้ที่ ที่ว่าการอำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ และสถานที่ที่จังหวัดกำหนด สำหรับอำเภอแม่สายขอได้ที่ทำการเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากอำเภอแม่สายแล้ว หรือติดต่อชมรมบัตรผ่านแดนอำเภอแม่สาย โทร. (053) 642636
 
:: พระธาตุดอยปูเข้า ::
ตามเส้นทางเชียงแสน - สบรวก แยกซ้ายก่อนถึงสามเหลี่ยมทองคำเล็กน้อย รถยนต์สามารถขึ้นไปถึงยอดเขา หรือจะเดินขึ้นบันไดก็ได้ พระธาตุดอยปูเข้านี้ สร้างขึ้นบนดอยเชียงเมี่ยง ริมปากน้ำรวก เมื่อ พ.ศ. 1302 ในสมัยพระยาลาวเก้าแก้วมาเมือง กษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งเวียงหิรัญนครเงินยาง โบราณสถานประกอบด้วยพระวิหาร และกลุ่มเจดีย์ที่พังทลาย ก่อด้วยอิฐมีร่องรอยการตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น นอกจากนี้บนดอยเชียงเมี่ยงยังเป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นสามเหลี่ยมทองคำได้ชัดเจน
 
:: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน ::
ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงแสน เป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุที่ได้จากบริเวณเมืองโบราณเชียงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ลวดลายปูนปั้นฝีมือล้านนา พระพุทธรูปและศิลาจารึกจากเชียงแสนและจากจังหวัดพะเยา พร้อมทั้งให้ข้อมูลทางด้านวิชาการเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดี การตั้งถิ่นฐานของชุมชน และประวัติการสร้างเมืองเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงศิลปะพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่ ไทยลื้อและชาวเขาเผ่าต่างๆ ได้แก่ เครื่องเขิน เครื่องดนตรี เครื่องประดับ เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน พุธ - อาทิตย์ ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างเวลา 09.00 - 16.00 น. เก็บค่าเข้าชมชาวไทยคนละ 10 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 30 บาท หรือเข้าไปดูรายละเอียดที่ www.thailandmuseum.com และเยื้องกับพิพิธภัณฑ์จะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเมืองโบราณเชียงแสน
 
:: อำเภอเชียงแสน ::
เป็นอำเภอเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 59 กิโลเมตร โดยแยกจากทางหลวงหมายเลข 110 ที่อำเภอแม่จัน ไปตามทางหลวงหมายเลข 1016 ประมาณ 31 กิโลเมตร เชียงแสนเป็นเมืองเก่าแก่มากแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เดิมชื่อ เวียงหิรัญนครเงินยาง แม้ปัจจุบันยังมีซากกำแพงเมืองโบราณ 2 ชั้น และโบราณสถานหลายแห่งปรากฏอยู่ทั้งในและนอกตัวเมือง
 
:: บ้านหาดบ้าย ::
ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางเชียงแสน - เชียงของ เป็นถนนเลียบริมแม่น้ำโขง เป็นหมู่บ้านของชาวไทยลื้อที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีอันงดงามน่าสนใจ โดยเฉพาะฝีมือการทอผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงจากอำเภอเชียงของ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือหางยาวไปยังบ้านหาดบ้าย โดยขึ้นเรือที่ท่าเรือบั๊ก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และยังได้ชมทัศนียภาพสองฝั่งโขงอันสวยงามอีกด้วย

และบริเวณบ้านหาดบ้าย หมู่ที่ 1 ต.ริมโขง ตรงข้ามบ้านดอยแดง เมืองต้นผึ่ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ยังได้รับการประกาศเป็นจุดผ่อนปรนไทย-ลาว โดยกำหนดเปิดจุดผ่อนปรนทุกวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.00 น. และอนุญาติให้เข้าออกได้ภายในเขตหมู่บ้านหาดบ้ายเท่านั้น
 
:: ท่าเรือบั๊ก ::
จุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทย - ลาว ริมฝั่งแม่น้ำโขง มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถข้ามไปฝั่งลาวได้โดยติดต่อที่ว่าการอำเภอเชียงของ โดยเตรียมรูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด พร้อมเงินค่าธรรมเนียม 30 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศต้องขอวีซ่าจากสถานทูต (ด่านเปิดทุกวัน เวลา 06.30 - 18.30 น.) จากจุดนี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยทางเรือไปถึงหลวงพระบาง - เวียงจันทน์ สปป.ลาว และกลับเข้าประเทศไทยที่จังหวัดหนองคายได้ ติดต่อชมรมท่องเที่ยวเชียงของ โทร. 0 5379 1993
 
:: น้ำตกขุนแจ อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ::
เป็นน้ำตกที่สวยงาม มี 6 ชั้น อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนแจ บริเวณน้ำตกมีพื้นที่สำหรับปิกนิกและกางเต็นท์ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานฯ 2 ชั่วโมง จากนั้นเดินเท้าต่ออีก 1 ชั่วโมง เพื่อไปยังน้ำตก
 
:: น้ำตกแม่โถ อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ::
เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี มีทั้งหมด 7 ชั้น สูง 40 เมตร อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนแจ สามารถเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานถึงทางขึ้นน้ำตก (บ้านแม่โถ) ใช้เวลา 30 - 40 นาที ต่อจากนั้นเดินเท้าไปยังน้ำตก ใช้เวลาชมน้ำตกทั้ง 7 ชั้น ประมาณ 2 ชั่วโมง
 
:: ดอยลังกา อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ::
มีความสูง 2,000 เมตร สูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย ทำให้มองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของอุทยานแห่งชาติ มีเส้นทางเดินป่าใช้เวลาเดินป่า 4 วัน 3 คืน
 
:: ดอยมด อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ::
อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนแจ มีความหนาแน่นของป่าดิบชื้นระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดดอยมด มีพืชขึ้นหลายชนิด เช่น กล้วยไม้ดิน เฟิร์น มอส และพืชอื่นๆ ร่มรื่นและชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา บนยอดดอยที่ระดับความสูง 1,700 เมตร มีป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ดอยมดสามารถเดินป่าได้โดยใช้เวลา 2 วัน 1 คืน
 
:: บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ::
อยู่ที่ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ ถนนสายเชียงราย - เชียงใหม่ กม. ที่ 64 - 65 มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ 3 บ่อ บริเวณบ่อน้ำร้อนมีชาวบ้านนำไข่มาขายเพื่อให้นักท่องเที่ยวทดสอบต้มในบ่อน้ำร้อน
 
:: ถ้ำผาจม ::
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สาย อยู่ห่างจากอำเภอแม่สายไปทางทิศเหนือประมาณ 1.5 กิโลเมตร ถ้ำผาจมตั้งอยู่บนดอยอีกลูกหนึ่ง ทางทิศตะวันตกของดอยเวา ติดกับแม่น้ำสาย เคยเป็นสถานที่ซึ่งพระภิกษุสงฆ์นั่งบำเพ็ญเพียรภาวนา เช่น พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ปัจจุบันมีรูปปั้นของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ประดิษฐานไว้บนดอยด้วย ภายในถ้ำผาจมมีหินงอกหินย้อยอยู่ตามผนังและเพดานถ้ำ สวยงามวิจิตรตระการตา
 
:: ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลา ถ้ำเสาหินพญานาค ::
ตั้งอยู่ที่ดอยจ้อง หมู่ 11 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย ห่างจากอำเภอแม่สายไปทางทิศใต้ตามทางหลวงหมายเลข 110 ประมาณ 12 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ดอยจ้องเป็นภูเขาหินปูน จึงประกอบด้วย ถ้ำหินงอก หินย้อย และทางน้ำไหลมากมาย

ถ้ำปุ่ม อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขา ต้องปืนขึ้นไป ภายในถ้ำมืดมาก ต้องมีผู้นำทางเที่ยวชม
ถ้ำปลา เป็นถ้ำหนึ่งที่มีน้ำไหลภายในถ้ำ เคยมีปลาชนิดต่างๆ ทั้งใหญ่น้อยว่ายออกมาให้เห็นเป็นประจำ ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปศิลปะพม่า สร้างขึ้นโดยพระภิกษุชาวพม่า ประชาชนทั่วไปเรียกว่า พระทรงเครื่อง เป็นที่เลื่อมใสของประชาชนในแถบนี้
ถ้ำเสาหินพญานาค อยู่ในบริเวณเดียวกัน เดิมต้องพายเรือข้ามน้ำเข้าไปชม ภายหลังได้สร้างทางเดินเชื่อมกับถ้ำปลา ระยะทาง 150 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อย และยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมด้วย
 
:: พระธาตุดอยเวา ::
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สาย บนดอยริมฝั่งแม่น้ำแม่สาย ตามประวัติกล่าวว่า พระองค์เวาหรือเว้าผู้ครองนครนาคพันธ์โยนก เป็นผู้สร้างเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุองค์หนึ่งเมื่อ พ.ศ. 364 นับเป็นพระบรมธาตุที่เก่าแก่องค์หนึ่งรองมาจากพระบรมธาตุดอยตุง นอกจากนี้บนยอดดอยเวายังเป็นจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ของอำเภอแม่สาย และท่าขี้เหล็กทางฝั่งพม่าได้อย่างชัดเจน สามารถนำขึ้นไปจนถึงพระธาตุได้
 
:: อำเภอแม่สาย ::
อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 61 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 เป็นอำเภอเหนือสุดของประเทศไทย ติดกับจังหวัดท่าขี้เหล็กของพม่า โดยมีแม่น้ำแม่สายเป็นพรมแดน มีสะพานเชื่อมเมืองทั้งสองเข้าด้วยกัน ทั้งชาวไทยและชาวพม่าเดินทางไปมาหาสู่ค้าขายกันได้โดยเสรี สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางไปยังท่าขี้เหล็กของพม่า เพื่อซื้อสินค้าพื้นเมืองและสินค้าราคาถูกอื่นๆ เช่น ตะกร้า เครื่องทองเหลือง สบู่พม่า สมุนไพร การข้ามไปท่าขี้เหล็ก นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าเขตประเทศพม่าได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.30 - 18.30 น. โดยใช้บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้ ค่าบริการคนละ 15 บาท สำหรับชาวต่างประเทศ 5 เหรียญสหรัฐ โดยนำหนังสือเดินทางไปติดต่อกับด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย
 
:: พิพิธภัณฑ์พระประทีปโกลด์แลนด์ ::
ตั้งอยู่ที่ 191 หมู่ 1 ถ.แม่จัน-เชียงแสน ต.จอมสวรรค์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงพระพุทธรูปโบราณ และพระเครื่องเก่าแก่หลายสมัย อาทิ ในยุคคันธราราษฎร์, ทวาราวดี, เชียงแสน สุโขทัย, อู่ทอง, ลพบุรี, อยุธยา, รัตนโกสินทร์ จำนวนมากกว่า 500 องค์ รวมทั้งมีพระเครื่องชุดเบญจภาคี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 - 17.00 น. โทร. 0 5365 3038 - 9
 
:: ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง ::
ตั้งอยู่ จังหวัดเชียงรายกิโลเมตรที่ 12 ของทางหลวงหมายเลข 1089 (แม่จัน - ท่าตอน) ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 36 กิโลเมตร มีเนื้อที่กว่า 400 ไร่ จัดเป็นหมู่บ้านทางวัฒนธรรม เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นหุบเขา และลำห้วยขุนน้ำแม่จัน มีอุทยานไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ห้อมล้อมด้วยไร่ชา และสวนดอกท้อ มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ขี่ช้าง นั่งเกวียน มีการแสดงของช้าง การสาธิตต่าง ๆ เช่น การทำเครื่องเงิน เครื่องจักสาน การทำกระดาษสา การปั่นฝ้ายทอผ้า งานเย็บปักถักร้อยของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ และสาธิตวิธีชงชาตามแบบฉบับของยูนนาน การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศไทย ลาว จีน (ตอนใต้) พม่า เวียดนาม และกัมพูชา และมีฆ้องชัยใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 5 เมตร ให้ชมอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการที่พักและห้องประชุมสัมนา

การแสดงจะมีระหว่างเวลา 11.00 - 12.00 น. และ 14.00 - 15.00 น. อัตราค่าอาหารกลางวันและการแสดง
1. ค่าชมการแสดง + อาหารกลางวัน ท่านละ 200.- บาท ถึง 300.- บาท ( ขึ้นอยู่กับรายการอาหาร )
2. ค่าชมการแสดงกรณีไม่ทานอาหารกลางวัน 150.- บาท / ท่าน
3. เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี ราคาท่านละ 100.- บาท


เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 18.00 น.
 
:: ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงดอยผาหม่น ::
เป็นศูนย์ส่งเสริมการเพาะปลูกดอกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกทิวลิป ดอกลิลลี่ ดอกซัลเวียสีแดง ต้นคริสต์มาสสีแดง หลากสีหลายพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวดอกไม้จะออกดอกสวยงามเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชม รอบบริเวณยังมีทิวทัศน์สวยงามดูแล้วสดชื่นท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ศูนย์ฯ มีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยว 3 หลัง ราคา 1,200 บาท/หลัง พักได้หลังละ 10 - 15 คน ไม่มีร้านจำหน่ายอาหาร ต้องสั่งจองล่วงหน้า สอบถามข้อมูล โทร. 0 5376 7066

การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงราย ไปตามทางหลวงหมายเลข 1020 สู่อำเภอเทิง แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 1155 อยู่ริมทางผ่านก่อนถึงภูชี้ฟ้า สำหรับรถโดยสารประจำทาง มีรถออกจากสถานีขนส่ง เวลา 13.00 น. ผ่านบ้านปางค่า ผ่านภูชี้ฟ้า ประมาณ 10 - 13 กิโลเมตร ค่าโดยสารราคา 40 บาท ตลอดเส้นทางเป็นทางลาดยางตลอด หรือเช่ารถตู้จากตัวเมือง ราคา 1,500 บาท ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง
 
:: พระธาตุจอมแว่ อำเภอพาน จ.เชียงราย ::
อยู่บนภูเขาจอมแว่ หมู่ที่ 2 ถนนจอมแว่ (สายเก่า) ตำบลเมืองพาน เป็นพระธาตุที่มีประชาชนชาวอำเภอพานและอำเภอใกล้เคียงนับถือกันว่าเป็นพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อถึงเดือน 9 ขึ้น 15 ค่ำ จะมีงานนมัสการองค์พระธาตุทุกปี
 
:: กู่พระเจ้าเม็งราย ::
ตั้งอยู่หน้าวัดงำเมือง บนดอยงำเมือง กู่นี้เป็นอนุสาวรีย์สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุอัฐิของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้าไชยสงคราม ราชโอรสพระเจ้าเม็งราย เมื่อได้มอบราชสมบัติให้พระเจ้าแสนภูราชโอรสให้ขึ้นครองนครเชียงใหม่แล้ว พระองค์ได้นำอัฐิพระราชบิดามาประทับอยู่ที่เมืองเชียงราย และได้โปรดเกล้าฯ สร้างกู่บรรจุอัฐิของพระราชบิดาไว้ ณ ดอยงำเมืองแห่งนี้
 
:: ล่องแก่งแม่กก ท่าตอน - เชียงราย ::
ท่าตอนเป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำกก เหนือขึ้นไปจากอำเภอฝาง 24 กิโลเมตร จากเชียงใหม่มีรถประจำทางออกจากประตูช้างเผือกไปลงที่ฝางใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง แล้วจะมีรถสองแถววิ่งประจำระหว่างฝางกับท่าตอน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มีเรือหางยาวบริการถึงเชียงราย ออกจากท่าตอนเวลา 12.30 น. ถึงเชียงราย 16.30 น. และจากเชียงรายเวลา 10.30 น. ถึงท่าตอน 15.30 น. ระยะทาง 80 กิโลเมตร ค่าโดยสารคนละ 200 บาท ถ้าหากต้องการเช่าเรือเหมาลำ ลำละ 1,600 บาท สามารถนั่งได้ 8 คน สำหรับผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานชมรมเรือบ้านท่าตอน โทร. (053) 459427

นอกจากนี้ยังมีบริการล่องแพตามลำน้ำกกจากท่าตอนไปเชียงรายใช้เวลา 3 วัน 2 คืน รายละเอียดติดต่อร้านชาวแพ (ทิพย์เทรเวล) 211 หมู่ 3 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัด เชียงใหม่ โทร. (053) 459312 ที่ท่าตอนมีรีสอร์ทและเกสท์เฮ้าส์ 4 - 5 แห่ง หรือจะพักที่ฝาง (22 กิโลเมตรจากท่าตอน)

จุดท่องเที่ยวทางน้ำ (จากท่าตอน จ.เชียงใหม่ - ท่าเรือเชียงราย)
พระธาตุสบฝาง (อำเภอฝาง) บ้านแม่สลัก (เขตแดนเชียงใหม่-เชียงราย) บ้านใหม่ (หมู่บ้านไทยใหญ่) บ้านเมืองงาม (หมู่บ้านกะเหรี่ยง) บ้านผาใต้ (หมู่บ้านมูเซอ) บ้านจะคือ (หมู่บ้านมูเซอ) บ้านผามูบใหม่ (หมู่บ้านมูเซอใหม่) โป่งน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร (หมู่บ้านกะเหรี่ยงมีบริการนั่งช้าง)
 
:: สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ เชียงราย ::
ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 8 กิโลเมตร บนเส้นทางเชียงราย - แม่จัน เข้าไปทางด้านหลังสถาบันราชภัฏเชียงราย ภายในสวนมีทัศนียภาพสวยงาม บรรยากาศร่มรื่น มีหนองบัวที่กว้างถึง 223 ไร่ เป็นสถานที่น่าพักผ่อนหย่อนใจ เพราะน้ำในหนองบัวใสเย็นและเต็มเปี่ยมตลอดปี บนพื้นที่รอบหนองบัวเป็นที่ตั้งของพลับพลา ศาลาสำหรับนั่งพักผ่อนและมีสวนปาล์ม สวนไผ่อยู่บนที่ลาดเนินเขา
 
:: พิพิธภัณฑ์และศูนย์ศึกษาชาวเขา ::
จัดตั้งโดยสมาคมพัฒนาประชากร และชุมชนชาวเขาเพื่อเป็นสถานที่แสดงวิถีชีวิตของ ชาวเขาหกเผ่าในประเทศไทย ได้แก อาข่า มูเซอ เย้า กะเหรี่ยง ลีซอ และม้ง มีการฉายสไลด์เกี่ยวกับความเป็นมาของชาวไทยภูเขา ในประเทศไทยให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมถึง 5 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมัน และฝรั่งเศส นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลท่องเที่ยว ชุมชนชาวไทยภูเขารวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆภายในเชียงราย บริเวณชั้นล่างของพิพิธภัณฑ์ยังมีร้านอาหารบริการ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 20.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 20 บาท
 
:: พิพิธภัณฑ์อูบคำ ::
ตั้งอยู่เลขที่ 81/1 ถนนหน้าค่าย ตำบลรอบเวียง ติดกับตลาดสดเด่นห้า เป็นศูนย์อนุรักษ์มรดกล้ำค่าของอาณาจักรล้านนาโบราณ ประกอบด้วยเครื่องใช้ในราชสำนักล้านนา เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าแพร่ เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าเชียงใหม่ ผ้าโบราณอายุ 120 ปี เป็นซิ่นไหมคำจากราชสำนักมัณฑเลย์ และที่สำคัญไม่ควรพลาดชมคือ บัลลังก์กษัตริย์เป็นทองอร่าม อายุกว่า 200 ปี แสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต โดยมีอาจารย์จุลศักดิ์ สุริยไชย เป็นผู้รวบรวม ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 9.00 - 18.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท พิพิธภัณฑ์นี้เป็นความตั้งใจของผู้รวบรวมที่จะเก็บของมีค่าสมัยล้านนา ที่ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินไทยให้กลับมาอยู่ในผืนแผ่นดินไทย และเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาถึงความเป็นมาและความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านนาในอดีต ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โทร. (053) 713349
 
:: แม่น้ำกก ::
เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงราย มีความยาวรวมทั้งสิ้น 130 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจากท่าเรือริมแม่น้ำจากตัวเมือง เพื่อท่องเที่ยวชมทัศนียภาพของแม่น้ำกก สองฟากฝั่งเป็นป่าเขาที่สวยงามตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถแวะชมหมู่บ้านชาวเขาต่างๆ เช่น อีก้อ ลีซอ กะเหรี่ยง หรือจะแวะปางช้างเพื่อนั่งช้างเที่ยวป่ารอบบริเวณนั้นก็ได้ อัตราค่าเช่าเรือ 450 บาท สามารถนั่งได้ 8 คน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ติดต่อเช่าเรือได้ตั้งแต่เวลา 06.00 - 16.00 น.
 
:: หอวัฒนธรรมนิทัศน์ ::
อยู่ที่ศาลากลางหลังเดิม จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงโบราณวัตถุเอกสารข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวความเป็นมาทั้งด้านวรรณกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดเชียงรายและพระราชกรณียกิจสมเด็จย่าที่ดอยตุง เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 15.30 น. เก็บค่าเข้าชม เด็ก นักเรียน นักศึกษา คนละ 5 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท
 
:: อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ::
ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงราย บริเวณทางแยกที่จะไปอำเภอแม่จัน พ่อขุนเม็งรายเป็นกษัตริย์องค์ที่ 25 แห่งราชวงศ์ลวะ เป็นโอรสของพญาลาวเม็ง และพระนางเทพคำขยาย หรือพระนางอั้วมิ่งจอมเมือง ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือน 3 ปีจอ พุทธศักราช 1782 หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 1 ปี พระองค์ทรงสร้างเมืองเชียงรายเป็นเมืองหลวงแทนหิรัญนครเงินยาง และเสด็จสวรรคตในปีพุทธศักราช 1860
 
:: สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี (ศูนย์บริการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย 2) ::
จิบชาท่ามกลางทะเลหมอกบนดอยวาวี

ดอยวาวี หรือดอยช้าง ทอดตัวอยู่ท่ามกลางวงล้อมของขุนเขาบ้านดอยมีทัศนียภาพที่งดงาม เป็นที่ตั้งของสถานีทอดลองเกษตรที่สูงวาวี ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กับโครงการพัฒนาที่สูงไทย-เยอรมัน เมื่อ พ.ศ.2528 พื้นที่ประมาณ 3,500 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 18 - 19 องศาเซลเซียส ภายในสถานีมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคอยต้อนรับและให้คำแนะนำ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมไปรอบๆได้ ระหว่างเส้นทางจะลัดเลาะผ่านแปลง มะคาเดเมียนัท ท้อ สาลี่ บ๊วย พลัม สตรอว์เบอร์รี่ ฯลฯ ซึ่งบางอย่างจะปลูกอยู่ด้วยกันตามแนวคิดเกษตรพึ่งพา เช่าน มะคาเดเมียนัทกับกาแฟ เป็นต้น ชมขั้นตอนเพาะชำ เก็บผลผลิตและแปรรูปกาแฟ ลองจิบกาแฟอาราบิกาคั่วสดใหม่ๆ กลิ่นหอม รสเข้มข้น แต่เมื่อมาถึงดอยวาวีแล้วสิ่งที่พลาดไม่ได้คือ "ชา" ไปชมไร่ชาพันธุ์ดีทั้งชาอู่หลง ชาชิงชิง และชาอัสสัม ที่ปลูกอยู่บนเนินเขา ใกล้ๆกันมีศาลานั่งพักชมทัศนียภาพรอบๆ จิบชารสดี หอมกรุ่นชื่นใจ ท่ามกลางทะเลหมอก มองลงไปในหุบเขาด้านล่างเห็นหมู่บ้านชาวไทดยภูเขาผ่านอาข่า ลีซอ และจีนฮ่อ

นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งได้แก่ สวนพรรณไม้หอมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ มีจุดชมวิวทะเลหมอก พระอาทิตย์ชึ้น - ตกสวยงาม

ก่อนกลับอย่าลืมอุดหนุนกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ชาจีน ชาเขียว รสดี หรือจะเป็นไม้ดอกเเมืองหนาว สีสวย พืชผักผลไม่เมืองหนาวปลอดสารพิษที่มีให้เลือกตามฤดูกาล

สำหรับผู้ที่ต้องการพักแรมทางสถานีฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริกา ส่วนอาหารนักท่องเที่ยวต้องติดต่อแจ้งล่วงหน้า หรือจัดเตรียมมาเอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5360 5932 ต่อ 101