สถานที่ท่องเที่ยว
:: สุดยอดเส้นทาง ชมนางพญาเสือโคร่ง ::
สุดยอดเส้นทาง ชมนางพญาเสือโคร่ง

ฤดูหนาวดอกนางพญาเสือโคร่ง จะบานสะพรั่งทั้งขุนเขา ฤดูโรแมนติกนี้ หนึ่งปีมีหนเดียว สวยสุดอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่
 
:: ยลโลกสีเขียวป่าดึกดำบรรพ์โลกล้านปี ดอยอินทนนท์ ::
ยลโลกสีเขียวป่าดึกดำบรรพ์โลกล้านปี ดอยอินทนนท์

ป่าดึกดำบรรพ์ย้อนยุคราวป่าโลกล้านปีสวยที่สุด คือ ป่าอ่างกาหลวงบนยอดดอยอินทนนท์ ฤดูฝนบนนี้คือวันมหัศจรรย์ธรรมชาติที่คุณ ต้องไปดู ยอดดอยอินทนนท์ สูงที่สุดในเมืองไทยถึง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นแหล่งรวมของพืชพันธุ์และสัตว์ป่าหายากหลายชนิด โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนซึ่งผืนป่าอ่างกาหลวงฉ่ำเย็นไปด้วยสายหมอกจนตามต้นไม้มีมอส เฟิร์น
 
:: บ้านจ๊างนัก ::
เลขที่ 56/1 หมู่ 2 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง เป็นสถานที่นำเสนอผลงานหลากหลายของศิลปิน และกลุ่มช่างฝีมือ พื้นบ้านแห่งล้านนาไทย โดยได้ถ่ายทอด สร้างสรรค์จากจินตนาการที่งดงาม ลงการแกะสลักไม้รูปช้างในหลากหลาย ท่วงท่าและอิริยาบถคุ้มค่าต่อการ เดินทางไปชื่นชมความงามที่ศิลปินได้ถ่ายทอดลงสู่ลายไม้ได้เหมือนจริงอย่างยิ่ง การเดินทาง ใช้ถนนสายเชียงใหม่ - สันกำแพง ข้ามสะพานแม่น้ำออนแล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดแช่ช้าง วัดดอนปิน และวัดบวกค้าง บ้านจ๊างนักติดอยู่ กับวัดบวกค้าง โทร. 0 5333 2578
 
:: กาดดารา ::
เป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมโอเรียนเต็ล ดาราเทวี ถนนเชียงใหม่ - สันกำแพง บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ พื้นที่การค้ากว่า 1,500 ตารางเมตร อาคารร้านค้าก่อสร้างแบบล้านนา ล้านช้าง สิบสองปันนา และมัณฑเลย์ เรียงขนานไปตามแนวถนน มีพื้นที่โล่งเพื่อจัดกิจกรรม กลางแจ้ง มีร้านค้าชื่อดังที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นหลายร้าน จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง เช่น ผ้าไหม ผ้าพื้นเมือง เครื่องประดับตกแต่ง สินค้าแบบโบราณ สตูดิโอถ่ายภาพแบบล้านนา และร้านอาหาร เบเกอรี่ ทุกร้านเดินต่อกันได้ จัดมุมพักผ่อนเป็นซุ้มไม้ บ่อน้ำเล็ก ๆ บรรยากาศมีชีวิตชีวาแบบล้านนาไทยผสมกลมกลืนกับ ธรรมชาติ โทร. 0 5385 0111
 
:: น้ำตกแม่สา ::
แยกเข้าทางซ้ายมือตรงกิโลเมตรที่ 7 เข้าเขตวนอุทยาน น้ำตกแม่สาเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของอำเภอแม่ริม แบ่งเป็นชั้น ๆ ขึ้นไป ตามเชิงเขาถึง 8 ชั้น ชั้นที่สวยที่สุด คือชั้นที่ 5 - 7 ความสูงชั้นละประมาณ 6 - 8 เมตร ทั่วบริเวณปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้ สภาพอากาศร่มรื่นเย็นสบายตลอดปี เป็นสถานที่พักผ่อนที่ได้รับความนิยมมาก ทั้งชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวต่างถิ่น
 
:: พิพิธภัณฑ์บ้านคำอูน ::
ตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 4 ริมถนนด้านขวามือ ตรงข้ามกับฟาร์มงูแม่สา เป็นแหล่งรวมของศิลปวัตถุโบราณและ หายากยุค บ้านเชียงถึงปัจจุบัน บ้านสร้างด้วยไม้สักทองสวยสะดุดตา แวดล้อมด้วยพันธุ์พฤกษชาติ และกล้วยไม้ป่านานาพันธุ์ให้ความร่มรื่น รายละเอียดติดต่อได้ที่ โทร. 0 5329 8068 เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 09.00 - 16.00 น. ค่าเข้าชม เด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท
 
:: งานราชพฤกษ์ 2549 มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ::
จัดขึ้นที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 –
31 มกราคม 2550 บนพื้นที่จัดแสดง 470 ไร่ (80 เฮคแตร์) ระยะทาง เดินชมงาน 7.2 กิโลเมตร จัดแสดงพืชสวนเขตร้อน รวมทั้งเทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวกับพืชสวน การผลิต และ การค้า กิจกรรมการประกวด การสัมมนาทางวิชาการ การจัดแสดง ศิลปวัฒนธรรม พื้นที่จัดแสดงประกอบด้วย สวนเฉลิมพระเกียรติฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว Royal Garden, สวนพรรณไม้เขตร้อนชื้น Thai Tropical Garden และ ส่วนการแสดงกลาง Expo Plaza รายละเอียดเข้าไปที่ http://www.royalfloraexpo.com หรือโทร. 0 2686 7272
 
:: สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ::
ตั้งอยู่ในพื้นที่จำนวน 3,500 ไร่ บริเวณชายเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย ท้องที่ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม ทางเข้าอยู่ ด้านซ้ายมือบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 12 สายแม่ริม - สะเมิง สภาพโดยทั่วไปเป็นที่ราบและ ที่สูงสลับกันเป็นชั้นๆ ในระดับ 300-970 เมตร จัดทำเป็นสวนพฤกษศาสตร์ระดับนานาชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ลักษณะการจัดสวนของที่นี่จะแบ่งพันธุ์ไม้ตามวงศ์ และความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ รวบรวมพันธุ์ไม้ทั้งในและต่างประเทศ หมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ สามารถขับรถเที่ยวชมรอบๆได้ จุดที่แวะชมได้ คือ

1. อาคารศูนย์สารนิเทศ เป็นสถานที่อำนวยความสะดวก นักท่องเที่ยว รวมถึงเป็นสถานที่จัดนิทรรศการ

2.กลุ่มอาคารเรือนกระจกเฉลิมพระเกียรติ
ขนาดต่างๆ 12 โรงเรือน รวบรวมพรรณไม้ ประเภทต่างๆจากทั่วประเทศมา ปลูกแสดงไว้ในโรงเรือน เช่น ไม้ป่าดงดิบ ไม้น้ำ กล้วยไม้ ไม้แล้ง บัว ไม้ดอกไม้ประดับ บอน ไม้ไทยหายาก ไม้สกุลสัมกุ้ง สมุนไพร

3.ศูนย์วิจัยพัฒนาสง่า สรรพศรี
เป็นศูนย์ข้อมูลวิชาการโดยมีนักพฤกษศาสตร์ประจำอยู่ตลอดเวลา

4. เรือนพรรณกล้วยไม้ไทย

5.โรงเรือนอนุบาลพรรณไม้

6.อ่างเก็บน้ำแม่สาวารินทร์

7.แปลงรวมพันธุ์ไม้ดอกขาว

ซึ่งได้จัดปลูกไป แล้วกว่า 120 ชนิด และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่จัดไว้ 4 เส้น คือ 1.เส้นทางน้ำตกแม่สาน้อย - สวนหิน - เรือนรวมพันธุ์กล้วยไม้ไทย (Waterfall Trail) ระยะทาง 300 เมตร 2.เส้นทางสวนรุกชาติ (Arboretum Trail) ระยะทาง 600 เมตร 3. เส้นทางวลัยชาติ (Climber Trail) ระยะทาง 2 กม. 4. เส้นทางพันธุ์ไม้ประจำจังหวัด ระยะทาง 800 เมตร

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.30 - 16.00 น. ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถรวมทั้งคนขับ 50 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ โทร. 0 5329 8171 - 5 ต่อ 4736, 4739 โทรสาร 0 5329 9754 กรุงเทพฯ ติดต่อได้ที่ อาคาร
สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทร. 0 2280 2907
 
:: พระตำหนักดาราภิรมย์ ::
ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายดารารัศมี อ.แม่ริม รูปแบบตัวอาคารได้รับอิทธิพล จากสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งเดิมพระตำหนักดาราภิรมย์เป็นที่ประทับของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เจ้าจอมในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชชายาเจ้าดารารัศมีเป็นพระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 7 ซึ่งปกครอง ระหว่าง พ.ศ. 2413 - 2440 เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย ที่มีอำนาจปกครองบ้านเมืองตามแบบเดิมก่อน เมืองเชียงใหม่จะถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของไทย ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้อันเกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาฯ โดยให้มีสภาพใกล้เคียงกับอดีตมากที่สุด อาทิเช่น ห้องพักผ่อนพระอิริยาบถ จัดแสดงจานชาม เครื่องเสวย ของใช้ส่วน พระองค์ และเครื่องดนตรี เป็นต้น เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก/นักศึกษาในเครื่องแบบ 10 บาท พระสงฆ์และนักเรียนในเครื่องแบบเข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียด
เพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5329 9175

การเดินทาง ห่างไปจากเมืองเชียงใหม่ตามเส้นทาง 107 ติดกับที่ว่าการอำเภอแม่ริมจะมีทางแยกซ้ายเข้าไปยังค่ายดารารัศมี
 
:: ดอยอ่างขาง ::
เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่ - ฝาง ประมาณกิโลเมตรที่ 137 จะมีทางแยกซ้ายมือ
เข้าบ้านยาง ที่ตลาดแม่ข่า เข้าไปอีกประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง สูงและคดเคี้ยว ต้องใช้รถสภาพดีและมีกำลังสูง คนขับชำนาญ หรือจะหาเช่ารถสองแถวได้ที่ตลาดแม่ข่า
ลักษณะพื้นที่เป็นแอ่งกระทะทำให้อากาศบนดอยหนาวเย็นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม - มกราคม
อากาศเย็น จนน้ำค้างกลายเป็นน้ำค้างแข็ง นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมเครื่องกันหนาว มาให้พร้อม เช่น หมวก
ถุงมือ ถุงเท้า เสื้อกันหนาว
สถานที่น่าสนใจบนดอยมีหลายแห่ง ได้แก่

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง เรื่องกำเนิดของสถานีฯ แห่งนี้เป็นเกร็ดประวัติเล่ากันต่อมาว่าครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จทาง เฮลิคอปเตอร์ผ่านยอด ดอยแห่งนี้และทอดพระเนตร ลงมาเห็นหลังคาบ้านคนอยู่กันเป็นหมู่บ้าน จึงมีพระดำรัสสั่งให้เครื่องลงจอด เมื่อเสด็จพระราช ดำเนินลงมาทอด พระเนตรเห็นทุ่งดอกฝิ่น และหมู่บ้านตรงนั้นก็คือหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ามูเซอซึ่งในสมัยนั้นยังไว้แกละ
ถักเปียยาว แต่งกายสีดำ สะพายดาบ พระองค์มีพระราชดำรัสที่จะแปลงทุ่งฝิ่นให้เป็นแปลงเกษตร สถานีฯ จึงเกิดขึ้นเมื่อ
พ.ศ. 2512 มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน โดยมุ่งที่จะหาผลิตผลที่มีคุณค่าพอที่จะ
ทดแทนการปลูกฝิ่น ของชาวเขา และทำการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมแก่ชาวเขาในบริเวณใกล้เคียง และยังเป็น
แหล่งเที่ยวชมวัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้านชาวไทยภูเขาต่างๆ ได้แก่ เผ่ามูเซอดำ ปะหล่อง และจีนฮ่อ รวมทั้งชมความงาม ตามธรรมชาติของผืนป่า กิจกรรมดูนกซึ่งมีนกทังนกประจำถิ่นและนกหายากต่างถิ่น พร้อมผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย งานส่งเสริมเกษตรกรจำหน่ายใต้ตราสินค้า "ดอยคำ" และที่พักทั้งในรูปแบบรีสอร์ท บ้านพักแบบกระท่อมและลานกางเต็นท์ พร้อมอาหารและเครื่องดื่มบริการ

สวนบอนไซ
อยู่ในบริเวณสถานีฯ เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้เขตอบอุ่นและ เขตหนาวทั้งในและต่างประเทศ ปลูก ดัด แต่ง โดยใช้เทคนิค
บอนไซ สวยงามน่าชม และในบริเวณเดียวกันยังมีสวนสมุนไพร ฤดูท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน - มกราคม

หมู่บ้านคุ้ม
ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฯ เป็นชุมชนเล็ก ๆ ประกอบด้วยผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติ อยู่รวมกัน อาทิชาวไทยใหญ่ ชาวพม่า
และชาวจีนฮ่อ ซึ่งได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้และเปิดร้านค้าบริการแก่นักท่องเที่ยว

จุดชมวิวกิ่วลม
อยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงทางแยกซึ่งจะไปหมู่บ้านปะหล่องนอแลทางหนึ่ง และบ้านมูเซอขอบด้งทางหนึ่ง สามารถชม
ทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากฟ้าเปิดจะมอง เห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย

หมู่บ้านนอแล
ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย - พม่า คนที่นี่เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า แต่เดิมคนกลุ่มนี้อยู่ในพม่าและพึ่งอพยพมา
มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นับถือศาสนาพุทธ ทุกวันพระผู้คนที่นี่หยุดอยู่บ้านถือศีล จากหมู่บ้านนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามของธรรมชาติบริเวณพรมแดนไทย - พม่า

หมู่บ้านขอบด้ง
เป็นที่ที่ชาวเขาเผ่ามูเซอดำและเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ร่วมกัน คนที่นี่นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวงในด้านการ เกษตรและด้านหัตถกรรมพื้นบ้าน (เช่น อาบูแค เป็นกำไลถักด้วยหญ้าไข่เหามีสีสันและลวดลายในแบบของมูเซอ)
บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ โดยชาวบ้าน ครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้งช่วยกันสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้มีโอกาสเรียนรู้และศึกษาวัฒนธรรมของ หมู่บ้านโดยที่ไม่เข้าไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของเขามากเกินไป และยังมีโครงการมัคคุเทศก์น้อยที่อบรมเด็กนักเรียนโรงเรียน บ้านขอบด้งเพื่อช่วยอธิบายวิถีชีวิตของพวกเขาให้ผู้มาเยือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกและสร้างความรักในท้องถิ่นให้เด็ก ๆ ด้วย

หมู่บ้านหลวง
ชาวหมู่บ้านหลวงเป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ และประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม
เป็นหลัก อาทิ ปลูกผักผลไม้ เช่น พลัม ลูกท้อ และสาลี่
กิจกรรมท่องเที่ยวบนดอยอ่างขาง มีหลายอย่างที่สามารถทำได้เช่น เดินเท้าศึกษาธรรมชาติ ขี่ล่อล่องไพร เป็นต้น
 
:: สวนกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ ::
ตามเส้นทางนี้มีอยู่หลายแห่งที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ได้รวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ที่แปลกและหาดูได้ยากไว้ด้วย อาทิ
สายน้ำผึ้งพิพิธภัณฑ์กล้วยไม้ไทย ไปตามถนนสายแม่ริม - สะเมิง 2 กิโลเมตร และแยกซ้ายอีก 1 กิโลเมตร เป็นสวนกล้วยไม้ ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ มีฟาร์มผีเสื้อ แมวไทย และสัตว์อื่นๆ ให้ชมด้วย โทร. 0 5329 7152, 0 5329 8771 - 2 ตรงกันข้ามเป็น สวนกล้วยไม้เมาท์เท่น ออร์คิด โทร. 0 5329 7343
 
:: เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ::
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ดำเนินการภายใต้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน ) ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในพื้นที่ตำบลแม่เหียะ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง และตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 10 กิโลเมตร ส่วนแสดงสัตว์ ในโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ประกอบด้วย

Jaguar Trail นักท่องเที่ยวสามารถเดินพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย รอบทะเลสาบ (Swan Lake) ระยะทาง 1.2 กม. โดยมีจุดเริ่มต้นจากอาคารลานนาวิลเลจด้านร้านอาหาร และสิ้นสุดที่ทางออก ใกล้เรือนวารีกุญชร ตลอดระยะทางจะพบกับ สัตว์ป่ามากกว่า 400 ตัว หรือ 50 ชนิด อาทิเช่น เสือขาว เสือจากัวร์ หนูยักษ์คาปิลาลา เสือลายเมฆ สมเสร็จบราซิล ม้าแคระ ฮิปโปแคระ ลิงอุรังอุตัง เสือดำ ลิงกระรอก หมีโคอาล่า แมวดาว นกกระเรียนหงอนพู่ นากใหญ่ขนเรียบ ลามา นกคลาสโซโนวี่ เสือปลา ฯลฯ

Predator Prowl ส่วนแสดงสัตว์ป่าประเภทสัตว์กินเนื้อ ประมาณ 200 ตัว นักท่องเที่ยวจะสัมผัสความตื้นเต้น กับสัตว์นักล่าที่มี ความดุร้ายโดยรถ Tram ขนาด 60 ที่นั่ง ตามระยะทาง 2.13 กม. อาทิเช่น เสือโคร่งขาว เสือโคร่งอินโดจีน เสือโคร่งเบงกอล สิงโต หมาป่าแอฟริกา หมีควาย หมีหมา กวางเจมส์บ็อค กวางไนยาร่า กวางขาวสปริงบ็อค กวางดำสปริงบ็อค หมาจิ้งจอก อูฐสองโหนก ฯลฯ

Savanna Safari ส่วนแสดงสัตว์ป่าประเภทสัตว์กีบและสัตว์กินพืช ที่มีถิ่นอาศัยในแถบทุ่งหญ้าซาวันนา ประมาณ 320 ตัว นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสสัตว์อย่างใกล้ชิด โดยรถ Tram ขนาด 60 ที่นั่ง ตามระยะทาง 2.43 กม. อาทิเช่น เลียงผา กวางผา กระทิง แรดขาว ไฮยีน่า เสือชีต้า วีลด์เดอบีส ยีราฟ จามรี ละอง ละมั่ง กวางกาเซลล์ หมูป่า กวางบาราสิงกา ฯลฯ โดยระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะพบกับสถาปัตยกรรมจำลองเวียงกุมกาม ซึ่งสะท้อนถึงส่วนหนึ่งของ ประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่

และในพื้นที่บริการจะเป็นหมู่บ้านล้านนา ซึ่งเป็นอาคารที่มี สถาปัตยกรรมก่อสร้างที่ผสมผสานระหว่างรูปแบบ แอฟริกาและ ไทยลานนา ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์อาหาร ศูนย์รวมสินค้า Otop ของที่ระลึก และเป็นถานีรับ - ส่งนักท่องเที่ยวไปยังส่วนแสดงสัตว์ และด้านข้างอาคารยังมีลานน้ำพุดนตรี (Fun Plaza) สำหรับเด็กๆ ได้เล่นน้ำขณะรอขึ้นรถ
 
:: การแสดงช้าง ::
เริ่มต้นด้วยการอาบน้ำให้ช้างในลำห้วยชะล้างสิ่งสกปรกออก และเพื่อให้ช้างสนุกสนานเพลิดเพลินในการที่ได้ลง ไปแช่ในน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว ควาญจะนำช้างไปใส่เครื่องลากจูง ไว้บนหลัง เพื่อลากซุงซึ่งอยู่ในป่ามาแสดงให้ชม ด้วยวิธีการต่างๆโดยจัดแสดงทุกวันในช่วงเช้า เวลาประมาณ 09.40 - 10.30 น. นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมขี่ช้าง และล่องแพตามความต้องการ ของนักท่องเที่ยว http://www.tat.or.th

สายเชียงใหม่ - ฝาง (ทางหลวง 107) ท่าแพแม่ตะมาน จากเชียงใหม่มาตามทางหลวง 107ประมาณ 43 กิโลเมตร เลี้ยวซ้าย เข้ามาประมาณ 7 กิโลเมตร โทร. 0 5329 7060 ปางช้างแม่แตง เข้าทางเดียวกับท่าแพแม่ตะมาน จากปากทางเข้ามา 9 กิโลเมตร ตรงข้ามวัดแม่ตะมาน โทร. 0 5384 4818 E-mail address: gemtravl@loxinfo.co.th www.geocities.com/thetropics/enp.html ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาว ประมาณกิโลเมตรที่ 56 หากมาจากเชียงใหม่จะอยู่ ทางขวามือ เป็นศูนย์ที่รับฝึกลูกช้างเพื่อใช้งานชักลากไม้จริง แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้วยโดยคิดค่าข้าชมผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท ชมได้วันละ 2 รอบ คือ 09.00 น. และ 10.00 น. ทุกวัน รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 5329 8553, 0 5386 2037

เส้นทางแม่ริม - สะเมิง ที่ปางช้างแม่สา กิโลเมตรที่ 10 ค่าเข้าชมคนละ 80 บาท โทร. 0 5329 7060 และที่ปางช้างโป่งแยง เข้าทางเดียวกับไร่กังสดาล (กิโลเมตรที่ 18)
 
:: พิพิธภัณฑ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ::
จัดแสดง เรื่องเกี่ยวกับ เงินตรา ของโลกและของประเทศไทย ในยุคสมัยต่างๆ เพื่อให้ทราบถึงความเป็นมา และพัฒนาการในการ นำโลหะมีค่า มาผลิตเป็นเงินตรา ซึ่งนำมาใช้เป็นสื่อกลาง ในการแลกเปลี่ยน และเรื่องเกี่ยวกับ ผ้าโบราณ เพื่อให้ทราบถึงความ สำคัญของผ้า ในฐานะที่เป็น เครื่องชี้ความเป็นมา แห่งเชื้อชาติ สะท้อนสภาพ เศรษฐกิจ สังคม ความเชื่อ ศาสนา และวัฒนธรรม ตลอดจน พัฒนาการ ทางภูมิปัญญา
 
:: ดอยม่อนจอง ::
ขึ้นอยู่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอสามเงา จังหวัดตาก สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องไพรมายังดอยม่อนจองก็คือ กวางผาหรือม้าเทวดาซึ่งมีถิ่น อาศัยอยู่ที่นี่ และทิวทัศน์ที่สวยงามของทิวเขา และถ้ามาในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค.จะได้พบดอกกุหลาบพันปีที่กำลังบาน ว่ากันว่าต้นนี้ เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นกหายากที่พบที่นี่ ได้แก่ เหยี่ยวนกเขาท้องขาว นกอินทรีแถบปีกดำ นกอินทรีเล็ก นกเปล้าท้องขาว นกมุ่นรกคอแดง นกเดินดงคอดำ เป็นต้น การเดินขึ้นดอยม่อนจองสามารถไปเช้าเย็นกลับได้ แต่จะเหนื่อยมาก ต้องเริ่มออกเดินตั้งแต่ 06.30 น. เป็นอย่างน้อย หากเดินแบบไม่เหนื่อยเกินไปนักควรใช้เวลา 2 วัน 1 คืน ก่อนเดินขึ้นดอยต้อง ติดต่อขออนุญาตจากเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย หน่วยมูเซอซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการ เขตรักษาพันธุ์ฯ

การเดินทาง ไปยังเขตรักษาพันธุ์ฯอมก๋อย (หน่วยมูเซอ) จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 แล้วแยกซ้ายจากอำเภอฮอด เข้าทางหลวงหมายเลข 1099 ไปจนถึงตัวอำเภออมก๋อย และตรงต่อไปตามทางหลวง 1099 ประมาณ 40 กิโลเมตร จะพบ หน่วยมูเซออยู่ทางด้านซ้ายมือ จากหน่วยฯไปยังจุดเริ่มเดินอีก ประมาณ 16 กิโลเมตร ทางในช่วงนี้จำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อและคนขับที่มีความชำนาญเป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพ ทางเป็นลูกรัง และแคบคดเคี้ยวริมผา ผู้ที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีคิวรถจากประตูช้างเผือก มายังอมก๋อย รถออกประมาณ 08.00 น. สามารถติดต่อเช่ารถไปส่งที่จุดเริ่มเดินที่ คุณเดช เสริมมติวงศ์ โทร. 0 5346 7109 รับ - ส่ง ส่วนเสบียงข้าวของต่างๆ หาซื้อได้
ที่ตัวอำเภออมก๋อย และค่าบริการลูกหาบ 150 บาท/วัน/คน
 
:: ล่องแก่งลำน้ำแม่ตื่น (อ.อมก๋อย - อ.สามเงา) ::
ข้อมูลจำเพาะ : เริ่มล่องเรือที่บ้านห้วยน้ำขาว อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ผ่านผืนป่าที่สมบูรณ์ ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น พักแรมริมลำน้ำแม่ตื่น ใช้เวลาในการล่อง 2 คืน 3 วัน / ระดับแก่ง 2 - 3 ราคา 4,500 บาท / คน (มากกว่า 10 คน)

ฤดูกาลท่องเที่ยว : ตุลาคม - กุมภาพันธ์

ติดต่อสอบถาม : นัมเบอร์โฟร์ เกสท์เฮาส์ โทร. 0 5554 4976, 0 1785 2098
 
:: ท่าตอน - เชียงราย ::
ท่าตอนเป็นหมู่บ้านหนึ่งในเขตอำเภอแม่อาย เป็นที่ซึ่งแม่น้ำกกไหลผ่านลงไปถึงตัวอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แม่น้ำกกนี้เป็น แม่น้ำสายสำคัญในการคมนาคมระหว่าง 2 จังหวัด ปกติแล้วจะมีเรือหางยาวบริการรับส่งผู้โดยสาร จากท่าตอนล่องไปตามแม่น้ำกก จนถึงเชียงราย จะเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฟากฝั่ง แม่น้ำกก ซึ่งเรือดังกล่าวออกจากท่าตอน เวลา 12.30 น. ไปถึงเชียงรายประมาณ 16.00 น. (ค่าโดยสารเรือหางยาวคนละ 250 บาท) ชมรมเรือท่าตอน โทร. 0 5345 9427 โทรสาร 0 5337 3224
 
:: ดอยปู่หมื่น ::
ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 174 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 4 ชั่วโมง มีทัศนียภาพอันสวยงามรอบๆหน่วยงานขนบธรรมเนียมของชาวเขาเผ่ามูเซอ ชมยอดดอยผ้าห่มปกที่สวยงาม แปลงดอกไม้ และแปลงทดลองปลูกพืชเมืองหนาวพร้อมทั้งบ้านพักทั้งหมด 6 หลัง รับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 50 คน

การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงใหม่ - ฝาง ประมาณ 140 กิโลเมตร ฝาง - แม่อาย 9 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าหน่วยงานอีก 14 กิโลเมตร ติดต่อที่พักได้ที่ ส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ โทร. 0 2579 7586 - 7
 
:: อำเภอแม่อาย อำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ ::
ที่อำเภอแม่อายมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น สวนส้มสายน้ำผึ้งอยู่หลายแห่ง มีผลผลิตแทบทั้งปี ยกเว้นในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน
 
:: สวนส้ม ไทย อโกร แพลนเทค (สวนส้ม T.A.P.) อำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ ::
สวนส้ม ที เอ พี ตั้งอยู่บริเวณ ท่าตอน ปลูกสัมพันธ์สายน้ำผึ้ง จะมีผลดกประมาณเดือน ธันวาคม - กุมภาพันธ์ นอกจากเป็นสวนส้ม แล้วยังมีสวนดอกไม้ และสนามเด็กเล่น ร้านขายผลิตภัณฑ์จากส้ม มีร้านกาแฟสดไว้บริการ รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 5345 3302
 
:: ฟาร์มงูแม่สา อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ ::
ตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 3 เส้นทางสายแม่ริม - สะเมิง เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์งูที่มีในเมืองไทย และศึกษาด้านการ ขยายพันธุ์ มีการแสดงของงูและการรีดพิษงูให้นักท่องเที่ยวชมทุกวัน แบ่งเป็นรอบๆ แต่ละรอบใช้เวลาแสดงประมาณ 30 นาที ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5386 0719
 
:: บ้านควายไทย ::
ตั้งอยู่ที่ 300/2 ถ.เชียงใหม่ - ฝาง ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมกิจกรรมต่างๆ การใช้ประโยชน์ในงาน การฝึกฝนให้รู้จักการเชื่อฟัง เช่นการไถดะ การไถพรวนไปจนถึงงานนวดข้าว ฯลฯ นักท่องเที่ยว ยังสามารถชมพิพิธภัณฑ์บ้านชาวนา ที่แสดงถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตของชานาไทย เครื่องมือการเกษตรประเภทต่างๆ มีการแสดงเป็นรอบ เช้า - บ่าย รายละเอียดสอบถาม โทร. 0 5330 1628, 0 5384 4818, 0 5384 4914 หรือ E-mail : srirai@hotmail.com
 
:: บ้านม้ง (แม้ว) แม่สาใหม่ ::
จากเส้นทางแม่ริม - สะเมิง เลี้ยวซ้ายมือตรงกิโลเมตรที่ 12 เข้าไปอีก 7 กิโลเมตร แต่สภาพทางเป็นลูกรังและสูงชัน ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น ชาวบ้านมีความเป็นอยู่และขนบธรรมเนียมประเพณีความเป็นจริงของการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ ตลอดจนงานศิลปหัตถกรรมของชาวเขา บนเส้นทางแม่ริม - สะเมิง ยังมีรีสอร์ทหลายแห่งที่ประดับ ด้วยดอกไม้และตกแต่งสวยงามพร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้วย เช่น แม่สาวาเลย์ แม่สารีสอร์ท (มีสนามกอล์ฟ 9 หลุม) ไร่กังสดาล เป็นต้น
 
:: น้ำตกหมอกฟ้า ::
อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย เดินทางไปตามถนนสายแม่มาลัย - ปาย กิโลเมตรที่ 19 แยกซ้ายเข้าไปเป็นทางลูกรังอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจึงจะถึงน้ำตก เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีและมีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ในตอนเช้าจะมีแสงแดดส่องถึงลง มาสะท้อนกับสายน้ำสีขาวทำให้เกิดเป็นรุ้งประกายสวยงามมาก ที่หน้าผาจะมีมอส เฟิร์นเกาะสีเขียวชื้น และหากมาในช่วงฤดูหนาวใบไม้ร่วง จะให้บรรยากาศที่ดีไปอีกแบบ จากถนนหลักเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นทางลูกรังสลับคอนกรีต จากที่จอดรถเดินถึงตัวน้ำตกประมาณ 300 เมตร และบริเวณริมน้ำตกมีเส้นทางศึกษา ธรรมชาติประมาณ 400 เมตร และที่หน่วยฯ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ออกแบบได้ กลมกลืนกับพื้นที่ และสวยสบาย ๆ มีบ้านพัก 4 หลัง และมีเต็นท์ให้เช่า ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ คนละ 20 บาท ผู้ที่เดินทางมาเองสามารถโดยสารรถ สองแถวสายแม่มาลัย - สบเปิง
 
:: ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ ::
ตั้งอยู่ที่บ้านแม่สา ต.แม่สา มีเนื้อที่ราว 100 ไร่ เป็นแหล่งการเรียนรู้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในแบบ edutainment สำหรับเด็ก เยาวชน และผู้ที่สนใจ ประกอบด้วยส่วนนิทรรศการและการสาธิต มีแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ แปลงพืชผสมผสาน ส่วนสาธิตเศรษฐกิจพอเพียง และมีนิทรรศการโครงการสาธิตและส่งเสริมศิลปาชีพ เป็นต้น
 
:: โป่งเดือดป่าแป๋ ::
ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง ห่างจากเชียงใหม่ประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นน้ำร้อนที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินในอดีตน้ำพุแห่งนี้ สูงถึง 5 เมตร ปัจจุบันสูงเพียง 1 เมตร รอบ ๆ บริเวณซึ่งเป็นป่าทึบจะอบอวลไปด้วยกลิ่นกำมะถัน บริเวณโดยรอบสะอาด และจัดนิทรรศการได้น่าสนใจ น้ำพุเกิดจากปริมาณน้ำใต้ดินที่ส่วนใหญ่ได้จากน้ำฝนที่ซับสู่ใต้ดิน หากดินมีความพรุนมาก ความพรุนของดินนี้เกิดจากต้นไม้ น้ำพุร้อนที่นี่คาดว่ามีการเกิดแบบน้ำพุร้อนกีเซอร์ (Geyser type) ลักษณะของน้ำพุ่งขึ้น จากระดับผิวดินเป็นครั้งคราวตลอดเวลา และคุณสมบัติของน้ำพุร้อนอย่างหนึ่งคือ ช่วยรักษาโรคปวดตามข้อ

การเดินทาง ใช้ถนนสายแม่มาลัย - ปาย ไปประมาณ 35 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 6.5 กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง สามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางสีส้ม สายเชียงใหม่ - ปาย ซึ่งจะวิ่งผ่านปากทางเข้า
 
:: เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ ::
อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เป็นเขื่อนที่กรมชลประทานสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2520 เสร็จในปี พ.ศ. 2528ตั้งอยู่ที่หลักกม.ที่ 41 บนถนนสายเชียงใหม่ - ฝาง (ทางหลวงหมายเลข 107) เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 11 กิโลเมตร อยู่ในเขตอำเภอแม่แตง มีที่พักและร้านอาหารบนเรือนแพไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว
 
:: อำเภอแม่แจ่ม ::
อำเภอแม่แจ่มเป็นอำเภอเล็กๆในหุบเขามีวัฒนธรรมที่งดงาม ตามประวัติกล่าวว่าที่อำเภอแม่แจ่มในสมัยก่อน เป็นถิ่นอาศัยของชาวลัวะ และต่อมามีชาวไต - ยวนเข้ามา คนแม่แจ่มในปัจจุบันเป็นผู้คนที่ย้ายมาอยู่ตั้งแต่สมัยลัวะ และยังมี ปกากญอ และมอญ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในพื้นที่

การเดินทาง ไปอำเภอแม่แจ่ม ไปได้ 2 ทาง คือ 1) จากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ทางหลวงหมายเลข 1009 (สายจอมทอง - อินทนนท์) เมื่อถึงด่านตรวจอำเภอแม่แจ่ม กม.ที่ 38 แยกซ้ายไปประมาณ 22 กิโลเมตรจะถึงตัวอำเภอแม่แจ่ม 2) จากอำเภอฮอดทางหลวงหมายเลข 108 และแยกขวาเข้าทาง 1088ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร หรือหากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง ใช้บริการจอมทอง - แม่แจ่ม รถวิ่งบริการระหว่างเวลา 08.00 - 18.00 น.
 
:: สถานีทดลองเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง ::
พืชพันธุ์ที่นำมาวิจัยที่นี่ต่างมีฤดูกาลติดดอก และพักตัวผลัดเปลี่ยนกันตลอดทั้งปี ไม่ว่าวันหยุดพักผ่อนจะเป็น ช่วงเดือนไหน เมื่อมาที่นี่เป็นไม่เสียเที่ยว เพราะถึงจะพลาดชมความงาม ของดอกซากุระ นักท่องเที่ยวก็จะได้ชิม สตรอเบอรี่ปลอดสารพิษสดจากไร่แทน หรือ ถ้ามาไม่ทันช่วงท้อติดผล ก็จะได้เห็นความงามของดอกสาลี่สีขาว และไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์พร้อมกับนั่งจิบชาทอดอารมณ์ ชมวิวบนยอดดอย ยิ่งบนดอยสูงอย่างที่แม่จอนหลวง นี้มีการปรับแต่งพื้นที่แบบขั้นบันได ช่วยขยายมุมมองทัศนียภาพโดยรอบได้กว้างยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่นิยมการท่องเที่ยว เชิงเกษตร หากได้มาเยือนที่นี่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะซึมซับความรู้ในงานวิชาการและความงามทางธรรมชาติ
กลับบ้านไปพร้อมกัน
การเดินทาง สถานีเกษตรแม่จอนหลวงตั้งอยู่ในเขตบ้านม้งขุนแม่วาง หมู่ที่ 6 ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ การเดินทางไปสถานีเกษตรที่สูงแม่จอนหลวงนั้นไม่มีรถประจำทางผ่านในเส้นนี้ นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องใช้พาหนะส่วนตัวซึ่งควรเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือไม่ก็เหมารถสองแถวจากปากทางขึ้นดอยอินทนนท์ โดยรถยนต์ส่วนตัวสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง
เส้นทางแรก ออกจากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ไปบนเส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ผ่านอำเภอจอมทองเลี้ยวขวาขึ้นดอยอินทนนท์ เมื่อถึง กม.ที่ 31 เลี้ยวขวาผ่านศูนย์พัฒนาโครงการ
หลวงดอยอินทนนท์ ผ่านทางลาดยางประมาณ 16 กิโลเมตร จะถึงศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ให้เลี้ยวซ้ายผ่านศูนย์ขุนวางไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ผ่านทางดินลูกรังจึงถึงสถานีเกษตรที่สูงแม่จอนหลวงรวมระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ถึง 3 ชั่วโมง
เส้นทางที่ 2 จากจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านอำเภอสันป่าตอง แยกขวาที่สันป่าตองเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1013 ไปอำเภอแม่วาง เมื่อผ่านอำเภอแม่วางไปจะมีทางแยกซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเส้นทางจะลัดเลาะขึ้นภูเขา ผ่านบ้านหนองเต่า บ้านป่ากล้วย ป้านโป่งลมแรง แล้วเลี้ยวขวาไปอีก 9 กิโลเมตรจึงถึงสถานีทดลองเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง (เส้นทางระหว่างบ้านหนองเต่าจนถึงสถานี
ยังเป็นทางดินลูกรังราว 15 กิโลเมตร) ระยะทางรวม 92 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง
จุดท่องเที่ยวภายในสถานีฯ การเที่ยวชมงานภายในสถานีบริเวณใกล้ๆ ที่พักซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชันที่ถูกปรับแต่งให้เป็นทางเดินนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าเที่ยวชมได้ ส่วนจุดที่ไกลออกไปจำเป็นต้องใช้รถในการเดินทางไปเที่ยวชม แปลงทดลองต่างๆ ได้แก่ แปลงสาลี่ แปลงไม้ดอกเมืองหนาว แปลงสตรอเบอรี่และผักปลอดสารพิษ แปลงชาพันธุ์ต่างๆซึ่งนักท่องเที่ยวอาจจะได้ชมกระบวนการแปรรูปชา ทั้งชาจีและชาเขียวที่โรงแปรรูปชา สามารถซักถามรายละเอียดจากนักวิชาการที่ดูแลงานด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้ลิ้มรสชาเขียวเท่านั้น อาจโชคดีได้ลองชิมยำใบชาสูตรพิเศษที่จะหาชิมได้ที่นี่แห่งเดียว นอกจากนี้ยังมีแปลงทดสอบพันธุ์มะคาเดเมียนัท แปลงทดสอบพันธุ์เสาวรส แปลงเกาลัดจีน เป็นต้น
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยว แบ่งเป็นเรือนพักชายและหญิง 2 หลัง มีสถานที่สำหรับประกอบอาหาร และมีเรือนรับรองหลังใหญ่ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ราว 40 - 50 คน มีจุดชมวิวที่สามารถกางเต็นท์ได้สองจุด รับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 100 คน ส่วนอาหารนักท่องเที่ยวสามารถเตรียมขึ้นมาประกอบเอง หรือแจ้งล่วงหน้าให้กับเจ้าหน้าที่ของทางสถานีเพื่อให้จัดเตรียมให้
นักท่องเที่ยวที่สนใจต้องการไปสัมผัสกับพืชพรรณนานาชนิด สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 0 5343 2207
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

หมู่บ้านม้งแม่ขุนวาก
จากสถานีทดลองเกษตรแม่จอนหลวง มีเส้นทางแยกไปทางเหนือเล็กน้อย เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านแม่ขุนวาก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวสถานีโดยทางรถไปไม่ถึง 20 นาที นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวม้ง และชมงานปักผ้าของหญิงชาวม้งในหมู่บ้านได้

น้ำตกสิริรัตน์
ออกจากเขตสถานีฯ ไปทางทิศตะวันตก จะพบทางแยกไปน้ำตกสิริรัตน์ รถเข้าไม่ถึง ต้องเดินเท้าไปประมาณ 10 นาที เส้นทางไปเที่ยวน้ำตกเป็น เส้นทางปรับแต่งแล้ว สะดวกต่อการเดินเท้า แต่ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสมต่อการเดินขึ้นเขาน้ำตกสิริรัตน์ไหลแรงมีน้ำตลอดปีเหมาะแก่การ
นั่งรับประทานอาหาร แต่อย่าลืมเก็บขยะออกมาทิ้งด้านนอกด้วยทุกครั้ง
 
:: สวนป่าแม่แจ่ม ::
เป็นสวนป่าอีกแห่งหนึ่งขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2516 มีเนื้อที่ประมาณ 6,932 ไร่ ปัจจุบันสวนป่าแม่แจ่มได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีลำน้ำแม่แจ่มที่ไหลผ่านในเขตสวนป่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการล่องแพ, ปั่นจักรยานเสือภูเขา หรือทำกิจกรรมอื่นๆ สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และทางสวนป่าได้จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับผู้มาเยือน อย่างครบครัน มีแคมป์ไฟ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลและอำนวยความสะดวกในยามค่ำคืน นอกจากนี้ทางสวนป่าแม่แจ่มยังสามารถที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้กับนักเรียน หรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการหาความรู้ และยังสามารถจัดประชุม หรือสัมมนาของภาครัฐและเอกชนได้อีกด้วย
การเดินทาง โดยทางรถยนต์จากเชียงใหม่มาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่ - อ.แม่สะเรียง) ถึงอำเภอฮอดเลี้ยวขวาไปทางอำเภอแม่สะเรียงผ่านอุทยานแห่งชาติออบหลวงประมาณหลักกิโลเมตรที่ 21 มีทางแยกขวาเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 1088 ไป อ.แม่แจ่มระยะทางประมาณ 46 กิโลเมตร สวนป่าแม่แจ่มอยู่ทางซ้ายมือประมาณหลักกิโลเมตรที่ 16 จากทางแยกเข้ามา
สถานที่ติดต่อ สวนป่าแม่แจ่ม ม.3 ต.กองแขก อ.แม่แจ่ม โทร. 0 5322 8068, ออป.เชียงใหม่ โทร. 0 5324 2673, 0 5324 5356 ฝ่ายออป.ภาคเหนือ โทร. 0 5422 7623, 0 5322 7051 ออป. 0 2282 3243 - 7
 
:: หมู่บ้านทอผ้าซิ่นตีนจก ::
อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่แจ่มไปประมาณ 3 กิโลเมตร ตำบลท่าผา เป็นตำบลที่ชาวบ้านนิยมทอผ้าซิ่นตีนจกกันมาก ซึ่งทำกันถึง 150 ครอบครัว และแต่ละบ้านจะมีเครื่องทออยู่ใต้ถุนบ้าน ขณะนี้ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองชนิดนี้กำลังเป็น ที่นิยมอย่างสูง เพราะมีความสวยสดงดงามและลวดลายที่ออกมามีเอกลักษ์เฉพาะราคาย่อมเยาเหมาะที่จะซื้อไว้ เป็นที่ระลึก
การเดินทาง
มีรถสองแถวสีเหลืองสายจอมทอง – แม่แจ่ม จากตลาดอำเภอจอมทองตรงวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารไปจอดที่บริเวณใกล้ๆ โรงพยาบาลอำเภอแม่แจ่ม เวลาบริการ ประมาณ 9.00 - 17.00 น. ค่ารถ 45 บาท หลังจากนั้นต้องหารถเหมาไปหมู่บ้านอีกทอดหนึ่งราคา ประมาณ 100 บาท หากต้องการวิทยากรนำชมติดต่อที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มล่วงหน้า โทร. (053) 485111 ต่อ ปกครองอำเภอ
 
:: พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ::
อยู่ที่บ้านเมืองงาย ประชาชนได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าพระองค์เคยเสด็จมาประทับแแรมที่เมืองงาย แห่งนี้ก่อนที่ จะกรีฑาทัพต่อไปยังเมืองอังวะของพม่า เป็นเจดีย์ฐาน 8 เหลี่ยม ที่ฐานด้านหนึ่งประดิษฐานพระบรมรูป ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ละด้านของฐานเป็นแผ่นศิลาสลักเรื่องพระราชกรณียกิจของพระองค์ สลับกับแผ่นหินอ่อนที่เล่าพระราชประวัติ ประวัติการสร้างพระสถูป ด้านหลังเป็นค่ายหลวงจำลองที่ภายใน ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และสมเด็จพระสุพรรณกัลยา
 
:: ป่าเกี๊ยะหรือแม่ตะมาน ::
(เกี๊ยะ เป็นคำเมืองแปลว่า ต้นสน) ตั้งอยู่ในเขตท้องที่อำเภอเชียงดาว ขึ้นอยู่กับส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากหน่วยงานมองเห็นยอดดอยเชียงดาวและทะเลหมอกยามเช้า มีแปลงดอกไม้ และแปลงทดลองปลูกกาแฟ มีที่พักบริการแก่นักท่องเที่ยวแต่ควรเตรียมอาหารไปเอง ควรติดต่อขอใช้ที่พักล่วงหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ โทร. 0 2579 7587
การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงใหม่ - ฝาง ประมาณ 67 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าหน่วยงานฯ อีกประมาณ 21 กิโลเมตรสภาพทางช่วงนี้ลำบากมากเป็นทางลูกรังและเป็นหลุมเป็นบ่อต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น
 
:: ถ้ำเชียงดาว ::
อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว การเดินทาง จากเชียงใหม่ไปยังอำเภอเชียงดาว ระยะทาง 72 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกเข้าไปจนถึงถ้ำอีก 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางจนถึงบริเวณถ้ำ มีบริเวณจอดรถกว้างขวาง ทางเข้าถ้ำเป็นบันไดมีหลังคามุงสังกะสี หน้าถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านเต็มไปด้วยปลาหลายชนิด นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้ หากต้องการชมบริเวณถ้ำ ติดต่อคนนำทางได้บริเวณหน้าถ้ำ
 
:: ดอยเชียงดาว ::
อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว อำเภอเชียงดาว ยอดสูงสุดของดอยเชียงดาว เรียกว่า ดอยหลวงเชียงดาว (เพี้ยนมาจากคำที่ชาวบ้านในละแวกเปรียบเทียบดอยนี้ว่าสูง เพียงดาว) มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนรูปกรวยคว่ำสูง 2,195 เมตร จากระดับน้ำทะเล นับเป็นยอดดอยที่สูงอันดับ 3 ของประเทศรองจากดอยอินทนนท์และผ้าห่มปก จากบนยอดดอยซึ่งเป็นที่ราบแคบๆ สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามรอบด้าน คือ ทะเลหมอกด้านอำเภอเชียงดาว ดอยสามพี่น้อง เทือกดอยเชียงดาว ตลอดจนถึงยอดดอยอินทนนท์อันไกลลิบอากาศเย็น ลมแรง และสมบูรณ์ด้วยดอกไม้ป่าภูเขาที่หาชมได้ยากมากมายรวมทั้งนกและผีเสื้อด้วย (ไม่เหมาะที่จะขึ้นไปยืนบนยอดดอย ทีละกลุ่มใหญ่ๆ เพราะจะไปเหยีบย่ำทำลายพรรณไม้บนนั้นได้แม้จะโดยไม่ตั้งใจก็ตาม)
การเข้าไปใช้พื้นที่ต้องทำหนังสือขออนุญาตถึงผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ อย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนการเดินทาง รายละเอียด โทร. 0 2561 2947 การเดินทางสู่ยอดดอยเชียงดาว เริ่มที่ถ้ำเชียงดาว ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถติดต่อคนนำทาง ลูกหาบ รวมทั้งรถไปส่งที่จุดเริ่มเดินได้ โดยค่าเช่ารถประมาณ 900 บาท ค่าจ้างลูกหาบประมาณวันละ 300 บาทต่อลูกหาบหนึ่งคน บนดอยเชียงดาวไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวไปด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนอน อาหาร และน้ำ
ส่วนเส้นทางลงนิยมใช้ทางสายบ้านถ้ำซึ่งอยู่ใกล้กับถ้ำเชียงดาว เพราะมีทางสูงชันสามารถลงได้รวดเร็วกว่าแต่ไม่เหมาะกับการขึ้น
 
:: โครงการหลวงห้วยลึก ::
ตั้งอยู่ที่ ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว ไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่ - ฝาง ประมาณกิโลเมตรที่ 95 เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 200 เมตร โครงการนี้ดำเนินการจัดพื้นที่ทำกินให้แก่ชาวเขาเผ่าแม้ว กะเหรี่ยง และคนเมืองในบริเวณพื้นที่ โดยทำการส่งเสริม วิจัย และเพาะพันธุ์ให้แก่เกษตรกร ผลิตผล ได้แก่ ผักจำพวกผักสลัด แคนตาลูป ฯลฯ ไม้ดอก เช่น เบญจมาศ พีค็อก ฯลฯ ไม้ผล เช่น เสาวรส ทับทิม ฝรั่งคั้นน้ำ เป็นต้น ฤดูท่องเที่ยวของที่นี่จะอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม เนื่องจากมีผลิตผลให้ชมและซื้อหาได้ รายละเอียด โทร. 0 5345 1116 ต่อศูนย์ห้วยลึก
 
:: บ้านไร่ไผ่งาม ::
เป็นหมู่บ้านผลิตผ้าฝ้ายทอมือแบบโบราณที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 69 - 70 ตามเส้นทางเชียงใหม่ - ฮอด และเลี้ยวซ้ายเข้าไปหมู่บ้านอีกประมาณ 1 กม. ทางเข้าหมู่บ้านร่มรื่นด้วยเงาไม้ไผ่ สองข้างทาง ปัจจุบันกลุ่มแม่บ้านซึ่งได้รับการถ่ายทอดการผลิตผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ จากคุณป้าแสงดา บันสิทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ รวมกลุ่มกันผลิตที่บ้านป้าแสงดา ซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำปิง ปัจจุบันได้จัดทำเป็น พิพิธภัณฑ์ผ้าป้าดา เพื่อรำลึกถึงผลงานของท่าน และยังแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่แบบพื้นบ้านในสมัยก่อนด้วย ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5336 1231 โทรสาร 0 5336 1230 สถานที่ติดต่อในเมืองเชียงใหม่ โทร. 0 5327 3625
 
:: ทะเลสาบดอยเต่า ::
อยู่ในเขตอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่น้ำท่วมถึงภายหลังการสร้างเขื่อนภูมิพล เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนภูมิพล เคยใช้ในการเกษตรกรรม การประมง ในบริเวณอ่างเก็บน้ำ หากมีน้ำมากพอ (โดยมากจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม - เมษายน) จะมีบริการแพพัก ราคา 1,000 - ,500 บาท และเรือนำเที่ยวไปยังเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก รายละเอียดติดต่อ บริษัท ท่องนที จำกัด โทร. 0 2457 6873 - 4, 0 2457 3428
การเดินทาง จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ไปยังอำเภอฮอด ระยะทาง 90 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายสู่ทางหลวงหมายเลข 1130 ไปยังทะเลสาบดอยเต่าอีก 35 กิโลเมตร รวมระยะทางจากจังหวัดเชียงใหม่ 125 กิโลเมตร
 
:: สถานีทดลองปลูกพรรณไม้บ่อแก้ว (สวนสนบ่อแก้ว) ::
ตามเส้นทางสายฮอด - แม่สะเรียง กิโลเมตรที่ 36 สถานีฯเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษ เป็นแปลงทดลองปลูกพืชจำพวกสน และยูคาลิบตัส ในเนื้อที่ทั้งหมด 2,072 ไร่ อากาศของที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี งามด้วยทิวสนที่ปลูกอย่างเป็นระเบียบงามตาจึงทำให้บริเวณสถานีกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่ง
การเดินทาง
หากไม่มีรถยนตร์ส่วนตัวสามารถนั่งรถประจำทางสีฟ้าสายเชียงใหม่ - ฮอด - ดอยเต่ามาลงที่หน้าสถานีฯ
 
:: บ้าน 100 อัน 1,000 อย่าง (บ้านร้อยอันพันอย่าง) ::
เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่รวบรวมงานแกะสลักไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้สัก งานแต่ละชิ้นได้รับการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง เช่นไม้ขี้เหล็กสลักภาพครูบาศรีวิชัยไม้ขี้เหล็กเนื้อแข็งมากและแกะยากจนอาจทำให้เครื่องมือเสียได้ ผู้แกะใช้ไม้เนื้อนี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่ครูบาศรีวิชัยได้ต่อสู้ฝ่าฟันมา นอกจากนี้ยังมีไม้แกะพญางิ้วดำซึ่งเป็นไม้หายาก ค่าเข้าชม 100 บาท นักศึกษามาเป็นคณะ คนละ 50 บาท นักเรียนมาเป็นคณะคนละ 10 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 5335 5819, 0 5382 2649
การเดินทาง อยู่ในพื้นที่อำเภอหางดง ริมทางหลวงสาย 108 เชียงใหม่ - สันป่าตอง - จอมทอง ระหว่างหลักกม.ที่ 19 - 20 หากมาจากเชียงใหม่จะอยู่ฟากซ้ายมือ และจากประตูเมืองเชียงใหม่มีรถโดยสารสีเหลืองผ่านหลายสาย ได้แก่ ทุ่งเสี้ยว, หนองตอง, จอมทอง, บ้านกาด, มะขามหลวง เป็นต้น
 
:: ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ::
ตั้งอยู่บนถนนสายเชียงใหม่ - หางดง เป็นที่รวมศิลปะและวัฒนธรรมของล้านนา เป็นหมู่เรือนไทยไม้สักประตูหน้าต่างประดับด้วยไม้แกะสลักอย่างสวยงาม ภายในบริเวณมีพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณ "สบันงา" มีร้านขายของที่ระลึกอยู่หลายร้าน และมีหมู่บ้านชาวเขาให้เที่ยวชม ส่วนในตอนกลางคืนมีบริการอาหารเย็นแบบ"ขันโตก" ซึ่งประกอบด้วยอาหารเหนือ เช่น แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง แคบหมู เป็นต้น โดยนักท่องเที่ยวจะรับประทานอาหารและชมการแสดงฟ้อนพื้นเมืองไปพร้อมๆ กัน
เมื่อเสร็จสิ้นการแสดงฟ้อนรำพื้นเมืองแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้ชมการแสดงของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ม้ง (แม้ว) อีก้อ มูเซอ เย้า และลีซอ อีกทั้งแต่ละเผ่ามีการแสดงที่ไม่เหมือนกัน โดยแสดงทุกวันตั้งแต่เวลา 19.00 - 22.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 5327 4540, 0 5327 5097
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแห่งที่จัดกิจกรรมแบบนี้ เช่น คุ้มแก้วพาเลซ โทร. 0 5321 4315 ขันโตกบ้านร้อยจันทร์ โรงแรมปางสวนแก้ว โทร. 0 5322 4444 เป็นต้น
 
:: หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง ::
ผลิตภัณฑ์มีหลายอย่างเช่น หม้อแกง หม้อน้ำ แจกัน โดยเฉพาะน้ำต้น(คนโทใส่น้ำที่ชาวเหนือนิยมวางไว้หน้าบ้านให้ผู้ผ่านไปมาได้ดื่มดับกระหาย)
นั้นเป็นที่นิยมทั่วไปแก่คนที่พบเห็น ปัจจุบันได้มีการพัฒนากรรมวิธีในการผลิตและรูปแบบเครื่องปั้นดินเผาเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสีสันสดขึ้น แต่มีการทำเครื่องปั้นดินเผาในบางครัวเรือนเท่านั้น
การเดินทาง
บ้านเหมืองกุงอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางเชียงใหม่ - หางดง ประมาณ 10 กิโลเมตร และระยะทางห่างจากถนนสายวงแหวน (ทางหลวงหมายเลข 11 สนามบิน) ประมาณ 6 กิโลเมตร โดยอยู่ก่อนถึงทางแยกตัดใหม่สายหางดง - สะเมิงเพียงเล็กน้อย
 
:: โครงการหลวงห้วยผักไผ่ (ทุ่งเริง) ::
ตั้งอยู่ที่บ้านแม่ฮะ ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง บนเส้นทางสายหางดง-สะเมิง (ทางหลวงหมายเลข 1269) ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 15 - 16 หากไปทางหางดงจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ แยกเข้าไปประมาณ 2.5 กิโลเมตร สามารถเดินทางจากเชียงใหม่ได้สองทาง คือ ตามทางสายเชียงใหม่ - แม่ริม - สะเมิง - หางดง ระยะทาง 32 กิโลเมตร และเส้นทางสายเชียงใหม่ - หางดง - สะเมิง ระยะทาง 43 กิโลเมตร พันธุ์ไม้ที่ปลูกคือ กุหลาบหนูที่จะปลูกกันทั้งปี และยังมีผักยอดซาโยเต้ ลูกฟักแม้ว มะเขือม่วงก้านเขียว ถั่วแขก และมะระขาว เป็นต้น
 
:: บ่อน้ำพุร้อน ::
ตามเส้นทางนี้มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่สองแห่งตกแต่งสถานที่ด้วยสวนดอกไม้สวยงาม มีห้องอาบน้ำแร่ ที่พัก สถานที่กางเต็นท์ ร้านอาหาร ได้แก่ น้ำพุร้อนสันกำแพง อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 34 กิโลเมตร สามารถไปได้ 2 ทางด้วยกัน คือ เส้นทางเชียงใหม่ - สันกำแพง - สถานีเพาะพันธุ์กล้าไม้สัก - น้ำพุร้อน (เส้นทางนี้จะผ่านถ้ำเมืองคอน ซึ่งอยู่ห่างจากน้ำพุร้อน 4 กิโลเมตร) หรือเส้นทางเชียงใหม่ - สันกำแพง - หมู่บ้านออนหลวย - น้ำพุร้อน หากเดินทางโดยรถประจำทางขึ้นรถจากสถานีขนส่งช้างเผือกไปยังสันกำแพง และเช่าเหมารถสองแถวจากสันกำแพงไปน้ำพุร้อนในราคาประมาณ 200 บาทต่อคัน สำรองที่พักล่วงหน้าที่ ธุรกิจน้ำพุร้อนสันกำแพงหมู่บ้านสหกรณ์ โทร. 0 5392 9077 และรุ่งอรุณน้ำพุร้อน รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 5324 8475
 
:: สันกำแพง ::
สันกำแพงเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ มีชื่อเสียงในด้านการทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศตะวันออก 13 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนเชียงใหม่ มักจะไปเที่ยวที่อำเภอสันกำแพง เพราะผ้าไหมและผ้าฝ้ายซึ่งทอมาจากอำเภอนี้ มีคุณภาพดี ราคาถูก เหมาะสำหรับเป็นของที่ระลึกแก่ญาติสนิทมิตรสหาย นอกจากนั้นยังมีโรงงานทอผ้าให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิธีการทอ รวมทั้งการเลี้ยงตัวไหมให้ชมด้วย และระหว่างเส้นทางจากอำเภอเมืองถึงอำเภอสันกำแพง (ระยะทาง 13 ก.ม.) ยังมีโรงงานและร้านค้าของที่ระลึกเป็นจำนวนมาก เช่น เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องเงิน เครื่องเขิน เครื่องหนัง เครื่องปั้นดินเผา และผ้าฝ้าย ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและเลือกซื้ออีกด้วย
 
:: เวียงท่ากาน ::
เป็นเมืองเก่าแก่แห่งหนึ่งในสมัยหริภุญชัย เชื่อว่าเมืองนี้คงจะเริ่มสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 สมัยพระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์ผู้ครองแคว้นหริภุญชัยสืบต่อมาจนถึงสมัยพญามังรายช่วงก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ โบราณสถานที่สำคัญอยู่บริเวณกลางเมืองในเขตโรงเรียน วัดท่ากาน และวัดต้นกอก โบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ พระพุทธรูปหินทราย พระพุทธรูปดินเผา พระพิมพ์จำนวนมาก ไหเคลือบสีน้ำตาลบรรจุกระดูก และเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน (พ.ศ.1823 - 1911)
ปัจจุบัน เวียงท่ากานอยู่ในเขตท้องที่บ้านท่ากาน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง ห่างจากเมืองเชียงใหม่ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ประมาณ 34 กิโลเมตร ผ่านอำเภอสันป่าตองแล้วเลี้ยวซ้ายที่บ้านทุ่งเสี้ยว เข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร หรือโดยสารรถประจำทางสายโรงวัว-ท่าวังพร้าว คิวรถอยู่ข้างประตูเชียงใหม่
 
:: พระบรมธาตุแสนไห ::
อยู่ที่ตำบลเมืองแหง จากบ้านเมืองายเข้ามา 55 กิโลเมตร เชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแต่มาได้รับการ
บูรณะในพ.ศ. 2457 เป็นปฏิมากรรมผสมระหว่างพม่าและล้านนาไทย ซึ่งการก่อสร้างทับพระธาตุเดิมที่มีขนาดเล็ก
โดยของใหม่มีสันถาร 8 เหลี่ยม สันนิษฐานว่าที่นี่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อครั้งยกทัพ
ไปยังเมืองอังวะของพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2147 หลังจากประชุมพลที่เมืองงาย ึงเสด็จไปทางเมืองห้างหลวงซึ่งน่าจะเป็นเมืองแหงในปัจจุบันเพราะมีคูเมืองล้อมยาวกว่า 2 กิโลเมตร และเป็นเมืองเดียวที่อยู่ระหว่างเมืองงายกับเมืองอังวะของพม่า เชื่อว่าพระองค์น่าจะเสด็จมาพักทัพที่พระบรมธาตุแห่งนี้และสร้างบ่อน้ำใช้ส่วนพระองค์และช้างศึกตรงบริเวณด้านหน้า
เนินเขาที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ ชาวบ้านเรียกว่าบ่อน้ำช้าง ประเพณีที่สำคัญของวัดนี้ คือ งานสรงน้ำพระบรมธาตุ
ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี
 
:: บ้านเปียงหลวง ::
อยู่ติดชายแดนไทย - พม่า มีด่าน ช่องหลักแต่ง เป็นด่านชั่วคราวที่เปิดการค้าขายชายแดนในระดับท้องถิ่นใน
ยามเหตุการณ์สงบด่านจะเปิดให้ชาวบ้านในละแวกข้ามมาค้าขายกันได้ ชาวบ้านในตำบลนี้เป็นจีนฮ่อและไทยใหญ่ โดยชาวจีนฮ่อนั้นอพยพเข้ามาในสมัยเจียงไคเช็คเป็นประธานประเทศ แต่ก็ยังไม่ละทิ้งวัฒนธรรมเดิม ทุกคนจะเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมตอนเย็นโดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลไต้หวัน
 
:: ถ้ำโบราณ ::
ตั้งอยู่ที่ บ้านลีซอแม่แตะ ต.เมืองแหง เป็นถ้ำของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หรือ ยุคหินกลางอายุประมาณ 5,000 ปี มีความลึกประมาณ 69 เมตร และพบขวานหินกะเทาะฝังอยู่บริเวณปากถ้ำและภายในถ้ำ รวม 8 อัน อายุประมาณ 4,000 - 5,000 ปี พบว่าอยู่ในยุคโคบินเนียน หรือ ยุคหินกลาง
 
:: ไร่ช้างขาว ::
ตั้งอยู่ ที่ 354 หมู่ 2 บ้านกองลม ต.เวียงแหง อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 150 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง โดยรถยนต์ พื้นที่ของไร่ช้างขาวอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร อากาศค่อนข้าเย็นสบายตลอดทั้งปี พืชที่ปลูกเป็นพื้ชผัก เช่น พริกชี้ฟ้า กระหล่ำม่วง ไม้ผล เช่น ส้มสายน้ำผึ้งและโชกุน ประมาณ 200 ไร่ (เฉพาะพริก) พริกที่ปลูกมีหลากหลายพันธุ์ตามความต้องการของท้องตลาด ซึ่งปัจจุบันทางไร่ได้พัฒนาการผลิตพริกสดเพื่อลดการใช้สารเคมีหรือการผลิตแบบชีวภาพและ
การผลิตที่ปลอดสารพิษเพื่อการส่งออกไปขาย ตลาดแถบยุโรป ซึ่งมีการตรวจสารเคมีที่เข้มงวดมาก
นักท่องเที่ยสามารถแวะชมไร่ และมีบ้านพักบริการ รายละเอียดสอบถามที่ โทร. 0 5347 7341 หรือ www.chillythai.com
 
:: โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยคำ ::
เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถสเด็จฯทอดพระเนตรพื้นที่บริเวณดอยคำและทรงมีพระราชดำริ ให้จัดทำ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ โดยใช้หลักการ 3 อ.คือ อิ่ม อุ่น และอุดมการณ์ มีราษฎรที่เข้าร่วมโครงการ ทำหน้าที่เป็นยามรักษาชายแดน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ และศึกษารูปแบบหรือแนวทางให้คนอยู่กับป่า ได้อย่างกลมกลืนโดยไม่ทำลายป่า ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.เมืองแหง เป็นเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังครอบคลุมพื้นที่ 161,850 ไร่ กรมส่งเสริมการเกาตร ได้มอบหมายให้ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงจังหวัดเชียวใหม่ รับสนองพระราชดำริดำเนินการส่งเสริมการ ปลูกผลไม้หลังบ้าน ส่งเสริมการปลูกไม้ผลที่สามารถเจริญเติบโตภายใต้ร่มเงาของป่าไม้ เช่น กาแฟ ชาเมี่ยง ส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อนำมาปรุงอาหารแบบเศรษญกิจพอเพียง สาธิตการปลูกผักเพื่อเป็นอาหารชุมชน
ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 0 5321 6203 โทรสาร 0 5321 6820
 
:: อำเภอเวียงแหง ::
เป็นเมืองที่อยู่ติดชายแดนไทยพม่า มีคนหลายเชื้อชาติอยู่ด้วยกันอย่างสันติ ทั้งชาวเขา ไทยใหญ่ จีนฮ่อ แต่ละกลุ่มต่างก็ยังดำรงชีวิตตามขนบธรรมเนียมเดิมของตนเอง ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ส่วนใหญ่จะปลูกข้าว เพราะมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบกว้างใหญ่ใจกลางหุบเขา ชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเพราะความเจริญยังแพร่มาไม่มากนัก เนื่องจากการสัญจรไปมาต้องผ่านเส้นทางคดเคี้ยวสูงชันเลาะขุนเขาหลายลูกกว่าจะเข้าถึงได้ ปัจจุบันพึ่งมีถนนลาดยางตัดเข้าถึง จึงเหมือนเป็นการเปิดอำเภอนี้สู่โลกภายนอกอย่างแท้จริง
แต่ในขณะเดียวกันทางอำเภอมีนโยบายที่จะแบ่งเขตการพัฒนา โดยตำบลเมืองแหงเป็นที่อยู่อาศัยและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี โบราณสถาน ตำบลแสนไหเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมและการเกษตร ตำบลเปียงหลวงเป็นพื้นที่ธุรกิจการค้าขายชายแดน
การเดินทาง
หากจะเดินทางมาที่อำเภอนี้โดยรถยนตร์ส่วนตัวใช้ทางหลวง 107 และแยกซ้ายที่เมืองงายเข้าทางหลวง 1322 ระยะทาง 72 กิโลเมตร แต่หากมาโดยรถประจำทางขึ้นรถที่ท่ารถถนนช้างเผือก สายดาวทอง (เวียงแหง - เปียงหลวง) เป็นรถสองแถวสีขาว 6 ล้อ รถออก เวลา 8.00, 12.00 และ 15.00 น. จากเวียงแหงรถออกตรงหน้าตลาด เวลา 7.00, 8.00 และ 15.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง ค่ารถ 70 บาท
 
:: ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ::
เป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยเกษคตรหลวงเชียงใหม่ซึ่งอยู่ในวงล้อมของแนวเทือกเขาอินทนนท์ แม้ขุนวางจะอยู่ห่างจากถนนสายหลักลึกเข้ามาถึง 16 กม. อันทำให้การเดินทางมาที่นี่ จำเป็นต้องใช้พาหนะส่วนตัว หรือมิเช่นนั้นนักท่องเที่ยวก็จะต้องเหมารถจากปากทางของดอยอินทนนท์เพื่อเข้ามายังที่นี่แต่มิใช่อุปสรรคสำหรับ
นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาพักผ่อนศึกษาธรรมชาติ หรือท่องเที่ยวทางการเกษตร ณ ที่แห่งนี้ เพราะขุนวางพร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วยพันธุ์ไม้เมืองหนาวนานาชนิดที่พร้อมใจกัน
ออกดอกบานสะพรั่งยามหน้าหนาว ออกผลเต็มต้นให้เด็ดชิมได้ในช่วงฤดูร้อน แถมยังมีนกของเทือกเขาดอยอินทนนท์นานาชนิดให้ศึกษา รวมทั้งมีทิวทัศน์ที่เขียงชอุ่มแวดล้อมด้วยไม่ใหญ่เปลี่ยนสีสันตามฤดูกาลโอบล้อมอยู่โดยรอบ
การเดินทาง ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงดอยขุนวาง ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่
โดยรถยนต์ส่วนตัวนักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง เส้นทางแรก จากจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านอำเภอสันป่าตอง เข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1013 ไปอำเภอแม่วาง ผ่านอำเภอแม่วางไป จะมีทางแยกซ้ายมือให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเส้นทางจะลัดเลาะขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตร ช่วงสุดท้ายของเส้นทางนี้จะเป็นถนนดินแดงประมาณ 5 กิโลเมตร หน้าฝนจำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เส้นทางนี้รวมระยะทาง 86 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง เส้นทางที่สอง จากจังหวัดเชียงใหม่ไปอำเภอจอมทองก่อนเข้าตัวอำเภอจอมทอง เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1009 ขึ้นดอยอินทนนท์ จนถึงกิโลเมตรที่ 31 เลี้ยวขวา เป็นถนนลาดยางไปประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ตั้งศูนย์วิจัยเกษตรหลวงดอยขุนวาง รวมระยะทาง 115 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
โดยรถโดยสารประจำทาง จากประตูเชียงใหม่ มาถึงจอมทอง จากนั้นต้องต่อรถสองแถวจากจอมทอง - แม่แจ่ม ลงตรงทางแยกขึ้นดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตร 31 จากจุดนี้ต้องเหมารถสองแถวให้ขึ้นไปส่งที่ขุนวาง หรือเหมารถตั้งแต่ที่อำเภอจอมทอง
จุดท่องเที่ยวภายในศูนย์ ภายในพื้นที่ 450 ไร่ของศูนย์วิจัยเกษตรหลวง (ขุนวาง) หลากลายด้วยแปลงไม้ผลเมืองหนาวต่างๆ หากไปถึงในช่วงฤดูกาลผลไม้เมืองหนาวผลิดอกออกผล ไม่ว่าจะเป็นสาลี่ พลัม ท้อ แนคตารีน หรือสตรอเบอรี่ นักท่องเที่ยวก็สามารถเด็ดชิมได้จากต้นเลยทีเดียว หรือหากไปเยี่ยมชมในช่วงฤดูหนวา ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศอีกรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่กลางเดือนมกราคม - เดือนกุมภาพันธ์ ที่ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระดอยจะออกดอกสีชมพูสว่างไสวเมต้น ขับให้ดอยขุนวางกลายเป็นสีชมพูไปทั้งดอย
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินชมศึกษาแปลงทดลองการเกษตรภายในศูนย์ได้ โดยมีเจ้าหน้าที่นำชมตามเส้นทางที่กำหนด พาหนะที่ใช้ในการเดินทางภายในศูนย์ ควรเป็นรถปิกอัพ หรือ รถขับเคลื่อนสี่ล้อ และจักรยาน โดยจุดที่น่าสนใจต่างๆ ได้แก่ แปลงไม้ผลเมืองหนาว แปลงกาแฟ โรงกะเทาะเปลือกกาแฟ และแปลงทดสอบพันธุ์มะคาเดมีย ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในออสเตรเลีย นักท่องเที่ยวสามารถทอลองเก็บผล และชิมเนื้อสดๆซึ่งมีรสชาติหอมหวานมัน หรือจะชิมแบบอบคั่วเกลือทางศูนย์ก็มีให้ชิม และยังมีการทดลองสกัดน้ำมันจากผลไปทำเครื่องสำอางด้วย
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงขุนวางเปิดทำการทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00 - 16.00 น. มีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 4 หลัง แต่ละหลังพักได้ตั้งแต่ 4 - 8 คน มีที่กางเต็นท์ 2 จุด คือ บริเวณลานหญ้าหน้าอาคารสำนักงาน และบริเวณหุบรับเสด็จ ทั้งสองจุดรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 100 คน มีอาหารบริการในราคากันเอง แถมกาแฟอาราบิกาให้ชิมฟรีตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ควรติดต่อไปล่วงหน้า โทร. 0 5343 2275 - 6
 
:: ป่าสนบ้านวัดจันทร์ ::
ผืนดินแห่งนี้ชาวกะเหรี่ยง มูเส่คี (หมายถึง ต้นน้ำแม่แจ่ม) ได้พึ่งพาอาศัยดำรงชีวิตมานับร้อยปี พวกเขาช่วยกันดูแลรักษาผืนดินผืนป่าแห่งนี้อย่างดีเหมือนเป็นสามชิกครอบครัวเลยก็ว่าได้ ตามธรรมเนียมกะเหรี่ยงเมื่อมีเด็กเกิดใหม่จะนำสายสะดือของเด็กไปผูกไว้กับต้นไม้กำหนดว่าเป็นต้นไม้
ของครอบครัวใครจะมาตัดไม่ได้ สนที่ขึ้นที่นี่เป็นสนเขาทั้งสนสองใบและสามใบที่จะขึ้นเฉพาะในที่สูง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป ยางสนนำไปใช้ประโยช์ได้หลายอย่าง เช่น นำไปใช้กับเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายเป็นตัวช่วยให้ฝืดหรือนำไปสกัดเป็นน้ำมันสนที่ใช้ผสมกับ
สีน้ำมันช่วยให้สีแห้งเร็ว แต่เพื่อเป็นการรักษาสมดุลของป่าที่นี่จึงไม่มีการทำยางสน ชาวบ้านได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวงให้เลี้ยงไก่เบสซึ่งเป็นไก่เนื้อพันธุ์ดีกิโลกรัมละหลายร้อยบาท
ผู้สนใจมาหาประสบการณ์ชีวิตจากที่นี่นำจักรยานมาปั่นได้จะดีมากเพราะอากาศที่นี่เย็นสบายตลอดปี ทิวทัศน์เป็นป่าสนสวยงาม หรือจะนำเรือยางมาพายในทะเลสาบที่นี่ก็ได้ กิจกรรมแบบนี้นอกจากไม่ก่อมลพิษ แล้วเรายังได้อยู่กับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดด้วย บ้านพักติดต่อที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) บ้านวัดจันทร์ โทร. 0 5324 9394
การเดินทาง
มีหลายเส้นทางให้เลือกแต่ไม่ว่าจะใช้ทางใดก็ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น หากมาในช่วงฤดูหนาว จะพบใบไม้เปลี่ยนสีในป่าสองข้างทาง เส้นทางที่สะดวกที่สุดคือ ทางหลวงหมายเลข 1095 สายแม่มาลัย - ปาย สามารถเข้าได้สองทางซึ่งทั้งสองเส้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางลูกรังอีกประมาณ 40 กิโลเมตร คือ 1) ตามป้ายทางหลวง ประมาณ 80 กิโลเมตร จากแม่มาลัย หรือ 2) ทางเข้าตรงวัดพระธาตุ อยู่ถัดจากวัดพระธาตุมาประมาณ 500 เมตรแยกซ้ายเข้าตรงโค้งเล็ก ๆ แยกเข้าเส้นทาง จอมแจ้ง - บ้านเมืองแร่ – บ้านบ่อแร่ รวมระยะทางประมาณ 165 กิโลเมตร
เส้นทางอื่น ๆ คือ สายสะเมิง - วัดจันทร์ - บ้านบ่อแก้ว - บ้านดงสามหมื่น เป็นทางลูกรังเช่นกันระยะทาง 80 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 155 กิโลเมตร อีกสองเส้นทางที่ลำบากกว่าสองทางแรกคือ อำเภอแม่แจ่ม - บ้านวัดจันทร์ และ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน - บ้านวัดจันทร์ เส้นทางหลังจะมีความงามมาก
หรือสามารถโดยสารรถประจำทางได้เป็นรถสองแถวสีเหลือง คิวรถบ้านวัดจันทร์อยู่ที่ถนนช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ รถออกทุกวัน เวลา 09.00 และ 11.00 น. ค่าโดยสาร 120 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง รถจะวิ่งเส้นสะเมิ
 
:: ล่องเรือยางแม่น้ำแม่แตง ::
ทัวร์ล่องแก่งด้วยเรือยางมีมานานแล้วในภาคเหนือ มีการทำเป็นธุรกิจครั้งแรก เมื่อกว่า 15 ปีมาแล้วโดยการล่องในแม่น้ำปายซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก สำหรับจังหวัดเชียงใหม่เริ่มมีการล่องแก่งเมื่อประมาณ 10 ปีมานี้เอง โดยเป็นโปรแกรมของบริษัทต่างประเทศ แต่ก็เป็นการล่องระยะสั้น เพียงไม่เกิน 40 นาทีเท่านั้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การล่องแก่งตั้งแต่เดือน กรกฎาคม - สิงหาคม แม่น้ำแม่แตง มีช่วงที่เหมาะแก่การล่องแก่งด้วยเรือยางเป็ฯระยะทางยาวถึง 10 กม. ซึ่งใช้เวลาล่องประมาณสองถึงสองชั่วโมงครึ่ง โดยทำการล่องได้ตั้งแต่บ้านสบก๋ายถึงบ้านเมืองกี๊ด ซึงพอจะแบ่งเป็นช่วงๆ ดังนี้
ช่วงแรก จากบ้านสบก๋ายถึงปางเกาะ ระยะทางประมาณ 5กม. มีความยากอยู่ระดับ 2 - 3 ช่วงนี้เป็นช่วงที่สนุกสนาน และมีความปลอดภัยสูงเหมาะกับการทำความคุ้นเคยในการร่วมกันบังคับเรือให้ผ่านเกาะแก่งต่างๆ มีแก่งใหญ่ๆที่ สนุกตื่นเต้นแต่ไม่อันตราย ประมาณ 6 แก่ง
ช่วงที่สอง จากปางเกาะถึงบ้านห้วยมะซาง ระยะทางประมาณ 2 กม. มีความยากอยู่ที่ระดับ 4-5 ช่วงนี้เป็นช่วงที่มึวามยากสูงสุดของแม่น้ำสายนี้ประกอบด้วยแก่งน้ำตกใหญ่ๆ ประมาณ 7 ถึง 8 แก่ง เป็นช่วงที่ต้องการความเป็ฯทีมเวิร์กสูงสุด และต้องการนักท่องเที่ยวที่มีความพร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจ
ช่วงสุดท้าย จากบ้านห้วยมะซางถึงบ้านเมืองกี๊ด ระยะทางประมาณ 4 กม. มีความยากอยู่ที่ระดับ 3-4 ช่วงนี้เป็ฯงช่วงที่บริษัทผู้ให้บริการการล่องแก่งด้วยเรือยางส่วนใหญ่ในเชียงใหม่ใช้กัน มีแก่งใหญ่ที่สนุกตื่นแต้นอยู่ประมาณ 6 แก่ง โดยเฉพาะช่วงที่สนุกที่สุดเป็นแก่งใหญ่ต่อกันถึง 3 แก่งยาวรวม 500 เมตร ที่ทำความตื่นแต้นให้นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
การล่องแก่งด้วยเรือยาง เป็น High Light ซึ่งเป็นโปรแกรมทัวร์ของบริษัทฯจะทำการล่องตลอดทั้งสามช่วงดังกล่าว
การล่องแก่งด้วยเรือยาง, การขี่ช้างเดินป่า และการขี่จักรยานภูเขา ซึ่งในพื้นที่นั้นมีความเหมาะสมสูงไม่ว่าจะเป็นถนนเดินเลียบริมแม่น้ำผ่านป่าเขาที่ไม่สูงชันมากนัก หรือ เส้นทางขี่ช้างที่ลัดเลาะข้ามแม่น้ำไต่ไหล่เขาเข้าไปในป่าจริงๆ
ติดต่อล่องแก่ง
เชียงใหม่ แอดเวนเจอร์ 23/1 ถ.ศรีภูมิ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง โทร. 0 5341 8197, 0 5341 8534 e-mail: http://cnxadventure@hotmail.com www.chiangmaiadventure.co.th
สยาม ริเวอร์ แอดเวนเจอร์ 69/1 ถ.ราชภาคนัย ต.พระสิงห์ อ.เมือง โทร. 0 5320 6838 e-mail : http://info@siamrivers.com www.siamrivers.com
สยาม อีโค่ ไลฟ์172 โรงแรมดาวทาวน์อินน์ ชั้น 1 ถ.ลอยเคราะห์ ต.ช้างคลาน อ.เมือง โทร. 0 5328 1790, 0 5327 0662 ต่อ 803 e-mail : http://siamecolive@yahoo.com www.siamecolifetour.ocm
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือเขต 1 โทร. 0 5324 8604, 0 5324 8607, 0 5330 2500 โทรสาร 0 5324 8605, 0 5330 2501 e-mail : http://tatchmai@tat.or.th
 
:: สถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว ::
เป็นหน่วยงานของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยู่ในทำเลที่มองเห็นเทือกดอยหลวงเชียงดาวได้อย่างชัดเจนและสวยงาม มีนกหลายชนิดที่เห็นอยู่ตลอด เช่น นกเขียวก้านตองสีส้ม นกติ๊ดใหญ่ นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ นกกะรองทองแก้มขาว และ อีกหลายชนิด
ช่วงฤดูหนาวจากที่พักในช่วงเช้าจะมองเห็นทะเลหมอกหนา กลางคืนจะเห็นดาวเต็มท้องฟ้าและแสงระยิบระยับจากเมืองเชียงดาว
การเดินทาง
ใช้เส้นทางหมายเลข 107 จากเชียงใหม่ ผ่านแม่ริม แม่มาลัย ที่ตลาดแม่มาลัยสามารถแวะซื้อเสบียงได้) แม่แตง ถึงบ้านแม่นะมีทางแยกซ้ายมือมีป้ายเขียนว่า "หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน" ประมาณ 21 กิโลเมตรจะพบทางแยกให้เลี้ยวขวาสภาพทางเป็นลูกรังจะค่อนข้างชัน ผ่านหมู่บ้านปางโฮ่งและปางฮ่าง ทางจะขึ้นชันมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงด่านที่จะแยกไปหน่วยพิทักษ์ป่าเด่นหญ้าขัด ตรงไป ขวามือจะพบทางแยกไปโรงเรียนบ้านสันป่าเกี๊ยะ จากนั้นจะถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ตรงไปอีกสัก 500 เมตรทางจะขึ้นสูงก็จะถึงสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว
ในขากลับไม่ต้องย้อนทางเดิมจากสถานีฯ มีเส้นทางกลับออกสู่ถนนหมายเลข 107 ที่บ้านแก่งปันเตาได้ จากสถานีมาสัก 12 กิโลเมตรจะถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายและขวา ด้านขวามือจะเขียนว่าไปบ้านปากเอียก (เส้นทางนี้ห้ามใช้โซ่พันล้อรถในหน้าฝน ฝ่าฝืนปรับ 500 บาท) เส้นทางนี้จะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาก็ได้เพราะจะไปออกถนนใหญ่เหมือนกัน แต่ถ้าเลี้ยวขวาจะผ่านเข้าไปในหมู่บ้านปากเอียก ผ่านไร่ชา และผ่านนิคมสงเคราะห์ชาวเขา ทางช่วงนี้จะเป็นทางคอนกรีตตลอด แต่ทางลงค่อนข้างชันจนกระทั่งถึงบ้านแก่งปันเตาและเส้นทางหมายเลข 107
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีเรือนพักซึ่งปกติเป็นที่พักของนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาฝึกงาน มีห้องน้ำและห้องครัวพร้อมเครื่องครัว ประกอบอาหารได้ แต่ ต้องนำอาหารขึ้นมาด้วย เสียค่าบำรุงสถานที่คนละ 50 บาทต่อคืน
อย่าลืมเตรียมถุงดำเพื่อใส่ขยะกลับลงมา เครื่องดนตรีไม่ควรนำไป ที่โรงเรียนบ้านสันป่าเกี๊ยะเด็กๆอยากได้หนังสือไว้อ่าน หากเอาติดรถไปบ้างก็ดี
การไปเยี่ยมชมควรติดต่อขออนุญาตจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เสียก่อน โดยติดต่อสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อย่างน้อย 10 วันล่วงหน้า โทร. 0 5322 2014, 0 5394 4052
 
:: น้ำตกบัวตอง และน้ำพุเจ็ดสี (น้ำพุเย็น น้ำตกเย็น) อำเภอพร้าว จ.เชียงใหม่ ::
ตั้งอยู่บริเวณแยกกิโลเมตรที่ 42 สายเชียงใหม่ - พร้าว ตำบลหอพระ อำเภอแม่แตง เป็นน้ำแร่ซึ่งมีแคลเซียมคาร์บอเนตพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน แล้วไหลเป็นลำธารและน้ำตกขนาดเล็ก มีพื้นดินที่ใต้ลำธารแข็งสีขาวเป็นประกาย เพราะมีแคลเซียบคาร์บอเนตเคลือบอยู่ ดูแปลกตา
 
:: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ::
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริจัดตั้งบริเวณป่าขุนแม่กวง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พื้นที่ประมาณ 8,500 ไร่ ให้เป็นศูนย์การศึกษาทดลอง วิจัย เพื่อหารูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคเหนือ และเผยแพร่แก่ราษฎรให้สามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเองต่อไป โดยศึกษาพัฒนาป่าไม้ 3 อย่าง 3 วิธี เพื่อประโยชน์ 4 อย่างคือ มีไม้ใช้สอย ไม้ผล ไม้เชื้อเพลิง ซึ่งจะอำนวยประโยชน์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดจนความชุ่มชื้นเอาไว้เป็นประโยชน์อย่างที่ 4 และพื้นที่ต้นน้ำลำธารให้ได้ผลอย่างสมบูรณ์เป็นหลัก โดยต้นทางเป็ฯการศึกษาสภาพพื้นที่ป่าไม้ต้นน้ำลำธาร และปลายทางเป็ฯการศึกษาด้านการประมงตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ ผสมกับการศึกษาด้านการเกษตรกรรม ปศุสัตว์และโคนม รวมทั้งเกษราอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นศูนย์ที่สมบูรณ์แบบ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อราษฎรที่จะเข้ามาศึกากิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ฯ และนำไปใช้ปฏิบัติอย่างได้ผลต่อไป ดังพระราชดำริว่า "ให้ศูนย์ศึกษาพัฒนาฯ ทำหน้าที่เสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต"
ผู้ที่สนใจเข้าชมได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 8.30 - 16.30 น. หากต้องการวิทยากรนำชมติดต่อล่วงหน้าที่ โทร. (053) 248004, 248483 และที่นี่มีบ้านพักรับรอง หรือกางเต็นท์พักแรมได้แต่ต้องนำอุปกรณ์มาเองโดยติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า
การเดินทาง
ใช้เส้นทางเชียงใหม่ - เชียงราย ประมาณ 23 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาเข้าศูนย์อีกประมาณ 1 กิโลเมตร
 
:: น้ำตกแม่เตี๊ยะ ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติออบหลวง น้ำตกแม่เตี๊ยะตั้งอยู่บริเวณกลางป่าลึก ตัวน้ำตกสูงประมาณ 80 เมตร กว้างประมาณ 15 เมตร น้ำตกมีทั้งหมด 4 ชั้น มีระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี ชาวสบเตี๊ยะนำน้ำจากที่นี่ไปใช้ในการเกษตร เหมาะสำหรับเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ
การเดินทาง จากเชียงใหม่โดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ถึงอำเภอจอมทอง เลี้ยวขวาข้างที่ว่าการอำเภอ หรือเลี้ยวขวาข้างวัดสบเตี๊ยะ มีระยะทางโดยรวม 15 กิโลเมตร หรือโดยสารรถประจำทาง เชียงใหม่ - จอมทอง จากนั้นต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
 
:: พิพิธภัณฑ์ชาวเขา ::
ตั้งอยู่ในบริเวณสวนล้านนา ร.9 ถนนโชตนา อยู่ในความดูแลของสถาบันวิจัยชาวเขา กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เป็นพิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านชาติพันธุ์วิทยา จัดเก็บรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานวัฒนธรรมของชนเผ่าบนที่สูง หรือ ชาวเขา ประกอบด้วยกลุ่มชนจำนวน 9 กลุ่ม คือ กะเหรี่ยง แม้ว เย้า ลีซอ อีก้อ มูเซอ ลัวะ ถิ่น ขมุ และกลุ่มชนเล็กที่สุดอีกกลุ่มหนึ่งคือ มลาบรี หรือผีตองเหลือง มีลักษณะวัฒนธรรมของตนเองที่แตกต่างกันไป พิพิธภัณฑ์ชาวเขาได้จัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณี ความเชื่อและภูมิปัญญาชาวเขา ซึ่งถูกนำมาถ่ายทอดผ่านการจัดแสดงทางวัตถุศิลป์ จัดเป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชาวเขาที่เป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าสำหรับผู้สนใจทั่วไป เปิดทุกวัน เวลา 9.00 - 16.00 น. ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5321 0872, 0 5322 1933
 
:: พิพิธภัณฑ์แมลงและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ ::
รวบรวมแมลงชิดต่างๆ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ และซากดึกดำบรรพ์ ต่างๆเช่น ด้วง กวาง ตั๊กแตน นอกจากแมลงแล้ว ยังมีซากพืชซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่างๆ และหินสะสมสวยงามเป็นแหล่งรวมยุงในประเทศไทยสี่ร้อยกว่าชนิดที่ใช้เวลาสี่สิบกว่าปีรวบรวมเพื่องาน
วิจัยทางการแพทย์ จัดแสดงที่ 72 นิมมานเหมินทร์ ซ. 13 (ศิริมังคลาจารย์ ซ. 3) ถ.ห้วยแก้ว อ.เมือง โทร.0 5321 1891 โทรสาร 410916 E-mail address: insects_museum@hotmail.com ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างประเทศ 200 บาท เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 09.00 - 16.00 น.
 
:: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ ::
เป็นพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยา และศูนย์กลางการศึกษา การอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ และของภาคเหนือตอนบน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็๗พระนางเจ้าสิริกิตติ์บรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2516 ปัจจุบัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ได้ร้บการปรับปรุงทั้งเนื้อหาการจัดแสดง อาคารสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างภายในพิพิธภัณฑ์ให้สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจยิ่ง
ตั้งอยู่บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ (เชียงใหม่ - ลำปาง) ใกล้ๆ กับวัดเจ็ดยอด รวบรวมสิ่งของที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคเหนือไว้ เช่น พระพุทธรูปสกุลช่างสมัยล้านนาต่างๆ และพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องถ้วยภาคเหนือ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวล้านนาและชาวเขาเผ่าต่างๆ ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่
พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. หยุดช่วงวันสงกรานต์ และวันปีใหม่ ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท นักเรียน นักศึกษาฟรี รายละเอียด โทร. 0 5322 1308 หรือ www.thailandmuseum.com
 
:: ชุมชนวัดเกตุ ::
เป็นชุมชนโบราณที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำปิงด้านตะวันออก เกิดจากชนหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวจีน ชาวฝรั่ง และชาวพื้นเมือง สามารถดูได้จากรูปแบบของสถาปัตยกรรม ที่ยังหลงเหลือมาจนถึงในปัจจุบันนี้ มีวัดเกตุการามอยู่ศูนย์กลางระหว่างชุมชน การก่อสร้างอาคารบ้านเรือน เริ่มขึ้นอย่างจริงจังช่วงหลัง พ.ศ. 2339 หรือหลังการสถาปนาเมืองเชียงใหม่เป็นประเทศราชของกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง ก่อนหน้าที่รถไฟจะมาถึงเชียงใหม่ที่นี่เป็นชุมชนที่เป็นท่าน้ำสำคัญของการเดินทางเรือระหว่างกรุงรัตนโกสินทร์ (กรุงเทพฯ) มายังเมืองเชียงใหม่ และเมืองอื่นๆที่อยู่ทางใต้ลงไป ย่านวัดเกตุจึงเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆตามความจำเป็นทางเศรษฐกิจของเมืองเชียงใหม่ในยุคนั้น
สถานที่ที่รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชุมชนนี้อยู่ที่ พิพิธภัณฑ์วัตเกตุ ตั้งอยู่ที่วัดเกตุการาม สิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ คือ สมบัติเดิมของวัด เช่น ช่อฟ้า ใบระกาซึ่งเป็นไม้แกะสลักจากโบสถ์เดิม ถ้วยชามฝาจีบ ภาชนะต่างๆ เป็นต้น พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น.
 
:: คุ้มเจ้าบุรีรัตน์(มหาอินทร์) ::
ตั้งอยู่ที่ถนนพระปกเกล้าด้านที่ตัดกับถนนราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เจ้าบุรีรัตน์เป็นตำแหน่งทางราชการ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์หลังนี้คาดว่าสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2432 - 2436 ปัจจุบันตกเป็นของตระกูลกิติบุตรและทิพย์มณฑล ซึ่งมอบให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดตั้งเป็นศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา ภายใต้การดูแล จัดการ และดำเนินงาน ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อเก็บข้อมูล และค้นคว้า วิจัย อันนำไปสู่แนวทางในการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง
รูปแบบทางสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างลักษณะพื้นถิ่นและตะวันตก และเป็นแบบอย่างของสถาปัตยกรรมอิทธิพลตะวันตกที่สร้างในเชียงใหม่ยุคแรก เป็นเรือนสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้บันไดอยู่ด้านนอก เสาชั้นล่างก่ออิฐหนาเป็นรูปโค้ง ฉาบปูนเป็นระเบียงโดยรอบ ชั้นบนเป็นพื้นไม้สักมีระเบียงโดยรอบ ปัจจุบันตัวอาคารยังอยู่ในสภาพดี แสดงถึงวิทยาการก่อสร้างที่แข็งแรงคงทนในอดีต เปิดให้ชมวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 17.30 น. สอบถามรายละเอียดที่โทร. 0 5327 7855
 
:: อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ::
ตั้งอยู่ตรงทางขึ้นดอยสุเทพ ก่อนถึงน้ำตกห้วยแก้ว ครูบาศรีวิชัยเป็นนักบุญแห่งล้านนาไทยผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเชียงใหม่และประชาชนโดยทั่วไป ผู้ที่จะขึ้นไปดอยสุเทพมักจะแวะนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเพื่อความเป็นสวัสดิมงคล ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้ประชาชนชาวเหนือร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปสู่วัด
พระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยเริ่มลงมือ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2477 และแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2478 รวมระยะทางจากเชิงดอยไปถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ 10 กิโลเมตร
 
:: ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ ::
ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดนิทรรศการถาวร มหัศจรรย์ดอยสุเทพ ให้ศูนย์ธรรมชาติวิทยาศาสตร์ดอยสุเทพฯ เป็นศูนย์ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับดอยสุเทพ ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชน นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางขึ้นไปเที่ยวบนดอยสุเทพ โดยมีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ และดอยสุเทพ เพื่อจะได้หวงแหนและอนุรักษ์ทรัพยากรอันมีค่าต่อไป
ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2539 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ทั้งนี้ เพื่อเป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับดอยสุเทพในด้านธรรมชาติวิทยารวมถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและชุมชน ผ่านสื่อผสมหลายรูปแบบ จึงกล่าวได้ว่าเป็น Multimedia Museum แห่งแรกของประเทศไทย ผู้เข้าชมจะได้เพลิดเพลินกับสื่อผสมเต็มรูปแบบ และความรู้ที่หลากหลาย นอกจากนี้ ยังอาศัยแนวความคิดพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก แต่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง หรือเรียกว่า Boutique Museum โดยจัดแบ่งเนื้อหาการแสดงนิทรรศการออกเป็น 2 ส่วน คือ นิทรรศการชั่วคราว ซึ่งจะจัดแสดงสับเปลี่ยนเรื่องราวที่น่าสนใจทุก ๆ 4 เดือน ให้ได้ชมกัน
ส่วนนิทรรศการถาวรได้เริ่มจัดทำตั้งแต่เดือนสิงหาคม กลางปี 2547 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ได้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดต้อนรับแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการถาวรดังกล่าวแล้วได้แบ่งเนื้อหา
ออกเป็นทั้งหมด 6 โซน ซึ่งนำเสนอเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของระบบนิเวศวิทยาบนดอยสุเทพ ทั้งในด้านธรณีวิทยา พืชพรรณ สัตว์ คน ที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน รวมถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวไทยภูเขาบนดอยสุเทพ
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าชม นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษาได้รับทราบเกี่ยวกับธรรมชาติวิทยาบนดอยสุเทพ เพื่อให้มีจิตสำนึกที่รักและหวงแหนในคุณค่าของดอยสุเทพ ต่อทุกสรรพชีวิต ก่อนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างๆ บนดอยสุเทพ
นิทรรศการถาวร ประกอบด้วย
Zone 1 ธรณีวิทยา ผู้เข้าชมจะได้พบกับภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง กำเนิดโลกและภูเขา และการกำเนิดดอยสุเทพ การจัดแสดงแบบจำลองหน้าตัดชั้นดินดอยสุเทพ การจำลองแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวในระดับต่างๆ
Zone 2 นิเวศวิทยาน้ำและป่า ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับน้ำตกและป่าจำลองเสมือนได้เข้าไปอยู่กลางป่าบนดอยสุเทพ ได้เรียนรู้เรื่องน้ำ อุทกวัฎจักร ป่าไม้บนดอยสุเทพ พืชพรรณที่ขึ้นเฉพาะบนดอยสุเทพและพืชหายากใกล้สูญพันธุ์ เพลิดเพลินไปกับเกมเห็ดมีพิษและไม่มีพิษ
Zone 3 สัตว์และแมลง ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์และแมลงถึงวิวัฒนาการแต่ละยุคแต่ละสมัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านระบบMultimedia เต็มรูปแบบ พร้อมกันนั้น ยังมีกิจกรรมคือเกมรอยเท้าสัตว์
Zone 4 คนกับป่า ผู้เข้าชมจะได้เห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างคนกับป่ากลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บนดอยสุเทพ ทั้งในด้านดารดำรงชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และการละเล่นต่างๆ
Zone 6 ในหลวงกับการพัฒนาที่สูง ผู้เข้าชมจะได้ทราบถึงพระราชกรณียกิจและพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อโครงการที่สำคัญ เช่น โครงการหลวงที่ช่วยเหลือพสกนิกรโดยเฉพาะชาวไทยภูเขา
นอกจากนี้ ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพฯ ยังได้จัดกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ อาทิ การแสดงดนตรีในสวน ค่ายเยาวชน การประกวดวาดภาพระบายสี การแข่งขันมินิมาราธอน เป็นต้น อันถือเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์แก่ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และใกล้เคียง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 0 - 5394 - 1451 - 3 โทรสาร 0 - 5394 - 1454
 
:: ศูนย์ศิลปะการแสดงกาดสวนแก้ว อำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ ::
ตั้งอยู่ในอุทยานการค้ากาดสวนแก้ว สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการนำเสนอกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรม โรงละครกาดสวนแก้วเป็นโรงละครที่มีการออกแบบและใช้อุปกรณ์ทางเทคนิคที่ทันสมัย เปิดแสดงละครทั้งของไทยและต่างประเทศ สอบถามรายการการแสดงได้ที่ โทร. 0 5322 4333 ต่อ กาดศิลป์
 
:: ศาลาธนารักษ์ 1 ::
จังหวัดเชียงใหม่รวบรวมและจัดแสดงทรัพย์สินโบราณอันมีค่า ประกอบด้วยเงินตราไทย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งเป็นศูนย์รับแลก - จ่ายแลกเหรียญกษาปณ์และตรวจพิสูจน์เหรียญกษาปณ์ในภูมิภาคนั้นๆ ตลอดจนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเหรียญกษาปณ์ และธนบัตรไทย เปิดทำการวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.30 น. ที่เลขที่ 52 ถ.ราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง โทร. 0 5322 4277 - 8
 
:: หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ ::
ตั้งอยู่ที่ ถนนพระปกเกล้า ต.ศรีภูมิ (ใกล้กับวัดพระสิงห์) บริเวณที่ตั้งเคยเป็นสะดือเมือง ตั้งแต่สมัยพระยาเม็งราย เป็นที่ตั้งของเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมือง ก่อนที่พระเจ้าติโลกราชจะโปรดให้ย้ายเสาอินทขีลไปไว้ที่วัดเจดีย์หลวง ที่ดินนี้เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิโรรสสริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 6 จนถึงสมัยเจ้าดารารัศมี เมื่อมีการปฏิรูปการปกครองตามระบบเทศาภิบาล ได้ประทานให้รัฐบาล
ตัวอาคารสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2467 เคยใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลพายัพ และศาลากลางจังหวัดเขียงใหม่ หลังจากที่ย้ายไปใช้ศาลากลางหลังใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่จึงขอปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นพิฑิธภัณฑ์ในปี พ.ศ.2540 และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นในปี พ.ศ. 2542 ประเภทที่ทำการอาคารสาธารณะ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์
ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น นับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มา และที่อาคารส่วนหลังจัดแบ่งเป็นห้องแสดงนิทรรศการหมุนเวียน
วันเวลาเปิดทำการ 08.30-17.00 วันอังคาร-อาทิตย์ ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดทำการวันจันทร์ ค่าเข้าชม 20 บาท นักเรียนนักศึกษา 10 บาท รายละเอียดติดต่อโทร. 0 5321 7793, 0 5321 9833 โทรสาร 0 5321 9833 หรือ www.chiangmaicitymuseum.org
 
:: สวนสัตว์เชียงใหม่ ::
ตั้งอยู่ที่ถนนห้วยแก้ว ใกล้กับสวนรุกขชาติ เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ได้รับการจัดสภาพอย่างดี บริเวณกว้างขวาง มีบรรยากาศร่มรื่น และมีสัตว์อยู่มากกว่า 2,000 ชนิด ทั้งที่มีอยู่ในเมืองไทยและนำมาจากต่างประเทศ ภายในสวนสัตว์ยังมีอุทยานสัตว์น้ำ 700 ปี ศรีนครพิงค์ สวนนกเพนกวิน และสวนนกฟิ้นซ์ซึ่งเป็นนกขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงามจนได้รับการขนานนามว่าเป็น อัญมณีบินได้
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2546 ได้เปิดให้เข้าชมหมีแพนด้าจากประเทศจีน โดยเก็บค่าเข้าชมคนไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท นักบวชในทุกศาสนาฟรี หมายเหตุ ค่าเข้าชมนี้เก็บแยกจากบัตรผ่านประตูสวนสัตว์เชียงใหม่
เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเฝ้าชมพฤติกรรมสัตว์ยามค่ำคืน ค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 เด็ก 50 บาท รายละเอียดสอบถามที่ประชาสัมพันธ์สวนสัตว์เชียงใหม่ โทร. 0 5321 0374
ในสวนสัตว์มีร้านอาหาร สถานที่แค้มปิ้งพร้อมเต็นท์ ไว้บริการนักท่องเที่ยว ติดต่อจองล่วงหน้าที่ โทร. 0 5322 1179 โทรสาร 0 5322 2283 เข้าไปชมรายละเอียดได้ที่ www.zoothailand.org หรือ www.chiangmaizoo.com E-mail: chiangmai@zoothailand.org
 
:: สวนรุกขชาติห้วยแก้ว อำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ ::
เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้นานาชนิดไว้ศึกษา เป็นสถานที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนและยังมีสวนสุขภาพสำหรับออกกำลังกาย ตั้งอยู่ถัดจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทางขึ้นดอยสุเทพ
 
:: หมู่บ้านทำเครื่องเงิน อำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ ::
อยู่บริเวณถนนวัวลาย ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเครื่องเงิน เช่น หีบบุหรี่ ช้อนส้อม ถาดผลไม้ เชี่ยนหมาก ฯลฯ มีลวดลายประณีตบรรจง นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตเครื่องเงินอยู่บริเวณเส้นทางเชียงใหม่-สันกำแพง และถนนช้างคลาน
 
:: เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง อำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ ::
เป็นหลักเมืองเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 1839 ปัจจุบันนี้อยู่ตรงหน้าวัดเจดีย์หลวง เสาอินทขิลนี้ประดิษฐานอยู่ในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ หลักอินทขิลนี้สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน ทุกปีในเดือนพฤษภาคมจะมีงานเรียกว่า เข้าอินทขิล เป็นการฉลองหลักเมือง
 
:: โรงพยาบาลบรรเทาทุกข์โบราณภาคเหนือ ::
มูลนิธิหมอชีวกโกมารภัจจ์ ให้บริการตรวจรักษาโรคทุกชนิดตามหลักวิชาการแพทย์แผนโบราณ ใช้ยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ การอบไอยาสมุนไพร และนวดไทยบำบัด นอกจากนั้นยังมีการอบรมสอนการแพทย์แผนโบราณสาขาเภสัชกรรม สาขาเวชกรรม และการนวดไทยพื้นฐานให้ผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวันพระ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. โรงพยาบาลบรรเทาทุกข์ฯ ตั้งอยู่เลขที่ 78/1 ถ.วัวลาย ต.หายยา อ.เมือง โทร. 0 5327 5085
 
:: โรงงานนมห้วยแก้ว ::
ตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ถนนห้วยแก้ว ต.ช้างเผือก เป็นโรงงานนมสาขาของ อ.ส.ค. จะได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่ศึกษากระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ และจะจัดสร้างร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมและของที่ระลึก และจะได้จัดลานสาธิตกรรมวิธีการผลิตนมและเนยแข็งให้กับผู้สนใจอาชีพเลี้ยงโคนม
 
:: โรงงานไทยศิลาดล อำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ ::
เป็นโรงงานผลิตเครื่องเคลือบดินเผาแบบโบราณ ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร โรงงานเปิดจันทร์ - เสาร์ เวลา 8.00 - 17.00 น. โทร. 0 5321 3245, 0 5321 3541
 
:: บ้านถวาย อำเภอหางดง จ.เชียงใหม่ ::
อยู่ถัดจากเหมืองกุงไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่ - ฮอด ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 15 ถึงห้องสมุดประชาชนอำเภอหางดง จึงแยกซ้ายเข้าหมู่บ้าน มีโรงงานผลิตไม้แกะสลักเพื่อจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง มีชื่อเสียงในการทำผลิตภัณฑ์เลียนแบบของเก่า ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมการผลิตและซื้อเป็นสินค้าที่ระลึกได้

กิจกรรมยอดนิยมในเชียงใหม่

สวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี - เชียงใหม่
สวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี - เชียงใหม่
สถานที่
: เชียงใหม่
ประเภท
: ทัวร์และบัตรเข้าชม
เวลา
: 11.00 AM - 10.00 PM
วัน
: จ, อ, พ, พฤ, ศ, ส, อา

จองด่วน
ล่องแก่ง แม่แตง ขี่ช้าง ขับรถ ATV เชียงใหม่
ล่องแก่ง แม่แตง ขี่ช้าง ขับรถ ATV เชียงใหม่
สถานที่
: เชียงใหม่
ประเภท
: ทัวร์และบัตรเข้าชม
เวลา
: 08.30 AM - 06.00 PM
วัน
: จ, อ, พ, พฤ, ศ, ส, อา

จองด่วน
ขับขี่รถ ATV เชียงใหม่ ผจญภัย แอดเวนเจอร์
ขับขี่รถ ATV เชียงใหม่ ผจญภัย แอดเวนเจอร์
สถานที่
: เชียงใหม่
ประเภท
: ทัวร์และบัตรเข้าชม
เวลา
: 08.00 AM - 12.00 PM
01.00 PM - 04.30 PM
วัน
: จ, อ, พ, พฤ, ศ, ส, อา

จองด่วน