สถานที่ท่องเที่ยว
:: ตระการตา พิพิธภัณฑ์มังกรทองล้ำค่า หนึ่งเดียวในเมืองไทย ::
ตระการตา พิพิธภัณฑ์มังกรทองล้ำค่า หนึ่งเดียวในเมืองไทย

พิพิธภัณฑ์รวมเผ่าพันธุ์คนไทยเชื้อสายจีนเมืองสุพรรณบุรีนั้นความยิ่งใหญ่ไม่เหมือนใ ครคือ สร้างเป็นมังกรยักษ์โลดแล่นทะยานฟ้า คราเมื่อใกล้ค่ำ มังกรยักษ์ตัวนี้จะกลายร่างได้เป็นมังกรทองล้ำค่า ถ้าไม่ไปไม่เห็นไม่รู้ไม่เชื่อ
 
:: หอคอยบรรหาร - แจ่มใส และ สวนเฉลิมภัทรราชินี ::
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุพรรณบุรี บนถนนนางพิม ตำบลท่าพี่เลี้ยง หอคอยบรรหาร - แจ่มใส เป็นหอคอยแห่งแรกและสูงที่สุด ในประเทศไทย มีความสูงถึง 123 เมตร มีชั้นสำหรับชมวิวในระดับ สูงสุด 78.75 เมตร และระดับต่ำลงมาคือ 72.75, 66.75 และ 33.75 เมตร ตามลำดับ บนหอคอยได้มีการติดตั้งกล้องส่อง ทางไกลไว้รอบด้าน มีร้านขายของที่ระลึกและ อาหารว่าง มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรี ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วรรณคดี ศิลปวัฒนธรรม ชีวิตความ เป็นอยู่ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและเรื่องราวน่ารู้ของจังหวัดสุพรรณบุรีไว้ทั้งหมด

ส่วนภายใน สวนเฉลิมภัทรราชินี ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่สมบูรณ์แบบ ในเนื้อที่ 15 ไร่ นอกจากจะเป็นที่ตั้งของหอคอย บรรหาร - แจ่มใส แล้ว ยังมีตึกแสดงผลงานของ ฯพณฯ บรรหารสวนน้ำพร้อมสไลเดอร์ สวนลายไทย สวนนกพิราบ สวนดอกไม้ สนามเด็กเล่น บ่อน้ำพุ สนามออกกำลังกาย ฯลฯ สวนเฉลิมภัทรราชินีเปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตามเวลา ดังนี้ วันอังคาร - ศุกร์ เวลา 10.00 - 19.00 น. วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา 10.00 - 20.30 น. ค่าเข้า ชม ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 15 บาท สวนหอคอยบรรหาร - แจ่มใส เก็บค่าเข้าชมดังนี้ เวลา 10.00 - 18.00 น. ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท หลังเวลา 18.00 น.ผู้ใหญ่ 40 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (035) 522721, 524063 - 4
 
:: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย ::
ตั้งอยู่ที่ถนนพระพันวษา ในบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอาคารคอนกรีต สร้างแบบเรือนไทยประยุกต์ 2 ชั้น ชั้นล่างจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของการทำนา เครื่องมือเครื่องใช้ ในการทำนา ประเพณีและวิถีชีวิตของชาวนา ส่วนชั้นบนแสดงให้เห็นถึงพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์เชิดชูชาวนาไทยและทรงพัฒนา การทำนาและการเกษตรของชาติ

รวมถึงจัดแสดงภาพจำลองเหตุการณ์พระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้ทรงทำปุ๋ยหมัก หว่านและ เก็บเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง ณ แปลงนาสาธิต บึงไผ่แขก ตำบลดอนโพธิ์ทอง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2529 และเก็บรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่พระองค์ทรงใช้ นอกจากนี้ยังมีห้องค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราว และวัตถุ ที่จัดแสดงโดยเปิดให้เข้าชมทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น.
 
:: บ้านยะมะรัชโช ::
ตั้งอยู่เลขที่ 109 ก. ถนนหมื่นหาญ ตำบลท่าพี่เลี้ยง ตรงข้ามเทศบาลเมืองฯ ซึ่งเป็นบ้านเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) อดีต เสนาบดีสามแผ่นดิน และอดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล ลักษณะเป็น เรือนหมู่ สภาพปัจจุบันเหลือตัวเรือนเดิม เรือนนอน 2 หลัง หอกลาง 1 หลัง หอนั่งสร้างใหม่แทนของเดิม 1 หลัง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จบ้านนี้ 2 ครั้ง และได้พระราชทานชื่อบ้านหลังนี้ ต่อมาจังหวัดฯ ได้จัด ทำโครงการอนุรักษ์บ้านยะมะรัชโช โดยส่งเข้าประกวดโครงการดีเด่น ในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในเมือง และได้รับ รางวัลพร้อมโล่และใบประกาศเกียรติคุณ ปัจจุบันนี้บ้าน ยะมะรัชโชเป็นของ กองทุนมูลนิธิพระยาสุนทรสงคราม (ปุย สุวรรณศร)
 
:: ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ::
อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ห่างจากฝั่งแม่น้ำไปตามถนนมาลัยแมน เดิมศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นศาลไม้ทรงไทยมี เทวรูปพระอิศวร และพระนารายณ์ สลักด้วยหินสีเขียว 2 องค์ สวมหมวกเติ๊ก (หมวกทรงกระบอก) ปัจจุบันได้สร้างศาล เป็นรูปวิหารและเก๋งจีน ก่อปูนติดกับองค์พระอิศวร และพระนารายณ์ไว้ทั้งสองด้าน ที่ศาล แห่งนี้ทุกๆ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 จีนของทุกปี จะมีประเพณี "ทิ้งกระจาด" (หรือพิธีทิ้งทาน) ซึ่งเป็นพิธีกรรมของพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ถือเป็นการ จำเริญเมตตาแก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเอาสิ่งของต่างๆ ที่ผู้ตายใช้สอยและของที่จำเป็นอื่นๆ แจกแก่ผู้ยากจน
 
:: กำแพงเมืองเก่าและประตูเมือง ::
เมืองสุพรรณบุรีเก่าตั้งอยู่ในตำบลรั้วใหญ่ (บ้านขุนช้าง) ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ ขณะนี้ยังเหลือ แนวกำแพงดินและคูเมืองให้ เห็นชัดระหว่างทางไปวัดป่าเลไลยก์กับศาลเจ้า พ่อหลักเมือง ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองนี้ กำแพงทำแข็งแรงเป็นพิเศษ สองชั้น มีคูน้ำกั้นอยู่ชั้นนอก มีเนินดิน และกำแพงอยู่ชั้นในยาวถึง 3,500 เมตร ส่วนด้านกว้างกำแพงยาว 1,000 เมตร จดแม่น้ำ แต่ไม่พบตัวกำแพงด้าน ตะวันออก เพราะถูกรื้อเสียในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทาน พระราชดำริไว้ในพระราชหัตถเลขา เรื่องเสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่าว่า "เมืองสุพรรณบุรี มีกำแพงเป็นสองฟากเหมือนเมืองพิษณุโลกยื่นขึ้นไปจากฝั่งแม่น้ำราว 25 เส้น ดูกว้างประมาณ 6 วา นอกเชิงเทิน" ส่วน ประตูเมืองตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน บนแนวกำแพงเมืองเก่า ประตูเมืองที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ตามแบบของกรมศิลปา กร ตรงสถานที่ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของประตูเมืองเดิม
 
:: สระศักดิ์สิทธิ์ ::
อยู่ในเขตตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองฯ ริมถนนสายดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี ห่างจากตัวเมือง 13 กิโลเมตร พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จมาทอดพระเนตร สระศักดิ์สิทธิ์ที่ตำบลนี้ จึงเป็นเหตุให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็นบ้านท่า เสด็จ สระศักดิ์สิทธิ์เดิมพบเพียง 4 สระ คือ สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ (ต่อมาพบอีก 2 สระ คือ สระอมฤต 1 สระอมฤต 2) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชหัตถเลขาไว้ว่า "...แต่เหตุไฉนที่สระนี้ขลังนักไม่ ปรากฏ คงจะมีตัวครูบาที่สำคัญเป็นอันมาก น้ำในสระก็ไม่ใช้ ปลาในสระก็ไม่กิน สระมีหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด มีจระเข้ อาศัยอยู่ทั้งสี่สระ...น้ำสระคา สระยมนา ไม่สู้สะอาด มีสีแดง แต่น้ำสระเกษ สระแก้วใสสะอาด น้ำในสระทั้งหมดนี้ใช้ ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และพระราชพิธีสระน้ำมูรธาภิเษก ตามลัทธิพราหมณ์ ปัจจุบันนี้กรมศิลปากรได้ขึ้น ทะเบียนจัดตั้งสระน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นโบราณสถานไว้เรียบร้อยแล้ว
 
:: สวนนกท่าเสด็จ (หน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ) ::
ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร ตามทางสายสุพรรณบุรี - ดอนเจดีย์ (ทางหลวงหมายเลข 322) จากตัวเมืองเดินทางไปยังสี่แยกแขวงการทาง แล้วเลี้ยวซ้าย ข้ามสะพานสูงไปจนถึง สามแยก ตรงไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร สวนนกแห่งนีตั้งอยู่ในที่ดินของนางสาวนก พันธุ์เผือก และนายจอม - นางถนอม มาลัย ซึ่งมีนกอาศัยทำรังอยู่เป็นจำนวนนับหมื่นตัว เช่น นกปางห่าง นกยาง นกกาน้ำ นกกาบบัว นกกระสา นกแขวก และนกช้อนหอย เป็นต้น ในเวลากลางวันจะมีนกให้ชมอยู่บ้าง

ส่วนในตอนเย็นจะมีนกบินกลับรังจนดูมืดฟ้ามัวดิน นกเหล่านี้ได้มาอาศัยอยู่ในสวนนี้นับ 10 ปีแล้ว ขณะนี้กรมป่าไม้ได้จัดเจ้า หน้าที่มาประจำสวนนกแห่งนี้ และจัดตั้งเป็นหน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ ช่วงที่มีนกมาก คือ ในช่วงเดือนตุลาคม
 
:: ศูนย์ฝึกอบรมช่างสิบหมู่สุพรรณบุรี ::
ดำเนินงานโดยกรมศิลปากร ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวิทยาลัยพลศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี ติดกับสนามกีฬาจังหวัด ถนนมาลัยแมน มีนโยบายในการฝึกอบรมงานช่างสิบหมู่ ในสาขาวิชาดังนี้ หมู่ช่างเขียน หมู่ช่างรัก หมู่ช่างแกะ หมู่ช่างสลัก หมู่ช่างปั้น หมู่ช่างหล่อ หมู่ช่างหุ่น หมู่ช่างบุ หมู่ช่างปูน และหมู่ช่างกลึง
 
:: ศูนย์หัตถกรรมภาคตะวันตก ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนกำยาน ริมถนนมาลัยแมน ห่างจากตัวเมืองไปทางอำเภออู่ทอง ประมาณ 8 กิโลเมตร ศูนย์นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อ ส่งเสริมและสนับสนุนด้าน อุตสาหกรรมในครอบครัว และหัตถกรรมในเขตพื้นที่ 14 จังหวัดภาคตะวันตก มีอาคารแสดง นิทรรศการ ผลงานผลิตภัณฑ์หัตถกรรมดีเด่น สวยงามประเภทต่างๆ รวมทั้งจัดจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปในราคา ย่อมเยา
 
:: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง ::
อยู่ถนนมาลัยแมน ติดกับที่ว่าการอำเภอ เป็นสถานที่รวบรวม ศิลปะวัตถุในสมัยต่างๆ ที่ขุดค้นพบแสดงถึงวิวัฒนาการของ มนุษย์ยุคสมัยต่างๆ ที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนแถบสุพรรณบุรี เครื่องมือเครื่องใช้สมัยหินใหม่ถึงสมัยสัมฤทธิ์ พระพุทธรูป สมัยทวารวดี ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมวัฒนธรรมลาวโซ่งซึ่งเดิมเป็นชนกลุ่มน้อย ปัจจุบันได้ผสมกลมกลืนไปกับชาวพื้นเมืองแล้ว แต่ก็ยัง พอมีให้เห็นอยู่บ้าง ลักษณะที่สำคัญได้แก่ ประเพณี ความเชื่อ การทำมาหากิน การแต่งกาย โดยภายในพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติอู่ทอง ได้จัดสร้างบ้านลาวโซ่งขึ้น ภายในบ้านมีเครื่องมือ เครื่องใช้ประจำวันอยู่ครบควัน

พิพิธภัณฑ์เปิดบริการให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ - วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 5 บาท ชาวต่างประเทศ 10 บาท
 
:: รอยพระพุทธบาทวัดเขาดีสลัก ::
ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 5 ตำบลดอนคา เป็นรอยพระพุทธบาทจำลองสร้างด้วยหินสีเขียว มีลักษณะแตกต่างจากรอยพระพุทธบาทที่ พบตามที่อื่นๆ คือเป็นรอยพระพุทธบาทนูน ขนาดกว้างประมาณ 65.5 เซนติเมตร ยาว 141.5 เซนติเมตร นักโบราณคดีให้ ความเห็นว่าเป็นศิลปะสมัยทวารวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14 - 16 นอกจากนี้ยังพบโพรงหิน ภายในมีพระพุทธรูป และโบราณวัตถุต่างๆ อีกหลายชนิด
 
:: หนองอ้อนกกะโท ::
อยู่ที่ตำบลศรีสำราญ ห่างจากจังหวัดประมาณ 35 กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ในที่ดินสาธารณะ มีเนื้อที่ 200 ไร่ มีเกาะเป็นรูปแผนที่ประเทศไทยกลางหนองน้ำ บริเวณบนเกาะ มีศาลาเอนกประสงค์ใช้เป็นสถานที่ประชุม และเป็นสถานที่ พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในวันหยุดและตอนเย็นของทุกวัน
 
:: บึงหนองจอก ::
อยู่ที่ตำบลวังหว้า ห่างจากจังหวัดประมาณ 27 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 78 ไร่ นอกจากเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของ ประชาชนแล้ว ยังเป็นแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกรรม และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาด้วย
 
:: พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ::
อยู่ที่ตำบลดอนเจดีย์ อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 31 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 322 ประกอบด้วย พระบรมราชานุ สาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธารออกศึก และ องค์เจดีย์พุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรง สร้างเจดีย์นั้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมี ต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่า เมื่อ ปี พ.ศ. 2134 และใน ปี พ.ศ. 2495 กองทัพบกได้บูรณะปฏิสังขรณงค์เจดีย์นั้นใหม่ โดยสร้างเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงกลมใหญ่สูง 66 เมตร ฐานกว้างด้านละ 36 เมตร ครอบเจดีย์องค์เดิม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ได้เสด็จทรงประกอบพิธีบวงสรวง และเปิด พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2502 ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 25 มกราคม ของทุกปี เป็นวันถวายราชสักการะพระบรมราชา นุสรณ์ดอนเจดีย์ และถือเป็นวันกองทัพไทยด้วย พร้อมกันนั้นทางจังหวัดได้จัดให้มีงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์เฉลิมฉลองด้วย
 
:: หนองสาหร่าย ::
อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นหนองน้ำธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ สงครามยุทธหัตถีของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า สมเด็จพระนเรศวรทรงเลือกบริเวณ หนองสาหร่าย เป็นที่ตั้งทัพ เพื่ออาศัยเป็นแหล่งน้ำประกอบกับเป็นชัยภูมิที่ตั้งสูงห่างข้าศึก ปัจจุบันสภาพหนองได้ตื้นเขิน และมีเนื้อที่เหลือที่เป็นหนองน้ำ 25 ไร่ มีศาลากลางหนองน้ำ บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ร่มรื่น และมีรั้วล้อมรอบตลอด เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
 
:: บึงระหาร ::
อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 38 กิโลเมตร เป็นบึงขนาดใหญ่มีเนื้อที่ 252 ไร่ มีถนนวนรอบบึง มีร้านอาหารและศาลา สำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน
 
:: บึงฉวาก (บึงบัวแดง) ::
อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 64 กิโลเมตร เขตติดต่อกับ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เป็นบึงขนาดใหญ่มาก มีเนื้อที่ ประมาณ 2,700 กว่าไร่ อยู่ในเขต อำเภอเดิมบางนางบวช 1,700 ไร่ ในบริเวณบึงเต็มไปด้วยบัวแดง ช่วงตอนเช้าจะ บานสวยงาม และมีนกเป็ดน้ำอาศัยอยู่จำนวนมาก มีศาลาสำหรับเป็นที่พักผ่อน หย่อนใจของประชาชน
 
:: เขื่อนกระเสียว ::
อยู่ที่ตำบลด่านช้าง เป็นเขื่อนกักเก็บน้ำสร้างกั้นลำห้วยกระเสียว เป็นเขื่อนดินขาว 4,250 เมตร สูง 32.5 เมตร พื้นที่กักเก็บ น้ำที่ระดับน้ำสูงสุด 28,750 ไร่ ปริมาณน้ำที่สามารถกักเก็บน้ำได้ สูงสุด 240 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นเขื่อนดินที่มีความยาว มากที่สุดในประเทศ ไทย และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงาม
 
:: ถ้ำเวฬุวัน ตั้งอยู่ในบริเวณวัดวังคัน ::
ห่างจากอำเภอประมาณ 14 กิโลเมตร มีบันไดคอนกรีตขึ้นถึงบริเวณ ปากถ้ำ จำนวน 61 ขั้น สภาพภายในถ้ำมีไฟนีออนสว่าง พอให้นักท่องเที่ยวเห็นสภาพภายในถ้ำ ซึ่งมีหินงอกและหินย้อยสวยงาม และมีพระพุทธรูปจำลองปางป่าเลไลยก์ให้นักท่อง เที่ยวได้สักการะบูชา นอกจากนั้นในบริเวณวัดซึ่งมีพื้นที่ 30 ไร่ ทางอำเภอได้จัดทำเป็นสวนไผ่เทิดพระเกียรติมีพันธุ์ไผ่ ต่างๆ ปลูกไว้ประมาณ 10 ชนิด