วัด
:: วัดพระพุทธฉาย ::
ตั้งอยู่เชิงเขาปถวี (ปฐวี) ที่ตำบลหนองปลาไหล ใช้เส้นทางเข้าทางเดียว กับอุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น ประมาณกิโลเมตร ที่ 102 มีทางแยกเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร มีป้ายบอกไว้ชัดเจน วัดพระพุทธฉาย แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธฉาย หรือ รอยพระพุทธรูป อยู่บนแผ่นหิน ที่อยู่บนชะง่อนผา มีการสร้างมณฑปครอบไว้ มีบันไดจาก บริเวณวัดด้านล่างขึ้นไปยัง มณฑป และต่อไปยังหน้าผาซึ่งอยู่เหนือมณฑปขึ้นไป

นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนลายเส้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บริเวณเชิงผา ได้แก่ บริเวณพระฉาย หลังประตู พบภาพสัตว์ลาย เส้นคล้ายตัวกวาง บริเวณข้างประตูเข้าพระพุทธฉาย พบภาพมือคน และสัญลักษณ์ บริเวณจากถ้ำฤาษีไปทางพระพุทธฉาย ทางทิศตะวันตก พบภาพเขียนรูปไก่ ภาพพระพุทธรูป และภาพสัญลักษณ์และบริเวณหน้าผา จปร. พบภาพลายเส้นขนาด ใหญ่ที่มีความซับซ้อน คล้ายภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ที่เคยถูกค้นพบที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เขียนด้วยยางไม้มี อายุเก่าแก่ประมาณ 3,000 ปี โดยเขียนสัญลักษณ์ใช้สื่อความหมายให้เข้าใจ ในหมู่เดียวกัน และอาจจะเป็นสื่อทาง พิธีกรรม และความเชื่อของคนในยุคนั้น
 
:: วัดเขาแก้ววรวิหาร ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นตาล ทางฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก ในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จประพาสหัวเมือง เมื่อถึงอำเภอเสาไห้ได้โปรดฯให้สร้าง พลับพลาที่ประทับ บริเวณท่าหินลาด หน้าวัดเขาแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่สวยงาม เงียบ สงบ รวมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง

มีคำเล่าลือกันว่าในวันดีคืนดีจะเห็นดวงแก้วสุกสว่างเหนือ วิหารวัดเขาแก้วอยู่เสมอ ถือว่าเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ของสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุในองค์พระเจดีย์วัดเขาแก้ววรวิหาร
 
:: วัดสมุทรประดิษฐาราม ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลสวนดอกไม้ เป็นพระอารามหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ในพระอุโบสถสวยงามมาก และในระหว่างช่วง เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม ของทุกปีจะมีการแข่งขันเรือยาวประเพณีที่วัดแห่งนี้
 
:: วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลนห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 28 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอพระพุทธบาท เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ปูชนียสถานที่สำคัญคือ "รอยพระพุทธบาท" ที่ประทับไว้ บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขา สัจจพันธคีรี ลักษณะของรอยพระบาทคล้ายเท้าคน กว้าง 21 นิ้ว ยาว 5 ฟุต ลึก 11 นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นรอย พระบาทตามลักษณะ 108 ประการ จึงโปรดฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราว ครอบรอยพระบาทไว้

ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมกันอีกหลายสมัย ลักษณะของพระมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูป ปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสอง ปิดทองประดับกระจกรับ โดยรอบ ฝาผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจก เป็นรูปเทพพนม มีพุ่มข้าวบิณฑ์ บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรม ประดับมุกชั้นเยี่ยม ของเมืองไทย ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย ซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันได แก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาค 5 เศียร บริเวณรอบมณฑป มีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีเป็นการแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย

พระอุโบสถและพระวิหารต่างๆ ที่อยู่รายรอบล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ ในบริเวณวัดยังมี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวม ศิลปวัตถุอันมีค่ายิ่ง อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่า พัดยศของพระสมัยต่างๆ และท่อประปาสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มหาราช และที่วัดพระพุทธบาทแห่งนี้จะมีงาน เทศกาลนมัสการพระพุทธบาท ซึ่งปกติจัดให้มีปีละ 2 ครั้ง คือตั้งแต่ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และตั้งแต่ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำ