บริการจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ทัวร์ รถเช่า ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และข้อมูลการท่องเที่ยว
English Version French Version German Version Spanish Version Chinese Version Japanese Version
Hotelsthailand.com
ภูมิศาสตร์
สถานที่ท่องเที่ยว
อุทยาน
วัด
ของฝาก
ร้านอาหาร
เทศกาล
ข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลท่องเที่ยว 76 จังหวัด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคใต้
ตารางการเดินรถไฟ
ตารางสายการบิน
ตำรวจท่องเที่ยว
ตำรวจทางหลวง
ตำรวจรถไฟ
ตรวจสอบสภาพอากาศ
ท.ท.ท.
กรมป่าไม้
สายรถประจำทางกทม.
การบินไทย
แบงค์คอกแอร์เวย์
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม
วัด
:: วัดบ้านแหลม หรือ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ::
วัดบ้านแหลม หรือ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตั้งอยู่ในตัวเมือง เดิมชื่อวัดศรีจำปา เป็นวัดสำคัญที่สุดของจังหวัด ตามพงศาว ดารฉบับราชหัตถเลขา เมื่อ พ.ศ. 2307 พม่ายกทัพเข้ามาตีเมืองเพชรบุรี แต่กองทัพของกรุงศรีอยุธยา ได้ยกทัพมาช่วย รักษาเมืองไว้ได้ ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรีได้อพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ในตำบลแม่กลอง เหนือวัดศรีจำปา ขึ้นไป และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านแหลม"

ตามชื่อบ้านเดิมของตนในเมืองเพชร ได้ช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปาแล้วเรียกว่า "วัดบ้านแหลม" ชาวบ้านแหลมนี้ส่วนใหญ่ เป็นชาวประมง คราวหนึ่งได้ออกไปลากอวน ในอ่าวแม่กลอง ได้พระพุทธรูปติดอวนขึ้นมา 2 องค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธ รูปนั่ง อีกองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปยืน สำหรับพระพุทธรูป นั่งได้นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี สำหรับพระพุทธรูปยืนอุ้มบาตร สูงประมาณ 167 เซนติเมตร แต่บาตรนั้นสูญหายไปในทะเล ได้นำไปประดิษฐานไว้ที่วัด บ้านแหลม เรียกว่า "หลวงพ่อบ้านแหลม" มีความศักดิ์สิทธิ์และมีอภินิหารเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านทั่วไป

วัดบ้านแหลมซึ่งแต่เดิมเป็นวัดเล็กๆ ที่ทรุดโทรมก็กลับเจริญขึ้นเป็นวัดใหญ่ เพราะมีผู้คนมาทำบุญ และนมัสการหลวงพ่อ บ้านแหลมกันอยู่เรื่อยๆ ต่อมาวัดนี้ได้รับการยกฐานะ ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นวรวิหาร ได้รับพระราชทานนามว่า "วัดเพชรสมุทรวรวิหาร" สำหรับบาตรของหลวงพ่อบ้านแหลมนั้น สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภานุพันธ์วงศ์วรเดช ได้ถวาย บาตรไว้ให้บาตรหนึ่ง เป็นบาตรแก้วสีน้ำเงิน ซึ่งยังคงปรากฏอยู่ทุกวันนี้ภายในบริเวณวัดเพชรสมุทรยังมีพิพิธภัณฑ์สงฆ์จัด แสดง พระพุทธรูป และพระเครื่องสมัยต่างๆ โบราณวัตถุเครื่องลายคราม และธรรมมาศน์บุษบก สมัยกรุงศรีอยุธยาไว้ให้ ชมด้วย

นอกจากนั้นที่บริเวณหน้าวัดบ้านแหลม มีบริการล่องเรือไปตามแม่น้ำแม่กลอง ไปยังอุทยานฯ ร. 2 และตลาดน้ำดำเนิน สะดวก ติดต่อ บริษัทแม่กลองท่องเที่ยว (อยู่ในความดูแลของประธานหอการค้า จังหวัดสมุทรสงคราม) โทร. (034) 713053, (01) 916 - 3494
 
:: วัดศรัทธาธรรม ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางจะเกร็ง เป็นวัดที่พระอุโบสถทำจากไม้สักทอง และผนังด้านในฝังมุกทั้งหลัง สร้างโดยพระครูสมุทร วิสุทธิวงศ์ อดีตเจ้าอาวาส สร้างเมื่อ พ.ศ. 2535 ภายในเป็นภาพพุทธประวัติ ภาพรามเกียรติ์ หลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด เป็นที่สักการะของชาวสมุทรสงคราม และจังหวัดใกล้เคียง
 
:: วัดจุฬามณี ::
เป็นวัดโบราณริมฝั่งคลองอัมพวา ต่อเนื่องกับคลองผีหลอก สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชกาลพระเจ้า ปราสาททอง สันนิษฐานว่า ท้าวแก้วผลึก (น้อย) นายตลาดบางช้าง ต้นวงศ์ ราชินีกุลบางช้างเป็นผู้สร้างขึ้นบริเวณหลังวัด เดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค และคุณบุญรอด (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์และสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 2)
 
:: วัดอัมพวันเจติยาราม ::
อยู่ติดกับอุทยาน ร. 2 เป็นวัดของตระกูลราชินิกุลบางช้าง สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระรูป ศิริโสภาค มหานาคนารี พระชนนี ของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ หลังวัดนี้ก็เคยเป็นนิวาสสถานเก่า ของหลวงยกกระบัตร และคุณนาค เชื่อกันว่าบริเวณ พระปรางค์ของวัดอัมพวันฯ เดิมเป็นเรือนที่คุณนาค ใช้เป็นที่คลอดคุณฉิมบุตรชาย ซึ่งต่อมาได้เป็นพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ต่อมาวัดอัมพวันฯ ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันวัดอัมพวันเจติยารามเป็นพระอารามหลวงชั้นโท พระอุโบสถตลอดจนถาวรวัตถุ ในวัดอัมพวันฯ นี้ ส่วนใหญ่เป็นศิลปะ และสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งนับเป็นพระอุโบสถที่มีความ งดงามอยู่มาก
 
:: วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ::
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ตรงปากคลองประชาชื่นฝั่งตะวันตก สามารถเข้าถึงได้โดยข้ามเรือบริเวณวัดอัมพวันฯ หรือท่าเทียบ เรือบริเวณอุทยาน ร.2 สิ่งที่น่าสนใจในวัดได้แก่ กุฎีทอง มีประวัติเล่าว่า เศรษฐีบิดาของคุณนาค ให้สมภารวัดบางลี่ตรวจดู ดวงชะตาคุณนาค ได้รับคำทำนายว่า จะได้เป็นพระราชินี เศรษฐีบิดาคุณนาคจึงให้คำมั่นว่า ถ้าเป็นจริงจะสร้างกุฎีทอง ถวายให้วัดบางลี่ จึงได้ชื่อว่า วัดบางลี่กุฎีทอง ต่อมาวัดบางลี่ ถูกน้ำเซาะที่ดินพังลง จึงรื้อกุฎีทองมาสร้างไว้ที่วัดแห่งนี้
 
:: วัดบางกะพ้อม ::
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา มีภาพจิตรกรรม ฝาผนังนูนในวิหาร เก่า เป็นภาพเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ เรียงรายอยู่รอบผนังวิหารทั้ง 4 ด้าน และยังมี ช่องเจาะเป็นซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธ รูปโดยรอบอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองสี่รอย ซึ่งสร้างในสมัยกรุงธนบุรี เป็นรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่ กลางวิหารเดิมมีแผ่นเงินหุ้ม แต่ถูกขโมยไปเมื่อครั้งสงคราม ถึงกระนั้นที่รอย พระพุทธบาทรอยลึกที่สุดนั้นเป็นไม้ประดับ มุก มีความงดงามมาก
 
:: วัดเขายี่สาร ::
เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สิ่งที่น่าสนใจได้แก่ พระวิหารบนยอดเขามีลักษณะเป็นรูป เรือ ประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอย พระมณฑป และบานประตูไม้ นับเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นสูง นอกจากนี้ยังมีศาล ประดิษฐานหลวงพ่อปู่ศรีราชา ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ป็นที่เคารพนับถือของ ชาวบ้านทั่วไป มีงานนมัสการหลวงพ่อปู่กลาง เดือนอ้ายของทุกปี
 
:: วัดเจริญสุขารามวรวิหาร และอุทยานมัจฉา ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางนกแขวก ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 5 กิโลเมตร มีพระพุทธรูปที่ประชาชนทั่วไป เลื่อมใสศรัทธาคือ หลวงพ่อโต ประดิษฐานเป็นองค์ประธานในอุโบสถ มีลักษณะเป็นพระปฏิมากร สร้างด้วยศิลาแลง ปางมารวิชัยในสมัย สุโขทัย ขนาดหน้าพระเพลากว้าง 178 เซนติเมตร สูงจากพื้นรองประทับถึงจุฬา 208 เซนติเมตร ในธารน้ำหน้าวัดมี ฝูงปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปลาตะเพียนเงิน และปลาตะเพียนทอง การเดินทาง ใช้เส้นทางสาย สมุทรสงคราม - บางนกแขวก ผ่านอาสนวิหารแม่พระบังเกิด ข้ามสะพาน บางนำแขวกแล้วจะมีทางแยกเลี้ยวขวามือเข้าไป วัดเจริญสุขารามวรวิหาร ประมาณ 500 เมตร