สถานที่ท่องเที่ยว
:: ดอนหอยหลอด ::
เป็นสันดอนตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง ที่เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ทรายขี้เป็ด" มีอาณา บริเวณกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร มีอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ ดอนนอก อยู่บริเวณ ปากอ่าวแม่กลอง เดินทางไปได้ โดยทางเรือ และ ดอนใน อยู่ที่ชายหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง และที่ ชายหาดหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว สามารถ เดินทางไปได้โดยทางรถยนต์ บริเวณสันดอนนี้มีหอยอาศัยอยู่หลายชนิด ได้แก่ หอยลาย หอยปุก หอยปากเป็ด หอยแครง และโดยเฉพาะหอยหลอดมีมากที่สุด

หอยหลอดเป็นหอยชนิด 2 ฝา ตัวสีขาวขุ่น มีเปลือกคล้ายหลอดกาแฟฝังตัวอยู่ในเลน การจับหอยหลอด จะจับในช่วงน้ำลง โดยใช้ไม้เล็ก ๆ ขนาดก้านธูป จุ่มปูนขาว แล้วแทงลงไปในรูหอยหลอด หอยจะเมาปูนแล้วโผล่ขึ้นมาให้จับ ไม่ควรสาดปูน ขาวลงบนสันดอน เพราะจะทำให้หอยที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นตายหมด ช่วงเวลาที่มีหอยหลอดมาก คือ ประมาณเดือน มีนาคม - พฤษภาคม ของทุกปี

นอกจากนั้นบริเวณดอนหอยหลอดที่หมู่บ้านฉู่ฉี่นี้เป็นที่ตั้งศาลกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ และมีร้านอาหาร ร้านขาย สินค้าพื้นเมืองจำหน่ายอยู่หลายร้านเช่น หอยหลอดสด-แห้ง อาหารทะเลสด - แห้ง น้ำปลา กะปิคลองโคน น้ำตาลปึก น้ำตาลสด ฯลฯ

การเดินทางไปดอนหอยหลอด
1. ไปยังหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็งเลยทางแยกเข้าจังหวัดสมุทรสงคราม ไปประมาณ 3 กิโลเมตร ก่อนที่จะข้าม สะพานพุทธเลิศหล้านภาลัย เชิงสะพานมีถนนเข้าดอนหอยหลอด ระยะทาง 5 กิโลเมตร

2. ไปยังหาดหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว เริ่มต้นตรงข้ามด่านชั่งน้ำหนัก ทางหลวง ริมถนนธนบุรี - ปากท่อ ก่อนถึงทาง แยกเข้าจังหวัดสมุทรสงคราม ประมาณ 1 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางเข้า เป็นถนนลูกรัง ระยะทาง 4 กิโลเมตร รถใหญ่ไม่ สะดวกที่จะนำเข้าไป

3. ทางเรือ ไปยังดอนนอก มีเรือขนาดต่าง ๆ บริการที่ท่าริมน้ำแม่กลอง ถ้าเป็นคณะใหญ่ติดต่อสอบถามล่วงหน้าที่ โรงเลื่อย จักรซุ่นฮวดเฮง โทร. 711466 หรือติดต่อที่ห้องขายตั๋วเรือข้ามฟากริมแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม

4. เดินทางโดยรถสองแถว จากตัวตลาดในเมืองสมุทรสงคราม ไป บ้านฉู่ฉี่ มีรถออกตลอดทั้งวัน
 
:: อำเภออัมพวา ::
ด้วยเหตุที่อำเภออัมพวาเป็นสถานที่สำคัญ และเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย ในสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อยู่มาก สมัยก่อนเรียกกันว่า "แขวงบางช้าง" เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่มีความเจริญทั้งในด้านการเกษตร และการพาณิชย์ มีหลักฐานเชื่อได้ว่า ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองนั้น แขวงบางช้างมีตลาดค้าขายเรียกว่า "ตลาดบางช้าง"

นายตลาดเป็นหญิงชื่อน้อย มีบรรดาศักดิ์เป็นท้าวแก้วผลึก นายตลาดผู้นี้อยู่ใน ตระกูลเศรษฐีบางช้างซึ่งต่อมาเป็นราชนิกุล "ณ บางช้าง" เมื่อ พ.ศ. 2303 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ โปรดเกล้าฯ ให้นายทองด้วง (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) เป็นหลวงยกกระบัตร เมืองราชบุรี ซึ่งเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา ต่อมาหลวงยกกระบัตรได้แต่งงานกับคุณนาค บุตรีเศรษฐีบางช้าง และได้ย้ายบ้านไปอยู่หลังวัดจุฬามณี ต่อมาเมื่อไฟไหม้ บ้านจึงได้ย้าย ไปอยู่ที่หลังวัดอัมพวันเจติยาราม อีก 3 ปี

เมื่อ พ.ศ. 2310 พม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตก หลวงยกกระบัตรจึงตัดสินใจ อพยพครอบครัวเข้าไปอยู่ในป่าลึก ในระหว่างนี้ ท่านแก้ว (สมเด็จกรมพระศรีสุดารักษ์) พี่สาวของหลวงยกกระบัตร ได้คลอดบุตร หญิงคนหนึ่งตั้งชื่อว่า "บุญรอด" (ต่อมาได้เป็นสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 2) ครั้งเมื่อพระยาวชิรปราการได้ รวบรวมกำลังขับไล่พม่า ออกไปหมดแล้ว ได้สถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าตากสิน หลวงยกกระบัตรจึงได้อพยพครอบครัวกลับภูมิลำเนา เดิมในช่วงนี้เอง คุณนาคก็ได้คลอดบุตรคนที่ 4 เป็นชาย ชื่อฉิม (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) หลังจากนั้น หลวงยกกระบัตรก็ ได้กลับเข้ารับราชการอยู่กับพระเจ้าตากสิน ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา จนกระทั่งเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต้นราช วงศ์จักรี คุณนาค ภรรยาก็ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ คุณสั้น มารดาคุณนาค ได้รับการสถาปนาขึ้น เป็นสมเด็จพระรูปศิริ โสภาคมหานาคนารี แต่เนื่องจากสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ทรงเป็นคนพื้นบ้านบางช้างมาก่อนจึงมี พระประยูรญาติที่สนิท ประกอบอาชีพทำสวนต่าง ๆ อยู่ที่บางช้างนี้มาก เมื่อได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ จึงนับเป็นราชินิกุล บางช้าง พระประยูรญาติจึงเกี่ยวดองเป็นวงศ์บางช้างด้วย และสมเด็จพระอมรินทร์ฯ มักทรงเสด็จเยี่ยม พระประยูรญาติเสมอ จึงมีคำเรียกว่า "สวนนอก" คือ สวนบ้านนอก ที่เป็นของวงศ์ราชินิกุลบางช้าง ส่วนบางกอก ซึ่งเป็น ส่วนของเจ้านายในราชวงศ์ ก็เรียกว่า "สวนใน" มีคำกล่าวว่า "บางช้างสวนนอก บางกอกสวนใน" จนถึงสมัยรัชกาลที่ 4 จึงยกเลิกไป

 
:: อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร. 2) ::
เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ของมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นการสนอง พระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรม อันงดงามไว้เป็นมรดกแก่ชาติ บริเวณที่ก่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์นี้ พระราชสมุทรเมธี เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน เจติยารามเป็นผู้น้อมเกล้าฯ ถวาย มีทั้งหมด 11 ไร่

ซึ่งที่บริเวณนี้มีความสำคัญเพราะเป็นที่พระราชสมภพของรัชกาล ที่ 2 ภายในอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ มีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นอาคาร ทรงไทย 4 หลัง จัดแสดง ศิลปวัตถุในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ความเป็นอยู่ของชาวไทยในสมัยรัชกาลที่ 2 มีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ หอกลาง ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 2 และโบราณ วัตถุ หอนอนชาย แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทย หอนอนหญิง แสดงให้เห็นลักษณะความ เป็นอยู่ของหญิง ไทยโบราณ ชานเรือน จัดแสดงตามแบบบ้านไทยโบราณ ห้องครัว และห้องน้ำ แสดงลักษณะครัวไทย และห้องน้ำของ ชนชั้นกลาง

นอกจากนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้ง สวนพฤกษ-ชาติ เป็นสวนพันธุ์ไม้ ในวรรณคดีนานาชนิด และร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และผลไม้ การเดินทาง ไปอุทยานฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (สายธนบุรี - ปากท่อ) ถึงกิโลเมตรที่ 63 เลี้ยวขวาเข้าทาง หลวงหมายเลข 325 ประมาณ 6 กิโลเมตร (ผ่านตัวเมืองสมุทรสงคราม) มีทางแยกซ้ายไปอุทยานอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จากตัวเมืองมีรถประจำทางสายบางมูลนากผ่าน ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาลเมือง อุทยานฯ และพิพิธภัณฑ์ เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 09.00 - 18.00 น. อัตราค่าเข้าชม เด็ก 5 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท สอบถามข้อมูล เพิ่มเติม โทร. (034) 751 - 367, 751 - 666
 
:: บ้านเบญจรงค์ ::
ตั้งอยู่ริมถนนสมุทรสงคราม - บางแพ เป็นแหล่งผลิตเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ ที่มีความงดงาม แสดงถึงฝีมืออันปราณีต และศิลปไทยอันงดงาม เหมาะแก่การซื้อหาเป็นของใช้ ของแต่งบ้าน นักท่องเที่ยวสามารถ เยี่ยมชมกรรมวิธีการผลิตถ้วย ชามเบญจรงค์ดังกล่าวได้
 
:: ออร์คิดฟาร์ม ::
ตั้งอยู่ริมถนนสมุทรสงคราม - บางแพ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสวนกล้วยไม้ และสวนผีเสื้อ ที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ เที่ยวชม เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00 - 11.00 น.
 
:: ตลาดน้ำท่าคา ::
ในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ และทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 - 12.00 น. จะมีตลาดนัดที่ชาว บ้านได้พายเรือนำอาหาร ผัก และผลไม้ท้องถิ่นมาขาย มีบริการให้เช่าเรือพาย สำหรับเที่ยวหมู่บ้านและสวนผลไม้รอบ ๆ ตลาดน้ำท่าคา นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปชมสามารถ ทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม - บางแพ) จนถึงหลัก กิโลเมตรที่ 32 มีทางแยกขวาไปอีก 5 กิโลเมตร หรือเดินทาง โดยรถโดยสารประจำทางขึ้นรถได้ที่ตลาดตัวเมือง หน้าธนาคารทหารไทย สายแม่กลอง - ดำเนิน สายท่าคา - ดอนสาม
 
:: ค่ายบางกุ้ง ::
ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลบางกุ้ง เป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีชื่อปรากฏ อยู่ในพงศาวดารชาติไทย และเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญ ทางยุทธศาสตร์ที่เกิดวีรกรรมของชาวแม่กลองในระหว่างตอนปลาย สมัยกรุงศรีอยุธยาถึงกรุงธนบุรี ซึ่งทหารไทย - จีน โดยการนำของพระเจ้าตากสินมหาราชร่วมรบขับไล่กองทัพพม่าทำให้ข้าศึก แตกพ่าย และเป็นค่ายทหารไทยที่สร้างความ เกรงขามให้กองทัพพม่าเป็นอย่างยิ่ง

ค่ายบางกุ้งแห่งนี้ได้ถูกปล่อยให้รกร้างอยู่เกือบ 200 ปี จนมาถึงปี พ.ศ. 2510 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือ ขึ้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระเจ้าตากสิน มหาราช และได้สร้างศาลพระเจ้าตากสินไว้เป็นอนุสรณ์ โดยทำพิธียกศาล เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2511 ในบริเวณค่ายบางกุ้งยังเป็นที่ตั้งของวัดโบสถ์ และวัดบางกุ้งอันเก่าแก่ ภายในโบสถ์มี พระประธานเป็นพระพุทธรูป ปั้นขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อโบสถ์น้อย และมีภาพจิตรกรรม ฝาผนังสมัยปลาย กรุงศรีอยุธยาเป็นเรื่อง เกี่ยวกับพุทธประวัติ การเดินทางไปชมค่ายบางกุ้ง ใช้เส้นทางสายสมุทรสงคราม - บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร. 2) ก่อนถึงอาสนวิหารแม่พระบังเกิด เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานสมเด็จพระอัมรินทร์ แล้วเลี้ยวซ้ายอีก ครั้ง ตรงไปประมาณ 10 กิโลเมตร
 
:: อาสนวิหารแม่พระบังเกิด ::
ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบางนกแขวก เป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของ ศริสตชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารี ชาวฝรั่งเศส ใช้เวลาสร้างถึง 6 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบ โคธิคของประเทศฝรั่งเศส ภายในประดับด้วยกระจกสี มีรูปปั้นธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่าง ๆ และรูป แกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสตศาสนา อาสนวิหารแม่พระบังเกิดอยู่เลยสะพาน สมเด็จพระอัมรินทร์ไป ประมาณ 100 เมตร และยังสามารถเข้าถึงได้โดยทางเรือโดยเช่าเรือหางยาวจากที่ว่าการอำเภอสามพราน
 
:: ตลาดน้ำบางน้อย ::
สุขาภิบาลกระดังงา มีในวันขึ้น หรือแรม 3 ค่ำ 8 ค่ำ และ 13 ค่ำ ช่วงตั้งแต่เวลาประมาณเวลา 06.00 - 11.00 น. จะมีตลาดนัดที่ชาวบ้านได้พายเรือนำอาหาร ผัก และผลไม้มาขาย
 
:: การเที่ยวชมทางน้ำ ::
จากตัวเมืองสมุทรสงคราม สามารถที่จะนั่งเรือหางยาวชมทิวทัศน์ ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองสองฝั่งแม่น้ำจะเป็นสวนมะพร้าว และยังมีบ้านแบบโบราณ ซึ่งหาดูได้ยากในปัจจุบัน บริเวณ ตำบลแควอ้อม และตำบลเมืองใหม่ เขตติดต่อระหว่างอำเภอ อัมพวา และอำเภอบางคนที มีสวนลิ้นจี่ ทุกปีประมาณเดือนเมษายน - พฤษภาคม จะมีงานประกวดลิ้นจี่เป็นประจำ