บริการจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ทัวร์ รถเช่า ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และข้อมูลการท่องเที่ยว
English Version French Version German Version Spanish Version Chinese Version Japanese Version
Hotelsthailand.com
ภูมิศาสตร์
สถานที่ท่องเที่ยว
อุทยาน
วัด
ของฝาก
ร้านอาหาร
เทศกาล
ข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลท่องเที่ยว 76 จังหวัด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคใต้
ตารางการเดินรถไฟ
ตารางสายการบิน
ตำรวจท่องเที่ยว
ตำรวจทางหลวง
ตำรวจรถไฟ
ตรวจสอบสภาพอากาศ
ท.ท.ท.
กรมป่าไม้
สายรถประจำทางกทม.
การบินไทย
แบงค์คอกแอร์เวย์
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก
สถานที่ท่องเที่ยว
:: ศาลหลักเมือง ::
ศาลหลักเมืองเดิมเป็นเสาไม้ ยาวประมาณ 1 เมตรเศษ ปลายเสาแกะสลักเป็นรูปดอกบัว ตั้งอยู่บริเวณกำแพงเมืองเก่า ปัจจุบัน คือ บริเวณบ้านพักผู้ช่วยที่ดินจังหวัด และศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาล ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2453 ทางราชการเห็นว่า ศาลหลักเมืองเดิมชำรุดมาก จึงได้ย้ายหลักเมืองไปประดิษฐานที่ตึกแดงในโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดคือ โรงเรียนศรีนคร นายก ภายหลังได้ย้ายมาสร้างใหม่ ณ สถานที่ปัจจุบัน โดยสร้างเป็นศาลาจตุรมุข และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน คู่เมืองของชาว จังหวัดนครนายกจนถึงทุกวันนี้
 
:: ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน ::
ตั้งอยู่บนชะง่อนหิน ตำบลพรหมณี เลยทางเข้าโรงเรียนนายร้อย จปร. มาเล็กน้อยทางด้านขวามือ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนเคารพนับถือมาก ตามประวัติท่านเป็นนายด่านเมืองนครนายก สมัยกรุงศรีอยุธยา วีรกรรมของท่าน คือ การต่อต้านเขมรที่แปรพักตร์ เมื่อปี พ.ศ.2130 ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขณะที่ไทยติดพันศึกกับพม่า เขมรได้เข้ามารุกราน และ กวาดต้อนผู้คนแถบปราจีนบุรีเพื่อนำกลับไปเขมร โดยได้ยึดเมืองปราจีนบุรี และเมืองนครนายก ขุนด่านได้รวบรวมผู้คนชาวเมืองนครนายกถอยไปตั้งหลักที่เขาชะโงก แล้วยกกำลังเข้าขับไล่เขมร ออกจากนครนายกจน เขมรแตกพ่ายไป ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อขุนด่านยังมีเรื่องเล่าอีกว่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นนำกำลังพลไปตั้ง ที่เขาชะโงก และได้รื้อศาลเจ้าพ่อขุนด่าน เจ้าพ่อขุนด่านได้แสดงอภินิหารทำให้ทหารญี่ปุ่นล้มตายเป็นจำนวนมาก

แหล่งโบราณคดีบ้านดงละคร หรือเมืองดงละคร
ตั้งอยู่ที่ตำบลดงละคร ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศใต้ขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 9 กิโลเมตรแต่เดิมเรียก กันว่า "เมืองลับแล" เป็นสถานที่ตั้งเมืองโบราณ สมัยขอมมีอำนาจแนวกำแพงเป็นเนินดิน และคูเมืองปรากฏอยู่ ชาวบ้านเรียก กันว่า "สันคูเมือง" ลักษณะของเมืองเป็นกำแพงสูง ประมาณ 3 เมตร กว้าง 350 เมตร ยาว 550 เมตร และมีคูเมืองล้อม รอบ 4 ด้าน ภายในบริเวณมีการ ขุดค้นพบภาชนะดินเผา ลูกปัด พระพิมพ์ และซากสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเป็นหลัก ฐานแสดง ความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14-16 สำหรับตำนานเมืองลับแลนั้นเล่ากันว่า เมืองนี้เคย เป็นเมืองของราชินีขอม ซึ่งเป็นรโหฐานที่ผู้อื่นไม่สามารถเข้าออกได้ง่ายนัก ประกอบกั ลักษณะของบริเวณเมืองมีต้นไม้สูง ๆ ขึ้นอยู่ทั่วไป ใครเข้าไปแล้วอาจหลงทางหาทางออกไม่ได้ จะต้องวนเวียนอยู่ในดงนั้นเอง และในวันโกน วันพระ วันดีคืนดี จะได้ยินเสียงกระจับปี่ สีซอ ปี่พาทย์ มโหรีขับกล่อมคล้าย ๆ กับมีการเล่นละครในวัง ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "ดงละคร" ซึ่งเพี้ยนมาจาก "ดงนคร"และกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478
 
:: โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลพรหมณี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 14 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางหลวงสายพหลโยธิน และทางหลวงหมายเลข 33 เส้นหินกอง-นครนายก รวมระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร บริเวณโรงเรียนอยู่ติดกับ เขาชะโงก มีพื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่ เป็นสถานที่ให้การศึกษา แก่ผู้ที่จะรับราชการเป็นายทหารสัญญาบัตรแห่งกองทัพ ไทย และภายในโรงเรียนนายร้อย จปร. แห่งนี้มีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้หน้าบริเวณกองบัญชาการ รร.จปร. บนเขาชะโงก เพื่อความเป็นสิริมงคลในฐานะ ที่พระองค์ ทรงเป็นผู้พระราชทานกำเนิด รร.จปร.

พระบรมรูปอยู่ในฉลองพระองค์เครื่องแบบจอมทัพไทยแห่งกองทัพบกเต็มยศ ประทับเหนือ พระราชอาสน์ ศาลาวงกลม ประวัติศาลาวงกลม หรือศาลาลม จอมพลสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ทรงดำริให้จัด สร้างขึ้น เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อยใจของ นักเรียนนายร้อย และภายในศษลาวงกลมได้ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ด้วยอาคารพิพิธภัณฑ์ โรงเรียนนายร้อย จปร. 100 ปี ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับแสดงนิทรรศการ ผู้จบจากโรงเรียนนาย ร้อยที่ทำประโยชน์ให้บ้านเมือง และนิทรรศการเกี่ยวกับสงครามต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เคยใช้ทำสงครามในอดีต เครื่องแบบนายทหารของกองพลต่าง ๆ รวมทั้ง พระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งรัชกาลที่ 5 อีกด้วย โดยทางโรงเรียนจะเปิดให้เข้าชม ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. แต่จะต้องมาชมเป็นหมู่คณะ และต้องทำหนังสือแจ้ง ให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์

โดยติดต่อมาที่ ผู้บัญชาการโรงเรียน โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ถนนสุวรรณศร ตำบลพรหมณี อำเภอเมือง จังหวัด นครนายก 26000 โทร. (037) 393497 ต่อ 62380 และ 62388 นอกจากส่วนที่เป็นอาคารเรียน และกรมนักเรียนนาย ร้อยรักษาพระองค์แล้ว ยังมีส่วนที่เป็น บ้านพักรับรอง ร้านอาหารของสโมสรนายทหาร สนามกอล์ฟ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการขออนุญาตใช้บริการได้ที่ (037) 312010-4 ต่อ 2245 นอกจากนั้นยังมีการเข้าค่าย ฝึกอบรมเยาวชน และบุคคลทั่วไป โดยติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ตู้กลาง รร. จปร. โทร. 341-2691-5, (037) 393010-5 กองกิจการพลเรือน รร.จปร. (037) 393497
 
:: อนุสารณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37 ::
อยู่ที่วัดพรหมณี ตำบลสาริกา ประมาณกิโลเมตรที่ 5 ทางไปน้ำตกสาริกา - นางรอง จัดสร้างโดยสมาคม ทหารสหาย สงคราม กองพลญี่ปุ่นที่ 37 เมื่อปี พ.ศ. 2535 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงดวงวิญญาณของบรรดา ทหารซึ่งสังกัดในอดีตกองพล ญี่ปุ่นที่ 37 จำนวน 7,920 นาย ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างสงครามเอเชีย บูรพา เมื่อปี พ.ศ. 2482 - 2488 โดยทำการนำอัฐิ ที่ฝั่งอยู่ในบริเวณวัดมาบรรจุในแท่นที่จัดสร้างขึ้น

นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีสวนสัตว์จำลอง โดยมีปูนปั้นสัตว์ป่ามากมาย อาทิ ช้าง โค กระบือ เก้ง กวาง และยังมีพระ พุทธรูปเก่าแก่ ซึ่งเล่ากันว่าชาวลาวอพยพได้อัญเชิญมาเมื่อสมัยเวียงจันทน์แตก ปัจจุบันได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้
 
:: พระพุทธบาท 4 รอย ::
ประดิษฐาน ณ มณฑปวัดทองย้อย เป็นโบราณสถานอันเก่าแก่ มีคุณค่าทางศิลปะซึ่งแสดงถึงความ ประณีตงดงามในการ ประดิษฐ์ การหล่อ ของฝีมือช่างไทยสมัยโบราณ โดยทางวัดจะจัดให้มีงาน นมัสการทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี
 
:: ธุดงคสถานถาวรนิมิติ ::
ตั้งอยู่ที่บ้านบุ่งเข้ ตำบลหนองแสง บริเวณธุดงคสถานถาวรนิมิตมีเนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ อยู่ติดกับเทือกเขาใหญ่เป็นที่ราบ ล้อมรอบด้วยภูเขาขนาดเล็ก ภายในบริเวณประกอบด้วยไม้ยืนต้น มีสถานปฏิบัติธรรม

ศาลเจ้าพ่อองครักษ์ ตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำนครนายก ในเขตตำบลสันทรายมูล มีเรื่องเล่าว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิง ถวัลย์ราชสมบัติ ได้เสด็จประพาสจังหวัดปราจีนบุรีโดยเสด็จผ่านมาตามลำแม่น้ำ นครนายก และได้มาประทับแรมบริเวณ ที่ตั้งศาลเจ้าพ่อองครักษ์ในปัจจุบัน ในระหว่างประทับแรมอยู่นั้นนายทหารราชองครักษ์ได้ป่วย และเสียชีวิตลง เพื่อเป็นที่ ระลึกแก่ราชองครักษ์ ทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างศาลขึ้นเป็นอนุสรณ์ ศาลแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า "ศาลเจ้าพ่อองครักษ์" และใช้เป็นชื่อ ของอำเภอองครักษ์ในปัจจุบันด้วย บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อองครักษ์นี้เป็นวังน้ำวน น้ำไหลเชี่ยวมาก สำหรับ ทางราชการถือว่าน้ำตรงวังน้ำเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ จึงได้นำไปทำพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก เมื่อคราว ประกอบพระราชพิธีบรมราชา ภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันด้วย

ศูนย์ไม้ดอก ไม้ประดับ ตั้งอยู่ที่คลอง 15 เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์พืช ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับต่าง ๆ ซึ่งนับว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับจากที่นี่จะจัดส่งไปยังแหล่งจำหน่ายต่าง ๆ ทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวสามารถแวะชม และเลือกหาซื้อได้ในราคา ขายส่ง
 
:: ท่องไพรเขาใหญ่-นครนายก ::
จัดในช่วงเดือนธันวาคม-มิถุนายน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้มีการศึกษาธรรมชาติ และระบบนิเวศน์วิทยา สร้าง ความรู้ความเข้าใจอันดีงาม และช่วยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความรู้ ความ เข้าใจด้านการท่องเที่ยว เสริมสร้างอาชีพ และเพิ่มพูนรายได้แก่ประชาชนในท้องถิ่น

สำหรับเส้นทางในการเดินป่าท่องไพร มีด้วยกัน 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1

เริ่มต้นที่น้ำตกนางรอง ผ่านน้ำตกนางรอง - น้ำตกตาดตาโม่ง - น้ำตกตาดตาคง - น้ำตกตาดตาภ ู่- น้ำตกมะนาว ไปจนถึง อุทยานฯ ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 วัน 2 คืน เส้นทางที่ 2

เริ่มต้นที่น้ำตกนางรอง ไปตามลำคลองวังตะไคร้จนถึงน้ำตกแม่ปล้อง รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 วัน เส้นทางที่ 3

เริ่มต้นที่น้ำตกนางรอง เดินลัดเลาะตามลำคลองไปถึงน้ำตกเขาช่องลม ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 วัน การเดินป่าท่องไพร ทางจังหวัดได้จัดคนนำทาง และลูกหาบให้ สำหรับผู้ที่ไม่มีอุปกรณ์ในการพักแรม เช่น เต้นท์ ถุงนอน และยังได้จัดเตรียมอุปกรณ์ไว้สำหรับ บริการนักท่องเที่ยว ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (037) 311273
 
:: ล่องแก่งในลำน้ำนครนายกด้วยเรือแคนู ::
ช่วงที่เหมาะกับการล่องแก่งจะเริ่มประมาณเดือนมิถุนายน - ตุลาคม โดยเริ่มต้นจากบริเวณ เชิงสะพานวังตะไคร้ คลองนางรอง บริเวณบ้านป่าหมากเรื่อยมาตามลำน้ำนครนายก ผ่านเกาะ แก่งต่าง ๆ มีจุดนำเรือขึ้นฝั่ง และออกมา ยังถนนใหญ่ได้หลายจุด เช่น ที่บ้านดง แก่งสามชั้น วังกุตภา และวังยาว ระยะทางในการล่องแก่งแต่ละช่วงประมาณ 2-5 กิโลเมตร

การล่องแก่งเป็นการท่องเที่ยวผสมผสานไปกับการกีฬาทางน้ำที่สนุก ตื่นเต้นท้าทาย เป็นการพักผ่อน และการออกกำลังกาย ซึ่งได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติโดยการพายเรือแคนู (เรือที่มีหัวท้ายเพรียว น้ำหนักเบา เหมาะกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยว)

ทางชมรมเรือแคนูสาริกา ได้นำเรือแคนูมาบริการ นักท่องเที่ยวพร้อมอุปกรณ์ เช่น เสื้อชูชีพ หมวกกันน็อก และผู้ฝั้กสอนที่ ศูนย์แคนูสาริการ เชิงสะพานวังตะไคร้

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลาง เขต 8 โทร. 312282, 312284 ชมรมเรือแคนูสาริการ เชิงสะพานวังตะไคร้ โทร. (01) 451-8830, (037) 393245 และที่ บริษัท ซีสปอร์ต โทร. 316-9150, 316-9382
 
:: จักรยานเสือภูเขา ::
เป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ทั้งปี และมีเส้นทางไว้ 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 เส้นทางวังตะไคร้ - วังยาว ระยะทาง ประมาณ 22 กิโลเมตร เริ่มต้นที่บริเวณเชิงสะพานวังตะไคร้ มองเห็นวิวทิวทัศน์ และผ่านที่ตั้งแค้มป์ เส้นทางที่ 2 เส้นทาง เขาชะโงก-เขาทุเรียน ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร


เริ่มต้นที่จักรดาวรีสอร์ และมองเห็นวิวทิวทัศน์ของ รร.จปร. เทือกเขา และอ่างเก็บน้ำ เส้นทางที่ 3 เส้นทางวัดพราหมณี - เขามดดำ ระยะทาง 31 กิโลเมตร เริ่มต้นที่บริเวณวัดพราหมณี มองเห็นวิว ทิวทัศน์ของเทือกเขา และสวนนก

เส้นทางจักรยานเสือภูเขานี้สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคกลาง เขต 8 โทร. (037) 312282, 312284
 
:: น้ำตกสาริกา ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ น้ำตกสาริกาเป็นน้ำตกที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอด ๆ สูงถึง 9 ชั้น ผาที่สูงที่สุดสูงประมาณ 200 เมตร แต่ละชั้นมีอ่างรับน้ำ มีน้ำมากในฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งน้ำจะแห้ง บริเวณด้านล่างของน้ำตก มีบริการร้านอาหาร และร้าน จำหน่ายของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง เช่น ไม้กวาด ดอกไม้ที่ทำจากไม้โสนป่า ฯลฯ การเดินทาง ไปน้ำตกสาริกาสะดวกมาก โดยทางหลวงหมายเลข 3049 เป็นระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวง 3050 อีกประมาณ 3 กิโลเมตร และมีรถโดยสารประจำทางสายนครนายก-น้ำตกสาริกา วิ่งวันละหลายเที่ยว ในบริเวณ ใกล้เคียงกันมี "ถ้ำสาริกา" ซึ่งเป็น สถานที่ที่อาจารย์มั่น ภูริฑตฺโต เคยมาบำเพ็ญศาสนธรรม ระหว่าง พ.ศ. 2460-2463 สภาพบริเวณเป็นเนินเขาภายใน บริเวณประกอบด้วยกุฏิของสงฆ์ และชี เรือนบูชาหลวงปู่มั่นพร้อมด้วยโบสถ์ซึ่งอยู่ตอนสุดทางเดินเท้าขึ้นเขา
 
:: น้ำตกลานรัก ::
หรือน้ำตกตาดหินกอง ตั้งอยู่ในตำบลพรหมณี ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกสาริกา และ น้ำตกนางรอง โดยแยกซ้ายที่ สี่แยกประชาเกษม ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 8 และเดินทางต่อด้วยถนนลูกรังอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณตัว น้ำตก ซึ่งเกิดจากสายธารเล็ก ๆ ไหลผ่านลานหิน ในช่วงสุดท้ายไหลพุ่งเป็นทางยาว ผ่านลานหินที่กว้างเลียบตรงเชิงเขาเตี้ย ๆ อย่างสวยงาม และแปลกไปจากน้ำตกแห่งอื่น ๆ มีน้ำเฉพาะใน
 
:: น้ำตกนางรอง ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปประมาณ 20 กิโลเมตร น้ำตกนางรองอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ไม่สูงนัก มีความสวยงามและเป็นธรรมชาติ การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 จากตัวเมืองมีรถโดยสารประจำทางสายนครนายก - นางรอง วิ่งทุกวัน วันละหลายเที่ยว

การเข้าชมน้ำตกนางรอง นักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าบำรุงสถานที่ดังนี้ รถยนต์โดยสาร (รวมบุคคล) 100 บาท รถยนต์เล็ก (รวมบุคคล) 30 บาท รถตู้ 50 บาท รถจักรยานยนต์ 10 บาท บุคคล คนละ 3 บาท
 
:: น้ำตกกะอาง ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีกะอาง จากตัวเมืองไปตามถนนสุวรรณศรถึงอำเภอบ้านนา เยื้องกับสถานีตำรวจ ภูธรอำเภอบ้านนา มีถนนแยกไปน้ำตกกะอางระยะทาง 11 กิโลเมตร ลักษณะเป็นลานหินกว้าง มีน้ำตกไหลผ่านตามช่องหิน

นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงมีพระพุทธรูปปางสมาธิก่อด้วยอิฐประดิษฐานอยู่บนเนินเขา และมีสถานี เพาะชำกล้าไม้ ของกรมป่าไม้ตั้งอยู่ด้วย
 
:: น้ำตกวังม่วง ::
ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหินลาด มีทางแยกซ้ายมือจากถนนสุวรรณศรที่อำเภอปากพลี ไปยังน้ำตกวังม่วง ระยะทาง 16 กิโลเมตร การเดินทาง สะดวกไปจนถึงบริเวณน้ำตก เป็นน้ำตกที่ไหลผ่าน แนวหิน เป็นระยะ ๆ แล้วไหลลงมายังอ่างรับน้ำสุดท้าย มีความสวยงามของธรรมชาต