บริการจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ทัวร์ รถเช่า ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และข้อมูลการท่องเที่ยว
English Version French Version German Version Spanish Version Chinese Version Japanese Version
hotels thailand
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี
ข้อมูลที่ควรทราบ

วัด
:: วัดมณีชลขัณฑ์ ::
สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งอยู่ทาง ทิศตะวันตกของตลาดท่าโพธิ์ มีโบราณสถานที่น่าสนใจคือ พระเจดีย์รูปทรงแปลก คือก่อเป็นเหลี่ยมสูงชะลูดขึ้นไป เหลี่ยมคล้ายกับเจดีย์เหลี่ยมสมัยเชียงแสน (ล้านนา) แต่ตรงมุมมี การย่อมุมไม้สิบสอง ทำเป็นสามชั้นมีซุ้มประตู ยอดแหลมอยู่ด้านข้างทั้งสี่ด้านทุกชั้น
 
:: วัดนครโกษา ::
อยู่ทางตอนเหนือของสถานีรถไฟลพบุรีด้านทิศ ตะวันออกใกล้กับศาลพระกาฬ มีซากโบราณสถาน คือ เจดีย์องค์ใหญ่สมัย ทวาราวดี พระปรางค์สมัยลพบุรี ในราวพุทธศตวรรษที่ 17 อยู่ด้านหน้าแต่พระพุทธรูปปูนปั้นแบบอู่ทองบนปรางค์นั้น สร้างขึ้นภายหลัง และยังพบเทวรูปขนาดใหญ่มีร่องรอยการดัดแปลงเป็นพระพุทธรูป 2 องค์

ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ เทวสถานแห่งนี้ภายหลังสร้างเป็นวัดขึ้นในสมัยอยุธยา ดังจะเห็นได้จากซากวิหารซึ่ง เหลือแต่ผนัง และเสาอยู่ทางด้านหน้าและมีเป็นเจดีย์สูงก่อด้วยอิฐอยู่เบื้องหลัง คำว่า "วัดนครโกษา" มีผู้สันนิษฐานว่า เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ เป็นผู้บูรณะจึงเรียกว่า "วัดนครโกษาปาน" ตามราชทินนามนั่นเอง
 
:: วัดสันเปาโล ::
ตั้งอยู่บนถนนร่วมมิตร ทางเข้าวิทยาลัยนาฏศิลป์ลพบุรี เป็นวัดของพวกบาทหลวงเยซูอิต สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระ นารายณ์ฯ ปัจจุบันคงเหลือเพียงผนังด้านหนึ่งและ หอดูดาว บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น คำว่า "สันเปาโล" คงเพี้ยน มาจากคำว่าเซ็นตปอลหรือเซ็นทเปาโล ชาวบ้านมักเรียกกันว่า "ตึกสันเปาหล่อ"
 
:: วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ::
เป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของลพบุรี ตั้งอยู่หลังสถานีรถไฟลพบุรี อยู่ถัดไปทางทิศตะวันออกของพระปรางค์ สามยอด วัดนี้มีมาตั้งแต่สมัยขอมมี อำนาจปกครองลพบุรีอยู่ แต่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์สืบต่อมาหลายยุคหลายสมัย ทำให้ศิลปกรรมที่ปรากฏ เหลืออยู่จึงแตกต่างกันมาก

เมื่อเข้าไปในบริเวณวัด จะพบศาลาเปลื้องเครื่อง เป็นอันดับแรก ศาลากลางเปลื้องเครื่องนี้ใช้เป็นที่สำหรับพระเจ้าแผ่นดิน เปลื้องเครื่องทรงก่อนที่จะเข้าพิธี ทางศาสนา ในพระวิหารหรือพระอุโบสถ ศาสนาเปลื้องเครื่องตั้งอยู่หน้าวิหาร คงเหลือ เพียงเสาเอนเอียงอยู่เท่านั้น ส่วนอื่นปรักหักพังไปหมดแล้ว

ถัดจากศาลาเปลื้องเรื่องเป็นวิหารหลวง ซึ่งสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ เป็นวิหารขนาดใหญ่มาก ประตูทำเป็นเหลี่ยม แบบไทย หน้าต่างเจาะช่องแบบโกธิคของฝรั่งเศส ภายในสร้างฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปทางทิศใต้ของวิหารหลวง เป็นพระอุโบสถขนาดย่อม ประตูหน้าต่างเป็นแบบฝรั่งเศสทั้งหมด ห่างไปทางทิศตะวันตก ของวิหารหลวงเป็นพระปรางค์ องค์ใหญ่ที่สูงที่สุดในลพบุรีสร้างเป็นพุทธเจดีย์ องค์ปรางค์ก่อด้วยศิลาแลงโบกปูนมีเครื่องประดับลวดลายเป็นพระพุทธรูป และพุทธประวัติ เดิมคงจะสร้างในสมัยขอมเรืองอำนาจ แต่ได้รับการซ่อมแซมในสมัยสมเด็จพระราเมศวร สมเด็จพระมหา จักรพรรดิ และสมเด็จพระนารายณ์ฯ ลวดลายจึงมีปะปนกันหลายสมัย ปรางค์องค์นี้เดิมบรรจุพระพุทธรูปไว้เป็นจำนวนมาก ที่ขึ้นชื่อคือ พระเครื่องสมัยลพบุรี เช่น พระหูยาน พระร่วง ซึ่งมีการขุดพบเป็นจำนวนมาก
 
:: วัดเสาธงทอง ::
ตั้งอยู่บนถนนฝรั่งเศสซึ่งตัดเชื่อมระหว่างพระราชวังนารายณ์ฯ กับบ้านหลวงรับราชทูต เป็นวัดเก่าแก่เดิมแยกเป็น 2 วัด คือ วัดรวก และวัดเสาธงทอง พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เตชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยา ได้รายงานกราบทูล เสนอความเห็นต่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณาโรรส

เมื่อคราวเสด็จตรวจการคณะสงฆ์ในมณฑลอยุธยาว่า วัดรวกมีโบสถ์ วัดเสาธงมีวิหาร สมควรจะรวมเป็นวัดเดียวกัน ทรงดำริเห็นชอบให้รวมกัน และให้เรียกชื่อว่า วัดเสาธงทอง วัดนี้มีโบราณสถานที่ควรชม คือ พระวิหารซึ่งแต่เดิม คงสร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานของศาสนาอื่น เพราะจากแผนที่ของ ช่างชาวฝรั่งเศสทำไว้ ระบุว่าพื้นที่บริเวณนั้นเป็น ที่พำนักของชาวเปอร์เซีย พระวิหารหลังนี้อาจเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนา อิสลามของชาวเปอร์เซียก็เป็นได้ นอกจากนั้น ก็มีตึกปิจู ตึกคชสาร หรือตึกโคระส่าน เป็นตึกเก่าสันนิษฐานว่าใช้เป็นที่พำนัก ของแขกเมืองและราชทูตต่างประเทศชาว เปอร์เซีย
 
:: วัดยาง ณ รังสี และพิพิธภัณฑ์เรือพื้นบ้าน ::
ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลตะลุง อำเภอเมืองลพบุรี ริมฝั่งแม่น้ำ ลพบุรีด้านตะวันตก ด้านหน้าติดทางหลวงสายลพบุรี - บางปะหัน อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร เดิมเรียกว่า วัดพญายาง เนื่องจากภายในบริเวณวัดมีต้นยางยักษ์ใหญ่ ตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ท่ามกลางดงต้นยาง สันนิษฐานกันว่าเดิมเป็นวัดโบราณอยุ่กลางป่า น่าจะมีอายุตั้งแต่สมัยละโว้ เพราะมีประติมากรรมหินทรายประดิษฐาน อยู่ภายในพระอุโบสถของวัด คือ พระพุทธรูปปางนาคปรก 2 องค์ พระพุทธรูป ปางมารวิชัย 1 องค์ และพระพุทธรูปปางสมาธิ 1 องค์ เป็นเนื้อหินทราย และหินหนุมาน (หินสีเขียว) รูปทรงเป็นแบบสมัย ของเรืองอำนาจ

ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ และเปลี่ยนชื่อใหม่ถึง 2 ครั้ง เดิมเป็นวัดยางศรีสุธรรมาราม แล้วเปลี่ยนเป็นวัดยาง ณ รังสี จนถึงปัจจุบัน
 
:: วัดตองปุ ::
หลังโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ตำบลทะเลชุบศร เป็นวัดเก่าแก่ ที่มีความสำคัญวัดหนึ่ง ในอดีตเคยเป็นที่ชุมนุมกองทัพไทย ในวัดตองปุนี้มีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจ หลายอย่าง เช่น พระอุโบสถ วิหาร หอไตร คลัง และหอระฆัง ล้วนเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ภายในพระวิหารมีจิตรกรรมฝาผนังเขียนรอบทั้งสี่ด้านล้วนเป็นภาพที่ หาดูได้ยาก นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ลักษณะคล้าย กับเจดีย์หลวงพ่อแสง วัดมณีชลขัณฑ์แต่มีขนาดเล็กกว่า และสัดส่วนงดงาม
 
:: วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร (วัดเขาพระงาม) ::
ตั้งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดลพบุรีไปทางทิศเหนือ ตามถนนพหลโยธินไปประมาณ 12 กิโลเมตร อยู่ในเขตตำบลเขา พระงาม วัดเขาพระงามนี้เดิมเป็นวัดร้าง สร้างมา แต่เมื่อใดไม่มีปรากฏ ต่อมาในปี พ.ศ.2455 พระอุมาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ กับพระสงฆ์อีกรูปได้ธุดงค์มาพักที่วัดนี้ เห็นว่ามีภูมิประเทศดีจึงได้ สร้างพระพุทธรูปที่ไหงเขานี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีหน้าตักกว้าง 11 วา สูงจากหน้าตักถึงยอดพระเศียร 18 วา เส้นพระศก ทำด้วยไหกระเทียม เมื่อสร้างเสร็จได้ถวายพระนานว่า พระพุทธนฤมิตรมัธยมพุทธกาล

ครั้นภายหลังซ่อมเมื่อปี พ.ศ.2469 จึงเปลี่ยนนามใหม่ว่าพระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาลมา จนทุกวันนี้บริเวณวัดมีกิจกรรม ที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วไปคือ การขายพลอยสีต่าง ๆ ที่เจียรไนจากหินควอท์ซึ่งขุดได้จากบริเวณเขาพระงาม เรียกว่า "เพชรพระงาม" ราคาพอสมควรที่นักท่องเที่ยวทุกระดับ จะซื้อเป็นของที่ระลึกได้ ปัจจุบันมีแผงขายเพชรพระงามตั้งอยู่ บริเวณลานหน้าวัด
 
:: วัดเวฬุวัน (วัดเขาจีนแล) ::
อยู่ในหุบเขาจีนแล ตำบลนิคมสร้างตนเอง อยู่ห่างจาก ศาลากลางจังหวัดลพบุรีประมาณ 18 กม. เดิมบริเวณที่ตั้งวัดนี้เป็น ป่าทึบเต็มไปด้วยต้นไผ่ พระครูอุบาลี ธรรมมาจารย์ (หลวงพ่อลี) ได้ธุดงค์มาถึงที่นี่เห็นภูมิประเทศเหมาะสมจึงได้ตั้งสำนัก สงฆ์ขึ้น วัดเขาจีนแลเป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ สถานที่ร่มรื่น มีภูเขาล้อมรอบสี่ด้าน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ 2 องค์ คือ พระพุทธรูปใหญ่ที่หลวงพ่อลีสร้าง และพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันทรงสร้าง ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา มีโบสถ์รูปทรงแปลก จั่วเป็นซุ้มกุทุแบบอินเดียรวมถึงหอสมุดและสำนักชี
 
:: วัดสุวรรณคีรีปิฎก (วัดเขาตะกร้า) ::
ตั้งอยู่เลยอ่างซับเหล็กเข้าไปมีถนนโรยกรวดเข้าไปถึงวัดใกล้กับวัดเวฬุวัน ตำบลนิคมสร้างตนเอง สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2501 โดยหลวงพ่อบุญเหลือ ปภาโส เป็นวัดที่สร้างกุฏิ และวิหารเกาะกับภูเขา มีเจดีย์สร้างใหม่องค์หนึ่งลักษณะงดงามดี

วัดนี้ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมไปสักการะศพหลวงพ่อบุญเหลือ ซึ่งมรณภาพไปตั้งแต่ พ.ศ. 2517 เก็บไว้ในหีบแก้วแต่ไม่เน่า เปื่อยเพียงแต่แห้งไป
 
:: วัดเขาวงกต ::
ตั้งอยู่ที่เชิงเขาสนามแจง ตำบลสนามแจง ห่างจากตัวอำเภอบ้านหมี่ ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นวัดที่อยู่ในวงล้อมของภูเขา สามด้าน บริเวณกว้างขวาง ถึง 30 ไร่ บนไหล่เขาด้านทิศตะวันตกมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ ถัดลงมามี ศาลาเก็บศพ หลวงพ่อเจริญ ดิสสวัณโณ อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งมรณภาพไปแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2506 แต่ศพไม่เน่าเปื่อย หน้าวัดมี เจดีย์สร้างอยู่บนเรือสำเภา อนุสรณ์ของหลวงพ่อเภาผู้สร้างวัดนี้

สิ่งที่น่าสนใจมากคือ ถ้ำค้างคาว ซึ่งอยู่บนไหล่เขาเหนือพระอุโบสถ นับว่าเป็นถ้ำค้างคาวที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลพบุรี ภายในถ้ำมีค้างคาวนับล้านๆ ตัว รายได้จากค่ามูลค้างคาวที่เข้าวัดแต่ละปี เป็นเงินหลายหมื่นบาท ทุกวันตั้งแต่เวลาประมาณ 18.30 น. ค้างคาวจะพากันบินออกจากปากถ้ำไปหากินยาวเป็นสายคล้าย ควันไฟ การบินออกหากินนี้จะติดต่อกันไปไม่หยุด จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 22.00 น. และจะเริ่มกลับเข้าถ้ำตั้งแต่เวลา ประมาณ 03.00 น. จนถึงประมาณ 06.00 น. จึงจะหมด
 
:: วัดธรรมิการาม หรือวัดค้างคาว ::
ตั้งอยู่ริมลำน้ำบาง ฝั่งตะวันตก ตำบลบางขาม เหตุที่ชื่อวัดค้างคาวเพราะว่าเดิมมีค้างคาวอาศัยอยู่มาก ปัจจุบันไม่มีแล้ว และได้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า "วัดธรรมิการาม" วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมฝั่งคลองในหมู่ไม้ร่มรื่น สามารถเข้าได้ 2 ทาง ทางรถ เข้าได้จากบริเวณใกล้ทางเข้าวัดไลย์ (อำเภอท่าวุ้ง) ทางเท้าเข้าผ่านหมู่บ้านเดินข้ามสะพานไม้เข้าไป ซึ่งบรรยากาศดีมาก

ในวัดมีวิหารเก่า มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างพื้นบ้าน ศาลาการเปรียญและศาลาท่าน้ำมีลวดลายฉลุไม้ประดับและสิ่งที่น่าชม ของวัดนี้คือ มีภาพเขียนที่ผนังโบสถ์ ซึ่งเป็นภาพเขียนเรื่องพุทธประวัติทั้ง 4 ด้าน ลักษณะของภาพเขียนมีลักษณะแบบ ตะวันตกเข้ามาปนบ้างแล้ว เช่นการแรเงาต้นไม้และ อื่นๆ เป็นภาพเขียนในสมัยรัชกาลที่ 4 ฝีมือช่างพื้นบ้าน แต่งามกว่าที่ วิหาร
 
:: วัดกัทลีพนาราม หรือวัดบ้านกล้วย ::
อยู่ห่างจากตลาดบ้านหมี่ ตามถนนสายบ้านหมี่โคกสำโรง ประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ในเขตตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ เดิมชื่อว่า "วัดบ้านกล้วย" ต่อมาวัดนี้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดกัทลีพนาราม" สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้ คือ มีพระอุโบสถขนาดใหญ่ แบบจตุรมุขที่สวยงาม เป็นวัดสำคัญของชุมชน ชาวไทยพวน อำเภอบ้านหมี่ นอกจากโบสถ์ทรงจตุรมุขซึ่งสร้างใหม่แล้ว ยังมีวิหารเก่าแก่หลังเล็กและเจดีย์ย่อมุมไม้ สิบสอง รูปทรงงดงามทั้งสองสิ่ง ศาลาการเปรียญมีลวดลายฉลุไม้ตกแต่ง สวยงาม ภายในมีธรรมาสน์เก่าและประดับ เครื่องแทนเป็นพุทธบูชาแบบของชาวไทยพวน คือ "ธงแว่น" หลายพวง
 
:: วัดเชียงงา ::
ตั้งอยู่เหนือตัวตลาดบ้านหมี่ขึ้นไปเล็กน้อย ตำบลเชียงงา อำเภอบ้านหมี่ วัดนี้คาดว่าคงจะสร้างขึ้น ตั้งแต่ครั้งที่ชาวพวนได้ อพยพมาตั้งหลักแหล่งที่ตำบลนี้ สถานที่น่าสนใจของ วัดนี้คือเจดีย์เก่าองค์หนึ่ง ซึ่งลักษณะคล้ายกับเจดีย์ทางภาคเหนือของ ไทย คือ มีฐานย่อมุมซ้อนหลายชั้น องค์ระฆังเล็ก สั้นแจ้ มีลวดลายรัดอกรอบองค์ระฆัง ไม่มีบัลลังก์ ปลียอดรูปดอกบัวทรง ผอมสูง บนยอดสุดปักฉัตรโลหะปิดทองฉลุลาย เจดีย์ทรงมอญทั่วไป ฐานจะแผ่กว้างทรงแจ้ แต่เจดีย์ที่วัดเชียงงานี้ทรง ชะลูดสูง ดูแปลกตา
 
:: วัดเขาสมโภชน์ ::
อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอชัยบาดาล ไปตามเส้นทางสายบัวชุม ประมาณ 30 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร จากถนนใหญ่ เขาสมโภชน์เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ รอบๆ บริเวณร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ที่เชิงเขาเป็นที่ตั้ง ของวัดสำหรับปฏิบัติธรรม ภูเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยถ้ำต่างๆ ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 19 ถ้ำ เฉพาะถ้ำที่ปรากฎชื่อมีดังนี้คือ ถ้ำใหญ่ ถ้ำเจดีย์ ถ้ำเพชร ถ้ำรำวง ถ้ำสิงโต ถ้ำบ่อทิพย์ ฯลฯ ภายในแต่ละถ้ำจะแลเห็นหินงอก หินย้อยที่สวยงาม
 
:: วัดไลย์ อยู่ริมน้ำบางขาม ::
ในเขตตำบลเขาสมอคอน ไปตามเส้นทางถนนสายลพบุรี - สิงห์บุรี ประมาณกิโลเมตรที่ 18 มรถนนแยกขวาเข้าวัด ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเคยเสด็จไปวัดนี้ และทรงกล่าวไว้ในพระนิพนธ์ เรื่องเที่ยวตามทางรถไฟไว้ว่า "วัดไลย์อยู่ริมน้ำบางขาม พ้นเขาสมอคอนไปทางตะวันตกไม่ห่างนัก

เป็นวัดเก่าชั้นแรกตั้งกรุงศรีอยุธยา แล้วปฏิสังขรณ์เมื่อ รัชกาลสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ ยังมีลายภาพของเก่าปั้นเรื่องทศชาติ และเรืองปฐมสมณโพธิงามน่าดูนัก ที่วัดไลย์นี้มี รูปพระศรีอาริย์ เป็นของสำคัญอีกอย่างหนึ่งซึ่งผู้คนนับถือกันมาแต่โบราณ เมื่อรัชกาลที่ 5 ไฟป่าไม้วิหารรูปพระศรีอาริย์ ชำรุดไป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้อัญเชิญลงมา ปฏิสังขรณ์ในกรุงเทพฯ แล้วคืนกลับไปประดิษฐาน อย่างเดิม

ถึงเทศกาลราษฎรยังเชิญออกแห่เป็นประเพณีเมือง มาทุกปีมิได้ขาด"ปัจจุบันทางวัดได้ก่อสร้างวิหารสำหรับประดิษฐาน พระศรีอาริย์ขึ้นใหม่ ด้านหน้าเป็นรูปมณฑล จตุรมุขแลดูสง่างามมาก

นอกจากนี้แล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง เช่น พระวิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบอย่างอยุธยาตอนต้น คือ มีลักษณะ เจาะช่องผนังแทนหน้าต่าง ๆ ภายในมี พระประธานขนาดใหญ่ปางมารวิชัยลงรักปิดทอง มีซุ้มเรือนแก้วแบบพระพุทธ ชินราช จังหวัดพิษณุโลก ด้านหน้า และด้านหลังของพระวิหารมีภาพปูนปั้นเรื่องทศชาติ และเรื่องปฐมสมโพธิ ซึ่งนับว่า เป็นภาพประติมากรรมฝาผนัง ขนาดใหญ่ที่มีคว่มสำคัญยิ่งชิ้นหนึ่งของชาติ

นอกจากยังมีพระอุโบสถ และวิหารรูปมณฑปยอดปรางค์ อยู่ใกล้ ๆ กับพระวิหารและพิพิธภัณฑ์ประจำวัดซึ่งมีของเก่า มากมายให้ชม เช่น พระพุทธรูป เครื่องหมาย เครื่องลายคราม เครื่องมือ เครื่องใช้สมัยโบราณ และอื่น ๆ อีกมากมาย
 
:: วัดพรหมรังษี ::
อยู่บริเวณสี่แยกเดินทางจากจังหวัดลพบุรี ซอย 12 ริมทางหลวงหมายเลข 21 ตำบลดีลัง ห่างจากตัวอำเภอพัฒนานิคม ประมาณ 9 กิโลเมตร เหตุที่วัดนี้มีชื่อว่า วัดพรหมรังษี สืบเนื่องมาจากในสมัยหนึ่ง สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี) ได้เดินธุดงค์และได้หยุดพักปักกลด ณ ที่แห่งนี้

ต่อมาผู้ที่มีศรัทธาในพุทธศาสนาจึงได้ร่วมใจกัน สร้างวัดและถวายนามนี้เป็นอนุสรณ์ วัดนี้มีพระอุโบสถทรงจตุรมุข พระเจดีย์ทรงระฆังคล้ายพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราชและสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีความสวยงามรอบๆ บริเวณมีความร่มรื่น ด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยและสะอาด ผู้ที่ผ่านไปมามักแวะชมวัดนี้เสมอ
ข้อมูลท่องเที่ยว 77 จังหวัด
ค้นหาโรงแรมในประเทศไทย ค้นหาโรงแรม
ตรวจสอบและจองห้องพัก กว่า 4,500 โรงแรมทั่วไทย และในต่างประเทศ
ประเทศ:
จังหวัด:
วันที่เข้าพัก:
Calendar
วันที่ออก:
Calendar
ห้องพัก:
จำนวนผู้เข้าพัก/ห้อง:
จองห้องพัก 6 ห้องขึ้นไปคลิ๊กที่นี่
*Child = เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี เท่านั้น
ค้นหาโรงแรม
จองโรงแรมในต่างประเทศ จองโรงแรมในต่างประเทศ โดย Thai.MonoPlanet.com